โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กองทุนกีฬา ไฟเขียวงบ 4 พันล้าน สางปมเบิกจ่ายเงินล่าช้า เร่งพัฒนากีฬาไทย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 29 พ.ค. เวลา 07.46 น. • เผยแพร่ 29 พ.ค. เวลา 07.42 น.
S

กองทุนกีฬา ไฟเขียวงบ 4 พันล้าน สางปมเบิกจ่ายเงินล่าช้า เร่งพัฒนากีฬาไทย

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการบริหาร กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เป็นประธานในการจัดประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 7/2569
เพื่อจัดสรรงบประมาณจัดกลุ่มกีฬาตามศักยภาพ ทั้งของสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า “แห่งประเทศไทย” และ “สมาคมกีฬาแห่งจังหวัด” โดยมี ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย, นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ พร้อมผู้บริหารจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม

โดยนายทนุเกียรติ เปิดเผยภายหลังการประชุมต่อสื่อมวลชนว่า คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งมีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ เป็นประธาน ได้ให้ความเห็นชอบในประเด็นสำคัญ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงแนวทางยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ โดยจะมีการพิจารณาจัดสรรงบประมาณให้แก่ผู้ขอรับการสนับสนุนโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการกีฬาแห่งประเทศไทย ในฐานะผู้มีสิทธิ์ขอรับการสนับสนุน รวมถึงสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย และสมาคมกีฬาจังหวัด โดยแยกการพิจารณาออกจากกันอย่างชัดเจน เพื่อให้การจัดสรรงบประมาณเป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ของกองทุน ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมในวันนี้

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือ คณะกรรมการบริหารกองทุนฯ ได้เห็นชอบกรอบวงเงินในการจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนากีฬาของชาติ ให้แก่ผู้มีสิทธิ์ขอรับการสนับสนุน ได้แก่ การกีฬาแห่งประเทศไทย สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย สมาคมกีฬาจังหวัด คณะกรรมการกีฬาอาชีพ และคณะกรรมการกีฬามวย ภายใต้กรอบวงเงินรวมทั้งสิ้น 4,000 ล้านบาท หลังจากนี้ ผู้มีสิทธิ์ขอรับการสนับสนุนแต่ละส่วน จะต้องจัดทำรายละเอียดแผนงานต่าง ๆ ภายใต้กรอบวงเงินดังกล่าว เพื่อนำเสนอให้คณะกรรมการบริหารกองทุนพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป

นายทนุเกียรติ กล่าวต่อว่า ประธานคณะกรรมการฯ ได้เน้นย้ำว่า งบประมาณประจำปี 2570 จะต้องสามารถเริ่มใช้ได้ภายในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ เนื่องจากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การเบิกจ่ายงบประมาณค่อนข้างล่าช้า บางปีเริ่มใช้จ่ายได้ในช่วงเดือนพฤศจิกายน หรือบางครั้งยาวไปถึงเดือนมกราคม ดังนั้น ปีนี้จึงเป็นนโยบายสำคัญของประธานคณะกรรมการฯ ที่ต้องการให้การจัดสรรงบประมาณของกองทุนสามารถนำไปใช้ได้อย่างทันท่วงที ตั้งแต่เริ่มต้นปีงบประมาณ เพื่อให้การพัฒนากีฬาเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง

ด้านสื่อมวลชนได้มีการสัมภาษณ์ถึงสาเหตุของการเบิกจ่ายล่าช้า นายทนุเกียรติได้กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับสาเหตุของความล่าช้าในอดีต ส่วนหนึ่งมาจากการที่สมาคมกีฬาต่าง ๆ ส่งรายละเอียดเอกสารล่าช้า รวมถึงขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการ อีกทั้งหลังจากคณะกรรมการพิจารณาแล้ว ยังต้องส่งเรื่องไปยังกระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลาง เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนจึงจะสามารถเบิกจ่ายงบประมาณได้ ทั้งนี้ หากมีการส่งเรื่องเข้ามาในช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นวงเงินงบประมาณจำนวนมาก ก็จำเป็นต้องใช้เวลาในการพิจารณาพอสมควร จึงเป็นเหตุให้เกิดความล่าช้าในบางปี อย่างไรก็ตาม ในแผนงานปีนี้ คาดว่าภายในเดือนสิงหาคม จะสามารถส่งรายละเอียดข้อมูลทั้งหมดให้กรมบัญชีกลางพิจารณาได้

“ส่วนกรอบวงเงิน 4,000 ล้านบาทนั้น เป็นวงเงินประมาณการที่กองทุนจัดเก็บได้ในระดับใกล้เคียงกันมาอย่างต่อเนื่องประมาณ 4-5 ปี อีกทั้งยังมีอีกหนึ่งแหล่งงบประมาณที่การกีฬาแห่งประเทศไทยจะได้รับจากงบประมาณประจำปี ซึ่งยังต้องรอความชัดเจนเรื่องจำนวนวงเงินที่จะได้รับ เมื่อรวมทั้งสองส่วนเข้าด้วยกัน จะนำมาใช้ในการส่งเสริมและพัฒนากีฬาของชาติ ซึ่งคาดว่าน่าจะเพียงพอ แม้อาจมีบางส่วนที่ยังขาดอยู่บ้าง โดยสมาคมกีฬาต่าง ๆ ยังสามารถขอรับการสนับสนุนเพิ่มเติมผ่านระบบสิทธิประโยชน์ทางการตลาด หรือโครงการ “1 กีฬา 1 รัฐวิสาหกิจ” เพื่อช่วยเสริมงบประมาณได้เพิ่มเติม” นายทนุเกียรติ กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กองทุนกีฬา ไฟเขียวงบ 4 พันล้าน สางปมเบิกจ่ายเงินล่าช้า เร่งพัฒนากีฬาไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...