โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

จับตา! รัฐจ่อกู้เงินพุ่งเป็น 2.6 ล้านล้านบาท หลังออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท

The Bangkok Insight

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • The Bangkok Insight

ความต้องการกู้เงินของรัฐบาลปีงบประมาณ 2569 อาจเพิ่มเป็น 2.6 ล้านล้านบาท หลังการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ความต้องการกู้เงินของรัฐบาลอาจเพิ่มขึ้นเป็น 2.6 ล้านล้านบาทในปีงบประมาณ 2569 จากการออกพ.ร.ก. กู้เงินเพิ่มเติมฯ แต่คาดว่าภาครัฐจะมีการกระจายเครื่องมือการกู้เพื่อลดผลกระทบที่จะมีต่อตลาดการเงินในระยะสั้น อย่างไรก็ดี ยังคงต้องติดตามแผนการออกพันธบัตรรัฐบาลในระยะข้างหน้า ด้านบอนด์ยีลด์ไทยยังมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นตามทิศทางบอนด์ยีลด์ต่างประเทศท่ามกลางความเสี่ยงเงินเฟ้อจากสถานการณ์ไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์

พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน

รัฐบาลส่งสัญญาณเริ่มกู้เงินเพื่อสนับสนุนมาตรการประคองเศรษฐกิจ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า รัฐบาลจะทยอยกู้เงินบางส่วนตาม พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 (พ.ร.ก. กู้เงินฯ) ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2569 ที่ผ่านมา โดยจะใช้แหล่งเงินกู้ในประเทศและส่วนใหญ่อาจเป็นการกู้ผ่านหลายช่องทาง (อาทิ เงินกู้สถาบันการเงิน/ตั๋วสัญญาใช้เงิน/ตั๋วเงินคลัง) ไม่ใช่เป็นการออกพันธบัตรรัฐบาลเพียงอย่างเดียว คล้าย ๆ กับสถานการณ์ในช่วงปี 2563 – 2564 ที่รัฐบาลมีการออก พ.ร.ก. กู้เงินเพื่อแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งทำให้ปริมาณการออกพันธบัตรไม่ได้เพิ่มสูงขึ้นในระยะแรกของการกู้ ดังนั้น คาดว่า สัดส่วนการกู้เงินด้วยเครื่องมืออื่นที่ไม่ใช่การออกพันธบัตรรัฐบาลอาจเพิ่มขึ้นมาที่กรอบประมาณ 16-18% ณ สิ้นปีงบประมาณ 2569 จากระดับ 15.5 ในไตรมาส 2 ของปีงบประมาณ 2569

พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน

ความต้องการกู้เงินภาครัฐปีงบประมาณ 2569 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสูงกว่าความต้องการกู้เงินในช่วงโควิด

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ความต้องการกู้เงินของรัฐบาลสำหรับปีงบประมาณ 2569 อาจเพิ่มขึ้นสูงกว่าระดับความต้องการกู้เงินในช่วงโควิด-19 ซึ่งอยู่ที่ 2.5 ล้านล้านบาท ทั้งนี้ ภายใต้สมมติฐานที่รัฐบาลจะเริ่มกู้เพิ่มเติมในช่วงท้าย ๆ ไตรมาสที่ 3 ของปีงบประมาณ 2569 เพื่อนำไปใช้ในโครงการบรรเทาผลกระทบจากวิกฤติพลังงานในระยะแรก คาดว่า ความต้องการกู้เงินของภาครัฐจะขยับเพิ่มขึ้นเป็น 2.6 ล้านล้านบาท (เพิ่มขึ้นประมาณ 2 แสนล้านบาทจากความต้องการกู้เงินตามกรอบเดิมที่ 2.4 ล้านล้านบาท) โดยจะมีการกระจายเครื่องมือการกู้เงินเพื่อหลีกเลี่ยงแรงกดดันที่จะมีต่อตลาดการเงิน ซึ่งทำให้ประเมินว่า อาจจะเป็นการออกพันธบัตรรัฐบาลประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท และเป็นการกู้ด้วยเครื่องมืออื่น 1.1 ล้านล้านบาท

พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน

อย่างไรก็ดี เงินกู้ด้วยวิธีอื่น ๆ ทั้งการกู้เงินจากสถาบันการเงินและการออกตราสารหนี้ระยะสั้นจะต้องได้รับการปรับโครงสร้างให้เป็นพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งจะส่งผลต่อปริมาณการออกพันธบัตรรัฐบาลให้เพิ่มสูงขึ้นในระยะต่อ ๆ ไป

บอนด์ยีลด์ไทยปี 2569 ยังคงมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงสอดคล้องกับตลาดพันธบัตรต่างประเทศท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า แม้แผนการออกพันธบัตรรัฐบาลจะยังไม่ปรับเปลี่ยนมากนักในระยะสั้น เนื่องจากมีการกระจายการกู้เงินผ่านหลายวิธี แต่ปริมาณการออกพันธบัตรของภาครัฐที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในระยะข้างหน้าอาจเป็นปัจจัยที่ส่งผลทำให้อัตราผลตอบแทนพันบัตรรัฐบาลไทย (บอนด์ยีลด์ไทย) ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบสูง โดยเฉพาะในฝั่งตราสาร

พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน

ระยะยาวที่มักเคลื่อนไหวตามยีลด์ต่างประเทศซึ่งยังคงมีแรงหนุนจากความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง (ที่ทำให้ธนาคารกลางของหลายประเทศมีข้อจำกัดในการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย) อย่างไรก็ดี คาดว่าการปรับขึ้นของบอนด์ยีลด์ไทยจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยยังมีแนวโน้มทรงตัวในระดับต่ำอีกระยะ และเศรษฐกิจไทยมีทิศทางชะลอตัว โดยประเมินว่า บอนด์ยีลด์ไทยอายุ 2 ปี และ 10 ปีอาจขยับเข้าใกล้ระดับ 1.30 และ 2.50% ตามลำดับ (คาดการณ์โดย ธนาคารกสิกรไทย)

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...