โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ป.6 สู้ชีวิตอยู่บ้านผุกับยาย พี่คลั่งยา มีเงินเบี้ยชรา-พิการเลี้ยงชีพ

Amarin TV

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สะเทือนใจ! ป.6 อุดรฯ กตัญญูปั่นจักรยานสู้ชีวิต อยู่บ้านผุพังกับยายชรา เจอพี่ชายติดยาคลั่งทุกคืน มีเพียงเบี้ยคนชรา-เบี้ยผู้พิการเลี้ยงชีวิต

สะเทือนใจ! ป.6 อุดรฯ กตัญญูปั่นจักรยานสู้ชีวิต อยู่บ้านผุพังกับยายชรา เจอพี่ชายติดยาคลั่งทุกคืน มีเพียงเบี้ยคนชรา-เบี้ยผู้พิการเลี้ยงชีวิต

วันที่ 23 มิ.ย. 69 จากกรณีโลกออนไลน์แชร์เรื่องราวชีวิตสุดรันทดของเด็กชายนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่อาศัยอยู่กับคุณยายวัย 78 ปี ในบ้านเก่าทรุดโทรม โดยมีพี่ชายคนโตติดยาเสพติด และสร้างความเดือดร้อนภายในบ้าน หลังจากครูไปเยี่ยมบ้านเด็กและนำเรื่องมานำเสนอผ่านโลกออนไลน์ เพื่อขอความช่วยเหลือ จนมีผู้คนจำนวนมากแสดงความเป็นห่วงและเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือ

ต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยัง ต.โพนงาม อ.หนองหาน จ.อุดรธานี พบกับนายเจษฎา บัณฑิตรักการค้า รักษาการผู้อำนวยการโรงเรียน เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของเรื่องราว และการขอความช่วยเหลือเกิดจากคุณยายของน้องเดินทางมาขอความช่วยเหลือกับครูประจำชั้น หลังครอบครัวประสบปัญหาความยากจน และปัญหายาเสพติดในบ้าน ทางโรงเรียนจึงนำเข้าสู่ระบบคัดกรองนักเรียน และจัดให้น้องอยู่ใน "กลุ่มสีแดง" ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องได้รับการช่วยเหลือเร่งด่วนที่สุด ก่อนจัดทีมครูลงพื้นที่ตามโครงการ "เยี่ยมบ้านปันสุข"

เมื่อคณะครูไปถึงต่างตกใจกับสภาพบ้านที่ทรุดโทรม แทบไม่เหมาะแก่การอยู่อาศัย อีกทั้งสภาพแวดล้อมยังเต็มไปด้วยปัจจัยเสี่ยงจากยาเสพติด ทำให้โรงเรียนเร่งให้ความช่วยเหลือทั้งทุนการศึกษา เครื่องอุปโภคบริโภค อุปกรณ์การเรียน และเสื้อผ้า เพื่อลดภาระของครอบครัว พร้อมประสานหน่วยงานต่างๆ ให้เข้ามาดูแลอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้น้องเติบโตมากับคุณยาย หลังพ่อเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ส่วนแม่ไปมีครอบครัวใหม่ และทำงานรับจ้างคัดแยกขยะ ส่งเงินมาให้เพียงสัปดาห์ละ 140-170 บาท รายได้หลักของครอบครัวจึงเหลือเพียงเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเบี้ยผู้พิการ หลายวันน้องต้องอาศัยอาหารกลางวันของโรงเรียนเป็นมื้อหลัก ก่อนปั่นจักรยานระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตรไปเรียนทุกวัน

แม้ต้องเติบโตท่ามกลางความยากลำบาก แต่น้องกลับเป็นเด็กเรียนดี มีความกตัญญู และรู้ผิดชอบชั่วดี เมื่อครูสอบถามเรื่องยาเสพติด น้องยืนยันหนักแน่นว่า รู้ว่าเป็นสิ่งไม่ดีและจะไม่มีวันเข้าไปยุ่งเกี่ยว

เบื้องหลังรอยยิ้มของนักเรียน กลับต้องเผชิญความหวาดกลัวแทบทุกคืน เพราะพี่ชายคนโตติดยาเสพติด ไม่ยอมทำงาน พาเพื่อนเข้ามามั่วสุมเสพยาในบ้าน ก่อนคลุ้มคลั่งทุบทำลายข้าวของ เดินวนเวียนหน้าบ้าน และสร้างความหวาดผวาให้คนในครอบครัวอยู่เป็นประจำ

ต่อมาผู้สื่อข่าว พร้อมคณะครู เจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด และฝ่ายปกครองอำเภอหนองหาน ลงพื้นที่ไปยังบ้านของน้อง ซึ่งอยู่ห่างจากโรงเรียนประมาณ 1 กิโลเมตร พบคุณยายและพี่ชายคนโตอยู่บ้าน ทันทีที่ไปถึงเจ้าหน้าที่ปกครองจึงขอความร่วมมือนายเกมส์ (นามสมมติ) อายุ 24 ปี ตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด ผลตรวจเบื้องต้นพบสารเสพติดในร่างกาย เจ้าตัวยอมรับว่าเสพยาจริง ก่อนถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาตามขั้นตอนของกฎหมาย สร้างความสบายใจให้กับคุณยายและคณะครูที่เฝ้ากังวล

เมื่อขอดูในบ้านเพิ่มเติม ต้องพบพบอุปกรณ์สำหรับใช้เสพยาวางอยู่บนหลังตู้เสื้อผ้า ประกอบด้วยไฟแช็ก หลอด และแผ่นฟอยล์ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ลักษณะเดียวกับที่ใช้ในการเสพยาเสพติด วางเรียงรายราวกับของประดับตกแต่งบ้าน

คุณยายนวลดี เปิดใจว่า ทุกวันนี้ไม่มีรายได้จากการทำงาน อีกทั้งที่ดินทำกินก็ถูกลูกหลานนำไปจำนองและขายจนหมด เหลือเพียงเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเดือนละ 700 บาท เบี้ยผู้พิการเดือนละ 800 บาท และสวัสดิการรัฐใช้เลี้ยงดูคนทั้งบ้าน ซึ่งไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน

สิ่งที่ทุกข์ใจที่สุดไม่ใช่ความยากจน แต่เป็นหลานชายคนโตที่ติดยาเสพติดมาตั้งแต่สมัยเรียนจนเรียนไม่จบ ไม่ยอมทำงาน ลักขโมยข้าวของในบ้านไปขาย ทั้งเสื่อ หมอน และของใช้ต่างๆ อีกทั้งเคยทำร้ายร่างกายน้องชายหลายครั้ง แม้จะไม่เคยทำร้ายตน แต่ทุกครั้งที่คลุ้มคลั่งก็ทำให้คนทั้งบ้านหวาดกลัว

คุณยายบอกอีกว่า เคยส่งหลานเข้ารับการบำบัดมาแล้วเกือบ 1 ปี แต่เมื่อกลับมาอยู่บ้านก็กลับไปเสพยาอีก จึงอยากวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยนำตัวไปรักษาอย่างจริงจัง

"ยายอยากให้เขาเลิกยา อยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยเอาไปบำบัด ยายแก่แล้ว บ่มีแรงดูแลแล้ว" คุณยายกล่าว

ด้าน ด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 12 ปี เล่าย้อนถึงชีวิตที่มีคุณยายเป็นทุกอย่าง ตั้งแต่จำความได้ ทุกวันยายจะปลุก อาบน้ำ แต่งตัว ทำกับข้าว และส่งไปโรงเรียนทุกวัน แม้แม่จะชวนไปอยู่ด้วย แต่เจ้าตัวยืนยันว่าไม่อยากทิ้งยาย เพราะกลัวไม่มีใครดูแล

เมื่อถามถึงความฝัน เด็กชายไม่ได้อยากได้ของเล่นหรือโทรศัพท์ราคาแพง แต่ตอบเพียงว่า "อยากให้บ้านสะอาดและน่าอยู่" พร้อมตั้งใจเรียนหนังสือให้จบ มีงานทำ และสักวันหนึ่งจะรับคุณยายไปอยู่ด้วย เพื่อให้คนที่เลี้ยงดูมาตลอดชีวิต ได้มีความสุข

ขณะที่นายทรงวุฒิ ศรีสุนาครัว ปลัดป้องกันอำเภอหนองหาน กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่ามีบุคคลภายในบ้านเกี่ยวข้องกับการใช้สารเสพติดจริง ตามข้อมูลร้องเรียนที่ได้รับจากคณะครูและคนในครอบครัว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาตามขั้นตอน เพื่อให้ได้รับการแก้ไขและฟื้นฟูอย่างเหมาะสม

พร้อมกันนี้ ขอฝากถึงกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดและผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในพื้นที่อำเภอหนองหานว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นการทำลายอนาคตเยาวชน ทำลายครอบครัว และสร้างปัญหาให้กับสังคมโดยรวม เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายยังคงเดินหน้าปราบปรามอย่างจริงจัง หากตรวจพบการกระทำความผิดก็จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ไม่มีการละเว้น เพื่อปกป้องความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...