โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อนุทิน อยู่สั้น – อยู่ยาว?

สยามรัฐ

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

ทวี สุรฤทธิกุล

คนที่เป็นนายกรัฐมนตรีคงอยากอยู่ในอำนาจนาน ๆ แต่วิกฤติที่รุมเร้าอาจจะทำให้ “ตกเก้าอี้” ได้เร็ววัน

รัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีระกูล เกิดขึ้นด้วยเล่ห์เหลี่ยมทางการเมือง ด้วยการ “หักหน้า” (ที่กระทำกันซึ่ง ๆ หน้า ตรงข้ามกับ “หักหลัง” ที่ต้องทำลับหลัง)พรรคประชาชน ที่เคยทำ MOU ไว้ตั้งแต่ก่อนที่จะมีการยุบสภาในปลายปี 2568 ว่าจะร่วมมือกันตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง แต่เป็นโชคร้ายของพรรคประชาชนที่ได้ ส.ส.น้อยกว่าพรรคภูมิใจไทย พอจัดตั้งรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยกลับไปเลือกเอาพรรคเพื่อไทย ที่ว่ากันว่ามีข้อต่อรองน้อยกว่า รวมถึงพรรคร่วมรัฐบาลอื่น ๆ ก็ล้วนอยู่ในภาวะ “โดนของเขมร” ยอมให้พรรคภูมิใจไทยจูงจมูกเข้าร่วมรัฐบาลไปจนเกือบหมด พรรคประชาชนจึงต้องไปเป็นฝ่ายค้านด้วยความช้ำชอก ส่วนพรรคที่ไม่ได้ร่วมเป็นรัฐบาลก็ต้องสงบปากสงบคำ เช่น พรรคกล้าธรรมและพรรคประชาธิปัตย์ และถูกเรียกว่า “พรรคฝ่ายคอย” เพราะไม่อยากค้านและถ้ามีโอกาสน่าจะถูกเรียกเข้าไปเสริมหรือร่วมรัฐบาลภายหลัง

ทฤษฎีการเมืองไทยที่ว่าด้วยการล่มสลายของรัฐบาลที่ใช้กันมากและเป็นจริงมาทุกยุคทุกสมัยก็คือ “ทฤษฎีสนิมเกิดแต่เนื้อในตน” อธิบายว่าจุดเปราะบางที่สุดของรัฐบาลไทยก็คือ การทำลายกันเองภายในพรรคร่วมรัฐบาล เหมือนสนิมเหล็กที่เกิดจากเนื้อเหล็กที่มาหลอมรวมกันนั่นเอง แต่มาถึงวันนี้ในสถานการณ์ที่พรรคร่วมรัฐบาลเองก็ยังดูแข็งแกร่ง ดูยังช่วยกัน “ทำมาหากิน “ เอ๊ย “ทำการทำงาน” กันด้วยดี แต่ก็เกิดมีวิกฤติภายนอกมารุมเร้า ระลอกแล้วระลอกเล่า ประดุจถูกกองไฟหลาย ๆ กองเข้ามารุมสุมใส่ จึงอาจจะนำมาซึ่งการล่มสลายของรัฐบาลนี้ได้เร็วขึ้น ซึ่งผู้เขียนขอเรียกลักษณะอาการนี้ว่า “สุมไฟใส่เตาหลอม” เพราะรัฐบาลชุดนี้กำลังมีปัญหาต่าง ๆ รุมเร้า เข้าลักษณะที่มีทั้ง “ไฟในและไฟนอก” โหมกระพือเข้ามาหลอมให้รัฐบาลพังเร็ว ๆ

“ไฟใน” ที่ว่าก็คือการแสวงหาผลประโยชน์หรือ “การถอนทุน” ของรัฐมนตรีในรัฐบาล ซึ่งในสมัยนี้ทำได้ยากกว่าในสมัยก่อน เป็นด้วยโซเชียลมีเดียที่แข่งขันกันหาคอนเท้นต์สร้างกระแส ซึ่งความโลภของนักการเมืองนี้เป็นเหยื่ออย่างดีของการขุดคุ้ย ที่รัฐบาลชุดนี้โดนหนัก ๆ ก็เช่น กรณี Thai Passport หรือการแจกแอพพลิเคชันเอไอฟรี มูลค่า 1,6๐๐ กว่าล้านบาท ก็เชื่อกันว่าเป็นการถอนทุนที่วางแผนมาตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง ดังจะเห็นได้จากการขอแลกตำแหน่งกระทรวงนี้กับพรรคเพื่อไทยที่คุมกระทรวงนี้อยู่ก่อน แลกกับกระทรวงศึกษาธิการที่คนสกุลชิดชอบเคยครองอยู่ โดยพรรคประชาชนได้ให้ “นางบู๊มือ 1” นางสาวรักชนก ศรีนอก ออกฟาดฟันกับลูกชายสุดเลิฟของ “ครูใหญ่บุรีรัมย์” อย่างเมามันอยู่ในขณะนี้

ส่วน “ไฟนอก” ก็ยังคงเป็นกระแสในโซเชียลมีเดียเช่นเดียวกัน แต่เป็นการก่อกองไฟขึ้นจากคนภายนอก ที่โหมกระหน่ำอย่างรุนแรงขณะนี้ก็คือกรณีการฮั้ว ส.ว. ที่พรรคประชาชนให้ “รองเจ้าสำนัก” นายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ ออกมากระหน่ำฟันอย่างดุเดือด รวมถึงกรณีเขากระโดงที่หลาย ๆ ภาคส่วนก็ออกมาช่วยกันถล่มอยู่ในขณะนี้ (ล่าสุดเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา จะมีการสอบสวนโดย ปปช.เพิ่มเติมว่า ทำไมอธิบดีกรมที่ดินจึงไม่ดำเนินการเพิกถอนกับผู้บุกรุก แต่ก็เชื่อกันว่าคงเป็นแค่ “ลิเก ปปช.” อีกฉากหนึ่งเท่านั้น) ทั้งนี้อาจจะมี “ไฟนอก” โหมเข้ามาอีกหลายกอง โดยเฉพาะที่กำลังจะมีการเสี้ยมให้พรรคร่วมรัฐบาลเกิดความหวาดระแวงกัน เพื่อผนวกเข้าไปสู่ทฤษฎีสนิมเกิดแต่เนื้อในตน ที่จะทำให้รัฐบาลนั้นพังได้เร็วกว่า

ขณะนี้พรรคที่มีความโดดเด่นว่าจะขึ้นมาแทนที่พรรคภูมิใจไทยก็คือพรรคเพื่อไทย เมื่อพิจารณาจากการวางตัวของแกนนำพรรคหลาย ๆ คนก็พอจะเดาได้ว่า “อย่าทำตัวให้เด่นจะเป็นภัย” หรือที่ฝรั่งเรียกว่า “Low profile, high profit. ก้มตัวต่ำ กำไรสูง” ก็น่าจะมองไปได้ว่ากำลังรอคอยจังหวัดที่พรรคภูมิใจไทยนั้นทำพลาดอยู่ตลอดเวลา รวมถึงความสงบเงียบของนายทักษิณ ชินวัตร ภายหลังการรับพระราชทานอภัยโทษเมื่อกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ก็ยิ่งทำให้เพิ่มความเชื่อเข้าไปได้อีกว่า พรรคเพื่อไทยกำลังแสดงบท “หงิม ๆ หยิบชิ้นปลามัน” (เพราะปกตินายทักษิณจะทั้ง “พล่านและพล่าม” ทนอยู่เฉย ๆ ไม่ได้ ตามสไตล์ “บุรุษที่ไม่อยากให้โลกลืม” หรือ “จมไม่ได้” ไม่ใช่แค่จมไม่ลงเหมือนผู้มีอำนาจทั่วไป)

อย่างไรก็ตาม โดยปกติคนที่อยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก็จะต้องพยายามอยู่ในตำแหน่งให้นานที่สุด แต่ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นก็จำเป็นจะต้องแก้ไขปัญหานั้นให้หมดไปก่อน แต่ถ้าแก้ไม่ได้หรือปัญหานั้นจะนำมาซึ่งความยุงเหยิงและ “วอดวาย” ก็อาจจะต้องตัดไฟแต่ต้นลง ซึ่งรัฐบาลมีอาวุธที่สำคัญคือการยุบสภา เช่น ในกรณีที่เรื่องการทุจริตของรัฐบาลถูกเสนอเป็นญัตติไม่ไว้วางใจเข้าสู่สภา แม้ว่าเสียงในสภาของรัฐบาลจะมีมากกว่าฝ่ายค้านมาก แต่ถ้าฝ่ายค้านมีหลักฐานมัดแน่นรัฐบาลได้ แม้จะแพ้เสียงโหวต แต่รัฐธรรมนูญก็ให้นำหลักฐานเหล่านั้นเสนอต่อ ปปช. เพื่อสอบสวนเอาผิดนักการเมืองที่กระทำผิดได้อีก อย่างในกรณี Thai Passport ถ้าเรื่องนี้เข้าสู่ ปปช. ก็ย่อมกระเทือนไปทั้งตระกูลชิดชอบที่เป็นเจ้าของพรรคภูมิใจไทยตัวจริง รวมตลอดทั้งคนที่เป็นเจ้าของ “บุรีรัมย์แลนด์” ก็จะต้องกระทบกระเทือนอย่างหนัก เพราะ ปปช.เองตอนนี้ก็ง่อนแง่น กรรมการหลายคนโดนหางเลขในเรื่องที่เคยช่วยเหลือนักการเมืองไปแล้ว เช่นในกรณีนาฬิกาเพื่อนของนายทหารใหญ่บางคน รวมถึงข้าราชการที่เคยช่วยเหลือนักการเมือง อย่างกรณีเขากระโดง ก็คงจะต้องเป็น “นกมีหูหนูมีปีก” หาทางเอาตัวรอด โดยอาจจะไม่ยอมเสี่ยงที่จะช่วยนักการเมืองในเรื่องทุจริตต่าง ๆ อีกต่อไป อย่างกรณีที่ข้าราชการของกระทรวงมหาดไทยในจังหวัดภูเก็ตได้ท้าทายอำนาจของนายอนุทินนั้นด้วย

อย่าลืมว่า “ตัวอำนาจ” ของการเมืองไทยนั้นค่อนข้างจะซับซ้อน คำว่า “เหนือฟ้ายังมีฟ้า” ยังเป็นเรื่องธรรมดา ๆ ไปในระบบตัวอำนาจของการเมืองไทย เพราะตัวอำนาจในการเมืองไทย(โปรดสังเกตว่าผู้เขียนใช้คำว่า “ตัวอำนาจ” ก็เพื่อเน้นให้เห็นเรื่องการใช้อำนาจในการเมืองไทยให้ชัดเจน เพราะจะได้เห็นเป็น “ตัว ๆ” ไปเลย และตัวอำนาจในการเมืองไทยนี้ไม่ควรจะได้รับการยกย่องว่าเป็นสัตว์ประเสริฐ จึงเรียกเป็น “ตัว” ดังกล่าว)มีการอำพรางและปรับเปลี่ยนกันแบบสลับซับซ้อน อย่างในกรณีที่กำลังเกิดขึ้นนี้ เขาว่า “คนหน้าเหลี่ยม” กำลังวางแผนล้างแค้น “คนปากห้อย” อย่างที่หนังกำลังภายในจีนบอกว่า “แค้นนี้ชั่วชีวีก็ไม่หาย”

นายอนุทินจึงเป็นแค่ “เบี้ย” ตัวหนึ่งบนกระดานหมากรุกของตัวอำนาจทั้งสองตัวดังกล่าว ดังนี้จึงน่าจะอยู่ไปอย่างยากลำบาก สรุปแบบฟันธงได้เลยว่า “คงอยู่ไม่ได้นาน”

บางทีนายอนุทินอาจจะต้องล้างไพ่ “ยุบสภา” แล้วหลบไปเลียแผลใจสักพัก พร้อมพยักหน้ายิ้มแบบนายพลแมคอาเธอร์ตอนที่ถูกไล่ออกจากญี่ปุ่นว่า “I shall return. – ให้กรูกลับมาก่อนเถอะมรึง!”

แต่ว่าแมคอาเธอร์ก็ไม่ได้กลับมาญี่ปุ่นอีกเลย (555)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...