ไม่รอด! ไล่ล่าสกัดจับหนุ่มใหญ่ ระยะทางกว่า 22 กม. หนีคดีชิงทรัพย์กบดานนาน 2 ปี
วันที่ 13 ก.ค. 2569 ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก.,พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล., พ.ต.อ.มีชัย กำเนิดพรม รอง ผบก.ทล.,พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม รอง ผบก., พ.ต.อ.สุขสวัสดิ์ คูสิทธิผล รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.พิชญ์รุจ กุลวิมลประทีป รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สิทธิใหญ่รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.วิษณุ คำโนนม่วง ผกก.6 บก.ทล., พ.ต.ท.จิรพันธุ์ รุจิระกุล, พ.ต.ท.ธนพล ยอดกัณหา รอง ผกก.6 บก.ทล.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม โดย พ.ต.ท.กฤตภาส สครรัมย์ สว.ส.ทล.2 กก.6 บก.ทล. สั่งการให้ ,ร.ต.อ.กัมพล อารีล้น, ร.ต.อ.พันธ์ศักดิ์ คำสิงห์นอก, ร.ต.อ.สรไกร ทรายสุวรรณ, รอง สว.ส.ทล.2 กก.6 บก.ทล., ร.ต.อ.นาวิน ชาญประโคน รอง สว.(ป.) ส.ทล.2 กก.6 บก.ทล., ด.ต.ปรากฎ วิเศษนคร, ด.ต.ปราโมทย์ ตะเกิงราช, ด.ต.วรวุฒิ สร้อยชด, ด.ต.ปรีชา วิริยกองเกิด ผบ.หมู่ ส.ทล.2 กก.6 บก.ทล.
ร่วมกันจับกุมตัว นายขจรศักดิ์ ฯ สัญชาติ ไทย อายุ 47 ปี โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ตามหมายศาลจังหวัดนครปฐม ที่ 491/2567 ลงวันที่ 19 พฤศจิกายน2567 สามารถจับกุมได้ที่ บริเวณเเยกสมาร์ทโฟน ทล.2120 กม.17 ต.ละหานทราย อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่าบุคคลมีหมายจับใช้รถกระบะ จะออกจาก จ. สระแก้ว จะไป จ.อำนาจเจริญ ใช้เส้นทาง ทล 348 ระหว่างที่รถวิทยุ 6208 กำลังออกตรวจ พบรถต้องสงสัยข้อมูลมูลตามที่สายลับแจ้ง จึงขับติดตามรถคันดังกล่าว จากนั้นรถเป้าหมายได้เลี้ยวเข้า ทล.2120 มุ่งหน้า อ.ละหานทราย โดยเส้นทางนั้นได้มีรถวิทยุ 6202 รอสกัดอยู่บริเวณเเยกสมาร์ทโฟน ทล.2120 กม.17 อ.ละหานทราย พบรถเป้าหมายจึงเรียกให้หยุด ขอตรวจใบขับขี่กับบัตรประชาชน คนขับส่งเอกสารให้ แล้วสั่งให้คนขับขยับรถเข้าชิดขอบทางด้านซ้าย
ผู้ขับขี่ค่อยๆ เลื่อนรถไปช้าๆพอได้จังหวะจึงได้เร่งเครื่องหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจรีบไล่ล่าติดตาม ผู้ขับขี่ขับรถฝ่าไฟแดง วนไป-มา แล้วจึงเลี้ยวเข้าถนนหมายเลข ทล.224 มุ่งหน้า อ.ปะคำ เจ้าหน้าที่จึงรีบประสานขอกำลังเสริมจาก สภ.ละหานทรายมาสนับสนุน หลังจากนั้นผู้ขับขี่เลี้ยวซ้ายเข้าถนน บร.4065 ไปจนสุดถนน แล้วจึงกลับรถเข้าทางขนาน ซึ่งเป็นถนนลูกรัง เจ้าหน้าที่แยกกันสกัด 2 เส้นทาง จนผู้ขับขี่จอดรถทิ้งไว้แล้ววิ่งหลบหนีลงทุ่งนา รวมระยะทางกว่า 22 กม. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงรีบวิ่งไล่ตามจนสามารถจับกุมตัวไว้ได้
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งว่าเขาต้องถูกจับ พร้อมทั้งได้แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิ์ให้ทราบ ผู้ถูกจับทราบข้อกล่าวหาและสิทธิ์ดีแล้ว ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จึงเชิญตัวมาที่ สถานีตำรวจทางหลวงบุรีรัมย์ เพื่อทำการบันทึกการจับกุม และนำตัวส่งศาลจังหวัดนครปฐม จว.นครปฐม เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
จากการสอบถามคำให้การเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การว่า ก่อนหน้านี้ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างต่อสู้คดีตามหมายศาลดังกล่าว เมื่อถึงวันนัดฟังคำพิพากษา ตนทราบว่ามีแนวโน้มจะได้รับโทษจำคุก จึงไม่เดินทางไปฟังคำพิพากษา กระทั่งภายหลังทราบว่าศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกเป็นเวลา 10 ปี จึงตัดสินใจหลบหนีการจับกุมมาโดยตลอด นอกจากนี้ ผู้ต้องหายังอ้างว่าตนไม่ได้กระทำความผิดตามคดีดังกล่าว และเชื่อว่าถูกใส่ความ อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวเป็นเพียงคำกล่าวอ้างของผู้ต้องหา ซึ่งจะต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อไป
อ่านข่าวเพิ่มเติม