โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จับตาใกล้ชิดเศรษฐกิจไทย “ขาดดุลแฝด” (Twin Deficits) คลัง-ธปท. มองเป็นเรื่องชั่วคราว

การเงินธนาคาร

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

จับตาไทยเข้าภาวะ "ขาดดุลแฝด" หรือ Twin Deficits หลังดุลบัญชีเดินสะพัด เม.ย. 2569 พลิกขาดดุล 7.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทุบสถิติใหม่ ธปท. - คลัง ยันเป็นปัจจัยชั่วคราวช่วงเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจแต่จับตาหวั่นค้างนาน

จากรายงานภาวะเศรษฐกิจในเดือนเมษายน 2569 ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พบว่า ดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยกลับมาขาดดุลที่ 7.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐอีกครั้ง หลังจากที่เกินดุลในเดือนก่อนหน้า ซึ่งการขาดดุลในเดือนนี้ถือเป็นการขาดดุลที่ค่อนข้างสูงและอาจเป็นสถิติใหม่เมื่อเทียบกับเดือนเมษายนปี 2556 ที่เคยขาดดุล 4.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐแต่การขาดดุลในครั้งนี้สูงกว่าในอดีตเมื่อ 13 ปีก่อน

29 เม.ย.2569 น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษก ธปท. เปิดเผยสาเหตุหลักของการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ว่า มาจากดุลการค้าที่ขาดดุลเป็นหลัก ในเดือนเม.ย. ไทยขาดดุลการค้า 6.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีปัจจัยมาจากการนำเข้าในเดือนนี้ที่เพิ่มขึ้น 16.5 % จากเดือนก่อนหน้า โดยเฉพาะในหมวดเชื้อเพลิงที่เร่งตัวขึ้นตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก และปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางและสหรัฐฯ เพื่อบริหารจัดการความมั่นคงทางพลังงานและเพิ่มน้ำมันสำรองในประเทศ

ขณะที่การนำเข้าสินค้าขั้นกลาง มีการเร่งนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าจากไต้หวันเพื่อรองรับการส่งออกที่ยังขยายตัวได้

ด้านดุลบริการ รายได้ และเงินโอน มีการขาดดุลที่ 0.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากที่เคยเกินดุลในเดือนก่อน สาเหตุมาจาก รายรับจากการท่องเที่ยวลดลง เป็นไปตามปัจจัยทางฤดูกาล และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง โดยเฉพาะกลุ่มระยะใกล้หรือ Short-haul จากการปรับลดเที่ยวบินและต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้น ขณะที่รายได้และเงินโอน มีการส่งกลับกำไรและเงินโอนกลับไปต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น หรือรายรับส่วนนี้กลับมาไทยลดลง

ส่วนความน่ากังวลเรื่องการขาดดุลแฝด (Twin Deficits) คือ การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดควบคู่ไปกับการขาดดุลงบประมาณ น.ส.ชญาวดี เผยว่า การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดในขณะนี้มองว่าเป็นปัจจัยชั่วคราวจากราคาน้ำมันที่สูงและผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง ไม่ใช่ปัญหาเชิงโครงสร้าง

ส่วนการขาดดุลการคลังก็เป็นมาต่อเนื่องจากการใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นหรือพยุงเศรษฐกิจในช่วงวิกฤตที่ผ่านมา

แนวโน้มข้างหน้า คาดว่าการขาดดุลจะค่อย ๆ ลดลงเมื่อสถานการณ์สงครามคลี่คลายและนักท่องเที่ยวกลับมาในช่วงท้ายปี

“มองว่าเป็นการดุลบัญชีเดินสะพัดที่ขาดดุลเป็นเรื่องชั่วคราวและอีกสักพักจะปรับดีขึ้น ซึ่งธปท.จับตาเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด แต่ความเป็นห่วงต้องขึ้นอยู่กับว่าจะค้างอยู่นานจนเป็นปัญหาโครงสร้างหรือไม่ หากเป็นแบบนั้นจะน่าห่วง”

ขณะที่สำนักข่าวอินโฟเควสท์ รายงานว่า ดร.สันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงเรื่องนี้ว่า ตัวเลขการขาดดุลที่เกิดขึ้นต้องมองลึกไปถึงต้นตอ ซึ่งพบว่าเกิดจากเศรษฐกิจไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่ (New S-Curve)

ตัวเลขนำเข้าที่พุ่งสูงมาจากการลงทุนฐานผลิตใหม่ และการที่กลุ่มทุนต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาลงทุนในธุรกิจแห่งอนาคต เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์, AI และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ไทยต้องนำเข้าเครื่องจักร ชิป และเทคโนโลยีชั้นสูงจำนวนมากในระยะแรก ทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดเป็นลบ

ขณะเดียวกัน เม็ดเงินที่ใช้ในการนำเข้าสินค้าทุนเหล่านี้ ส่วนใหญ่มาจากเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) จึงไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ

ดร.สันติธาร ระบุด้วยว่า มองว่าไทยยังเป็นพื้นที่ปลอดภัยของนักลงทุน ใน มิติภูมิรัฐศาสตร์ ไทยยังคงได้เปรียบสูงเพราะวางตัวเป็นกลาง ไม่มีปัญหากระทบกระทั่งกับประเทศใด ทำให้เป็นเป้าหมายหลักในการย้ายฐานการผลิต

มิติด้านการเงิน แม้จะขาดดุลชั่วคราว แต่ปัจจุบันเริ่มเห็นสัญญาณบวกจากยอดส่งออกสินค้าเทคโนโลยีที่เติบโตในระดับเลขสองหลักแล้วหลังจากโรงงานเริ่มเดินเครื่อง

อย่างไรก็ดียังมีโจทย์ใหญ่และจุดเปราะบางที่ต้องแก้ โดยเฉพาะเรื่องที่ไทยยังต้องนำเข้าชิ้นส่วนไฮเทคสูงถึง 80-90% รัฐบาลจึงต้องเร่งผลักดันให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานได้

อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ไทยขาดดุลคือราคาน้ำมันโลกที่ทรงตัวในระดับสูง ซึ่งไทยเป็นผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิรายใหญ่ จึงจำเป็นต้องรีบเปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาด

ขณะที่รายได้ท่องเที่ยวซบเซากว่าอดีต ถือเป็นโอกาสดีในการแก้ปัญหาโรคดัตช์ (Dutch Disease) หรือภาวะเงินบาทแข็งค่าเกินไปจนทำลายความสามารถในการแข่งขันของภาคผลิต โดยไทยควรหันมาเน้นการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ ที่สร้างรายได้ต่อหัวสูงแทน

"แต่หากผ่านไปหลายปีแล้ว ไทยยังไม่สามารถสร้างห่วงโซ่อุปทานในประเทศเพื่อเพิ่มมูลค่าอุตสาหกรรม หรือถ่ายทอดเทคโนโลยีได้จริง และต้องพึ่งพาการนำเข้าสูงเหมือนเดิม แบบนั้นจะเริ่มเป็นสัญญาณน่ากังวลต่อเศรษฐกิจไทยในระยะยาว"

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...