ฟันข้อหาประมาท! แจ้งจับ พนง.ขับรถไฟ ชนสนั่นรถเมล์-พฐ.รุดเก็บหลักฐานซากรถพังยับ
(17 พ.ค. 69) ความคืบหน้ากรณีขบวนรถไฟพุ่งชนรถโดยสารประจำทาง (รถเมล์) บริเวณจุดตัดทางผ่านรถไฟ เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ทั้งยังส่งผลกระทบให้การเดินรถในเส้นทางดังกล่าวต้องหยุดชะงักลงชั่วคราวเพื่อเคลียร์พื้นที่และตรวจสอบความปลอดภัย
ล่าสุดที่ สน.มักกะสัน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ได้เข้าตรวจสภาพรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งนำมาจอดไว้บริเวณลานจอดหน้าโรงพัก เพื่อนำข้อมูลไปประกอบสำนวนคดี รวมถึงตรวจสอบในส่วนของกรมธรรม์และประกันภัยรถยนต์ เบื้องต้นมีรถยนต์ยี่ห้อ Lexus ทะเบียน 7 กต 4723 กรุงเทพมหานคร, รถสามล้อเครื่อง และรถจักรยานยนต์อีกประมาณ 5–6 คัน
ส่วนรถยนต์ยี่ห้อ Honda CR-V และรถยนต์ Mercedes-Benz เจ้าหน้าที่ พฐ. จะเดินทางไปตรวจสอบร่องรอยความเสียหายเพิ่มเติมอีกครั้ง เนื่องจากจอดอยู่บริเวณจุดจอดรถอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งห่างจาก สน.มักกะสัน ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อขอคัดสำเนาเอกสาร โดยปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลใด ๆ ต่อสื่อมวลชนก่อนจะรีบเดินทางกลับทันที
พ.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ ผู้กำกับการ สน.มักกะสัน เปิดเผยว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหากับคนขับรถไฟในความผิดฐาน "กระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและบาดเจ็บสาหัส" ส่วนข้อหาอื่น ๆ หากรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำในรายละเอียดเพิ่มเติมแล้วพบความผิด ก็จะพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในภายหลัง ในส่วนของเจ้าหน้าที่คุมไม้กั้นทางรถไฟนั้น ทางตำรวจยังไม่ได้มีการควบคุมตัวไว้ แต่จะเรียกตัวเข้าให้ปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง ซึ่งคำให้การเบื้องต้นได้บันทึกไว้ในสำนวนการสอบสวนเรียบร้อยแล้ว โดยความชัดเจนทั้งหมดต้องรอการแถลงชี้แจงอย่างเป็นทางการจากผู้บังคับบัญชาอีกครั้ง ทั้งนี้ นอกจากการดำเนินคดีแล้ว ทางตำรวจยังเน้นย้ำและให้ความสำคัญกับการดูแลเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุครั้งนี้อย่างถึงที่สุด
นายสิรินัย เจ้าของรถสามล้อรับจ้างที่อยู่ในเหตุการณ์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ปกติตนจะใช้เส้นทางถนนราชปรารภ แต่ช่วงนี้มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม จึงเปลี่ยนมาใช้เส้นทางฝั่งนี้แทนเพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัด
"ช่วงเกิดเหตุ ตรงไม้กั้นมีสัญญาณเตือน และได้ยินเสียงหวูดรถไฟดังขึ้นเพียงครั้งเดียวประมาณ 6–7 วินาที จากนั้นก็เกิดเสียงดังโครม ตอนนั้นไม้กั้นยังไม่ลง รถจึงยังขับผ่านได้ตามปกติ ประกอบกับตนมองไม่เห็นรถไฟเนื่องจากมีรถเมล์จอดคร่อมเลนอยู่กลางรางรถไฟพอดี"
นายสิรินัย เล่าต่อว่า ตนขับรถมาจากทางประตูน้ำมุ่งหน้าไปพระราม 9 เพื่อจะไปดินแดง ซึ่งฝั่งของตนรถยังไหลไปได้เรื่อย ๆ แต่ฝั่งขาเข้าอโศก-ดินแดง ที่มุ่งหน้าไปแยกอโศกนั้นรถติดขัดอย่างหนัก ตนเห็นรถเมล์สาย 206 จอดคร่อมรางอยู่เต็มคัน รถเมล์ไปไม่ได้เพราะติดสัญญาณไฟแดง และถนนศูนย์วิจัยที่จะมุ่งหน้าไปอโศก-ดินแดง มักจะมีรถจากในซอยขับปาดแทรกเข้ามา ประกอบกับรถเมล์สาย 206 จะต้องเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเพชรบุรีทำให้ต้องขับชิดซ้าย รถจึงเบียดกันจนทำให้รถเมล์ต้องจอดติดคาอยู่บนราง
"ตอนแรกผมคิดว่ารถไหลตามกันไปได้ ไม่น่าจะเกิดอุบัติเหตุ เพราะไม้กั้นก็ยังไม่ลง แม้จะมีสัญญาณเตือนอยู่ พอผมขับลอดผ่านไม้กั้นมาได้เพียงเสี้ยววินาที หันไปมองอีกทีเห็นวัตถุสีดำทึนพุ่งเข้ามาชนเลย ตอนนั้นมีรถเลกซัสคันหนึ่งกับรถจักรยานยนต์อีกคันติดอยู่ใต้ท้องรถ และมีคนเจ็บด้วย ผมตั้งใจจะวิ่งกลับไปช่วย แต่รถเลกซัสทับรถจักรยานยนต์อยู่และมีคนเจ็บติดอยู่ข้างใน ผมกับพลเมืองดีจึงรีบวิ่งเข้าไปช่วยกันยกรถเพื่อนำคนเจ็บออกมา"