พลังเด็กวังน้ำเขียว 1,200 คน คืนชีพต้นลานสู่ป่าทับลาน
พลังเด็กวังน้ำเขียว 1,200 คน คืนชีพต้นลานสู่ป่าทับลาน รองผู้ว่าฯ โคราช การันตีชาวไทยสามัคคีไร้บุกรุกเพิ่ม ยืนยันวิถีสืบทอดจากบรรพบุรุษ
วันที่ 22 มิถุนายน 2569 เวลา 09:00 น.ที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติทับลาน (บ้านสวนห้อม) ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา นายมนัส สุวรรณรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธาน เปิดงานกิจกรรม คืนลานสู่ป่า ทับลาน เทศกาลยิงหนังสติ๊กปลูกป่าลอยฟ้า ประจำปี 2569
โดยมี นายชนม์บันลือ วรรธนพันธุ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครราชสีมา นายธรรมธรรศ ทองสำโรง นายอำเภอวังน้ำเขียว นางสาวชิดชนก ปราบทุกข์ ผช.หน.อุทยานแห่งชาติทับลาน นายบรรพต โพธิ์คำ นายกเทศบาลตำบลวังน้ำเขียว พ.ต.อ.วีระพล ระเบียบโพธิ์ ผกก.สภ.วังน้ำเขียว และ ดร.สุรชิต แวงโสธรณ์ ผอ.สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช หน่วยงานราชการ หน่วยงานเกี่ยวข้อง สมาคม ชมรม ชุมชน และสถาบันศึกษา 9 โรงเรียน รวม 1,200 คน เปิดงานกิจกรรม โดยในช่วงเช้า เด็กนักเรียนกว่า 1,200 คน ร่วมกิจกรรมปลูกต้นกล้าลาน ต้นพยุง และต้นประดู่ป่า รวมจำนวน กว่า 1,000 กิจกรรมเข้าฐานการเรียนรู้เรื่องธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งหมด 6 ฐาน
อาทิ 1.ฐานสร้างแหล่งอาหารสัตว์ โดย อุทยานแห่งชาติทับลาน 2.ฐานคัดแยกขยะรักษ์โลก โดยชุมชนบ้านสวนห้อม และเทศบาลวังน้ำเขียว 3.ฐานต้นกล้าเพาะเชื้อเห็ด โดยสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช 4.ฐานปุ๋ยอินทรีย์เพื่อพืช โดย สำนักงานเกษตรอำเภอวังน้ำเขียว 5.ฐานปั่นลูกยิงเม็ดไม้ป่า โดยชุมชนบ้านสุขสมบูรณ์ และ 6.ฐานศิลปะฝาขวด พ่วงกุญแจ โดย ชมรมฮักเขาใหญ่ และชมรมส่งเสริมอาชีพคนพิการ วังน้ำเขียว
ส่วนช่วงบ่าย เด็กๆ ได้เขียนความประทับใจกับ ผืนป่าทับลาน อาทิ ฉันรักษ์ทับลาน ฉันก็รักวังน้ำเขียว รักษาป่า รักษ์วังน้ำเขียว ห่วงใยป่า ห่วงใยโลก ทับลานบ้านฉัน เป็นต้น ก่อนจะมีพิธีเปิดงาน กิจกรรมคืนลานสู่ป่า ทับลาน และกิจกรรมยิงหนังสติ๊กปลูกป่า กว่า 1,200 คน โดยมีการปลูกต้นลานรอบลานกางเต็นท์กว่า 50 ต้น ด้านนายมนัส สุวรรณรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า กิจกรรมในวันนี้ถือเป็นการร่วมมือร่วมใจเพื่อปกป้องและฟื้นฟูผืนป่าทับลานอย่างแท้จริง
โดยอาศัยพลังของภาคประชาชนในพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นราษฎรที่อยู่อาศัยและทำกินมาแต่ดั้งเดิม ตั้งแต่ก่อนที่จะมีการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติที่ผ่านมา พื้นที่ดังกล่าวประสบปัญหาความทับซ้อนทางกฎหมาย ทั้งในส่วนของที่ดิน ส.ป.ก. ที่มีการประกาศใช้ก่อน และต่อมามีการประกาศเขตอุทยานฯ ทับซ้อน จนนำไปสู่ปัญหาข้อพิพาทและการดำเนินคดีกับชาวบ้านในบางกรณี
"ทางจังหวัดนครราชสีมาและแกนนำในพื้นที่ขอยืนยันว่า ราษฎรในพื้นที่หมู่บ้านไทยสามัคคีไม่มีการบุกรุกป่าเพิ่มเติมหรือเปิดพื้นที่ใหม่แต่อย่างใด แต่เป็นการอยู่อาศัยตามวิถีเดิมที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ"
อยากให้สังคมเข้าใจถึงหัวอกของคนที่อยู่ร่วมกับป่าอย่างแท้จริง กิจกรรมปลูกป่าลอยฟ้าในลักษณะนี้ ชาวบ้านและบรรพบุรุษที่นี่ร่วมกันทำมาโดยตลอดตั้งแต่รุ่นสู่รุ่น เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างชุมชนและเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ในการช่วยกันดูแลรักษาผืนป่า
นายมนัส รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวทิ้งท้ายถึงภาพรวมของกิจกรรมว่า ในวันนี้เด็ก ๆ และเยาวชนต่างให้ความสนใจและสนุกสนานกับกิจกรรมเป็นอย่างมาก ซึ่งการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้ซึมซับความสนุกท่ามกลางธรรมชาตินั้น จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้พวกเขาเกิดความรัก ความหวงแหน และพร้อมที่จะเติบโตไปดูแลผืนป่าบ้านเกิดของตนเองต่อไป