เมื่อถูกเลิกจ้างแบบไม่ทันตั้งตัว 5 เรื่องการเงิน ที่ควรทำหลังรับข่าวร้าย
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คำว่า “Layoff” กลายเป็นคำที่หลายคนได้ยินบ่อยขึ้น ไม่อยากให้เกิดกับตัวเอง แต่มันก็เริ่มกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ
บางคนรู้ล่วงหน้า บางคนพอจะมองเห็นสัญญาณ แต่หลายคนถูกเรียกเข้าห้องประชุมในวันทำงานวันหนึ่ง แล้วเดินออกมาพร้อมซองเอกสารที่เปลี่ยนชีวิตไปทันที
หลังจากให้เวลาตัวเองได้ตั้งสติแล้ว ลองค่อย ๆ ดูแลทั้ง “เงิน” และ “ใจ” ไปพร้อมกันผ่าน 5 เรื่องต่อไปนี้
1. เช็กสิทธิ์และเงินชดเชย
สิ่งแรกที่ควรทำคือทำความเข้าใจว่าเราจะได้รับอะไรบ้างจากนายจ้าง เช่น
- เงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน (คิดตามอายุงาน เช่น ทำงานครบ 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี ได้ 90 วัน / ครบ 10 ปีขึ้นไป ได้ 400 วัน เป็นต้น)
- ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า (ถ้ามี)
- วันลาพักร้อนคงเหลือ โบนัส ผลตอบแทนอื่น ๆ
ในมุมภาษี: เงินชดเชยตามกฎหมายแรงงานกรณีเลิกจ้าง จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ในส่วนที่ไม่เกินค่าจ้าง 400 วันสุดท้าย (ไม่เกิน 600,000 บาท) อย่าลืมตรวจสอบใบ 50 ทวิ ที่บริษัทออกให้ว่าระบุเป็น “เลิกจ้าง”
2. ขึ้นทะเบียนว่างงาน
อย่าลืมขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานกับกรมการจัดหางาน เพื่อรับสิทธิประโยชน์จากประกันสังคม เงินจำนวนนี้อาจไม่ได้มากพอที่จะใช้ชีวิตแบบเดิม แต่ช่วยลดแรงกดดันทางการเงินได้ไม่น้อยในช่วงนี้
กรณีถูกเลิกจ้าง (Layoff) จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ 60% ของค่าจ้าง (ฐานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท) เป็นเวลาไม่เกิน 180 วัน (6 เดือน)
3. สื่อสารกับครอบครัวเรื่องการเงิน
หลายคนเลือกเก็บเรื่องนี้ไว้คนเดียว เพราะไม่อยากให้คนในบ้านเครียด แต่ในความเป็นจริง การไม่พูดอะไรเลย มักสร้างความกังวลมากกว่าการบอกความจริง หลายครั้ง สิ่งที่เราคิดว่าต้องแบกคนเดียว อาจกลายเป็นเรื่องที่ทุกคนพร้อมช่วยกันรับมือ
หากมีคู่สมรส พ่อแม่ หรือลูก ลองหาเวลาพูดคุยกัน อธิบายสถานการณ์ตามความเป็นจริง และชวนกันวางแผนว่าจะปรับตัวอย่างไรในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้า โดยเฉพาะเรื่องการใช้จ่ายและภาระต่างๆ
4. ปรับแผนการใช้เงิน
เมื่อรายได้หลักหยุดลงชั่วคราว แผนการใช้เงินก็ต้องเปลี่ยนตาม ลองแบ่งค่าใช้จ่ายออกเป็น 3 กลุ่ม
- จำเป็นต่อชีวิต
- สำคัญแต่รอได้
- อยากได้แต่ยังไม่จำเป็น
การปรับลดค่าใช้จ่ายในช่วงนี้เป็นการซื้อเวลาให้ตัวเองมีทางเลือกมากขึ้น เป้าหมายไม่ใช่การประหยัดทุกบาทจนไม่มีความสุข แต่คือการยืดอายุเงินสดให้อยู่กับเราได้นานที่สุด
หากมีภาระผ่อนบ้าน ผ่อนรถ หรือหนี้สินอื่น ๆ แล้วคาดว่าจะจ่ายไม่ไหว สิ่งที่ไม่ควรทำที่สุดคือการเงียบหาย ยิ่งติดต่อเจ้าหนี้เร็ว อาจจะทำให้มีทางเลือกที่ดีกว่า
5. รักษาความคุ้มครองด้านสุขภาพไว้
ช่วงที่ไม่มีงานทำ หลายคนพยายามลดค่าใช้จ่ายทุกอย่าง รวมถึงค่าเบี้ยประกันสุขภาพ แต่ในความเป็นจริง การเจ็บป่วยระหว่างยังไม่มีงานอาจสร้างผลกระทบทางการเงินรุนแรงกว่าที่คิด
อย่าลืมตรวจสอบว่า
- ประกันกลุ่มของบริษัทคุ้มครองถึงเมื่อใด
- สิทธิประกันสังคมยังคงอยู่หรือไม่
- กรมธรรม์ส่วนตัวที่มีอยู่ยังชำระเบี้ยต่อเนื่องหรือเปล่า
เพราะในวันที่รายได้ไม่แน่นอน สิ่งที่เราต้องการมากที่สุดคือการลดความเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้อย่างรายจ่ายค่ารักษาพยาบาล
บทสรุป
การถูก Layoff เป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากเจอ แต่เหตุการณ์นี้ไม่ได้เป็นตัวตัดสินคุณค่าของเรา
งานอาจหายไปได้ ตำแหน่งอาจเปลี่ยนได้ รายได้อาจสะดุดได้ แต่ประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถ และตัวตนของเรา ยังอยู่ครบ
ดูแลเงินให้ดี ดูแลใจให้ดี และอย่าลืมเปิดโอกาสให้คนที่รักเราได้ช่วยดูแลเราเช่นกัน
เพราะบางครั้ง การผ่านวิกฤต ไม่จำเป็นต้องเกิดจากการสู้คนเดียว แต่เกิดจากการยอมให้คนรอบข้างเข้าใจ ช่วยเหลือ และเดินไปกับเราด้วย
อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เมื่อถูกเลิกจ้างแบบไม่ทันตั้งตัว 5 เรื่องการเงิน ที่ควรทำหลังรับข่าวร้าย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ค่าชดเชยเลิกจ้าง 2569 เช็กกฎหมายแรงงาน ถูกเลิกจ้าง ต้องได้ค่าชดเชยเท่าไหร่
- โฟล์กสวาเกนเตรียมลดพนักงาน 50,000 ตำแหน่ง หลังกำไรดิ่งสุดรอบ 10 ปี
- ม.รังสิต แจงปมเลิกจ้าง “อาจารย์โต้ง” ซัดบิดเบือนข้อเท็จจริง ทำสถาบันเสียชื่อเสียง
- เมื่อถูกเลิกจ้างแบบไม่ทันตั้งตัว 5 เรื่องการเงิน ที่ควรทำหลังรับข่าวร้าย
- เบื่อแต่ยังลาออกไม่ได้ ชวนลอง 5 วิธีเปลี่ยนช่วงเวลาสุดจำใจ ให้เป็นโอกาสพัฒนา
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath