สรุปสถานการณ์ตะวันออกกลาง ประจำวันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน 2569
สรุปสถานการณ์ตะวันออกกลาง ประจำวันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน 2569
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -8 มิ.ย. 69 8:44: น.
กระบวนการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านส่อแววติดหล่ม หลังมีรายงานเหตุโจมตีและสกัดขีปนาวุธเกิดขึ้นหลายครั้งทั่วภูมิภาคในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ล่าสุด มีรายงานว่า อิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มอิสราเอลและพุ่งเป้าชาติอาหรับเพื่อตอบโต้เหตุโจมตีในกรุงเบรุตของเลบานอน ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันสงครามต้องยุติลงไม่ว่าจะด้วยข้อตกลงหรือมาตรการขั้นเด็ดขาด ด้านกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กำลังพิจารณายึดทรัพย์สินอิหร่านเพื่อฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดขึ้นในกลุ่มพันธมิตรรัฐอ่าว
การปะทะระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน
- การโจมตีทางอากาศในเบรุต: อิสราเอลได้ส่งเครื่องบินรบเข้าโจมตีทางอากาศในพื้นที่ชานเมืองทางตอนใต้ของกรุงเบรุต ประเทศเลบานอน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 20 ราย (รวมถึงผู้หญิง 4 คนและเด็ก 4 คน) โดยอิสราเอลระบุว่าเป็นการโจมตีศูนย์บัญชาการเพื่อตอบโต้ที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ยิงถล่มพื้นที่ทางตอนเหนือของอิสราเอลก่อนหน้านี้
- การเตือนล่วงหน้า: ทางการอิหร่านระบุว่า อิสราเอลทำการโจมตีเบรุตโดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า ซึ่งถือเป็นการขัดต่อคำร้องขอของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ให้ระงับการปฏิบัติการดังกล่าว
อิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มอิสราเอล
- การตอบโต้ด้วยขีปนาวุธ: หลังจากการโจมตีของอิสราเอลในกรุงเบรุต อิหร่านได้ทำการยิงขีปนาวุธเข้าใส่อิสราเอล ซึ่งสื่อของรัฐบาลอิหร่านได้ยืนยันการปล่อยขีปนาวุธดังกล่าว และมีรายงานเสียงระเบิดดังขึ้นหลายครั้งทางตอนเหนือของอิสราเอล
- ผลกระทบต่อข้อตกลงหยุดยิง: กองทัพอิสราเอลระบุว่านี่เป็นการระดมยิงขีปนาวุธครั้งแรกนับตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงอันเปราะบางมีผลบังคับใช้เมื่อต้นเดือนเม.ย. และความตึงเครียดครั้งนี้ส่งผลให้ความพยายามในการเจรจาเพื่อยุติสงครามซับซ้อนยิ่งขึ้น
ปฏิบัติการตอบโต้ระหว่างอิหร่านและกองทัพสหรัฐฯ
สหรัฐฯ สกัดโดรนและขีปนาวุธของอิหร่าน: กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) รายงานว่าได้ยิงทำลายโดรนโจมตีของอิหร่านรวม 6 ลำในช่วงสองวันที่ผ่านมา ประกอบด้วยวันศุกร์ 4 ลำ และวันเสาร์ 2 ลำ ซึ่งมุ่งหน้าไปยังช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ อิหร่านยังได้ยิงขีปนาวุธนำวิถี จำนวน 7 ลูก มุ่งเป้าไปยังประเทศคูเวตและบาห์เรน ซึ่งระบบป้องกันสามารถสกัดกั้นไว้ได้ 6 ลูก ส่วนอีก 1 ลูกพลาดเป้าหมาย
การโจมตีตอบโต้ของสหรัฐฯ: กองทัพสหรัฐฯ ได้ทำการตอบโต้ด้วยการโจมตีทำลายสถานีเรดาร์ตรวจการณ์ชายฝั่งของอิหร่านในพื้นที่ชายฝั่งเมืองโกฮรุกและบนเกาะเกชม์
ปฏิกิริยาจากอิหร่านและชาติอ่าวอาหรับ: กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านกล่าวหาว่าการที่สหรัฐฯ โจมตีสถานีเรดาร์เป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 8 เม.ย. และเป็นการรุกรานอธิปไตย ขณะที่ทางเลขาธิการสภาความร่วมมือแห่งอ่าวอาหรับ (GCC) ได้ออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีคูเวตและบาห์เรนของอิหร่านอย่างรุนแรงว่าเป็นพฤติกรรมก่อการร้ายที่คุกคามเสถียรภาพภูมิภาค
สถานการณ์การเจรจาและท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์
- ภาวะชะงักงันของการเจรจา: ที่ปรึกษาผู้นำสูงสุดของอิหร่านเปิดเผยว่าการเจรจาในขณะนี้เข้าสู่ทางตัน และระบุว่า การตัดสินใจก้าวต่อไปอยู่ที่ฝั่งทรัมป์ พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐฯ ปลดล็อกทรัพย์สินของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้ อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้มีรายงานว่าอิหร่านได้ระงับการเจรจาชั่วคราว
- ท่าทีของโดนัลด์ ทรัมป์: ประธานาธิบดีทรัมป์เตือนอิหร่านว่า ให้กลับสู่โต๊ะเจรจา พร้อมแสดงความเห็นว่าเหตุที่อิหร่านยังไม่บรรลุข้อตกลงเพราะความหยิ่งผยอง และคุ้นชินกับการที่รัฐบาลสหรัฐฯ ชุดก่อน ๆ อ่อนแอ แต่ปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยนไป ทั้งนี้ทรัมป์เชื่อว่าสงครามอิหร่านใกล้จะจบลงแล้ว โดยอาจจบด้วยกระดาษข้อตกลงแผ่นเดียว หรือจบด้วยวิธีที่ยากลำบากกว่า เพื่อเป้าหมายสูงสุดคือไม่ให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์
- การเจรจาเรื่องตัวประกันชาวอเมริกัน: ทรัมป์ยอมรับว่าสหรัฐฯ ยังไม่มีรายชื่อ สถานที่คุมขัง หรือข้อมูลที่แน่ชัดของชาวอเมริกันที่ถูกคุมขังในอิหร่าน แต่พร้อมจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อนำพวกเขากลับบ้านหากมีรายชื่อ ทั้งนี้ สำนักข่าว CBS รายงานว่าปัจจุบันมีชาวอเมริกัน 6 คนถูกคุมขังอยู่ แต่ประเด็นตัวประกันนี้ไม่ได้ถูกนำมารวมอยู่ในการเจรจายุติสงคราม
มาตรการทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ
- การนำทรัพย์สินอิหร่านไปฟื้นฟูพันธมิตร: กระทรวงการคลังสหรัฐฯ มีแผนที่จะใช้อำนาจที่มีทั้งหมดในการนำทรัพย์สินของอิหร่าน (อาจเป็นเงินสดในบัญชีที่ถูกอายัด หรือสินทรัพย์จับต้องได้เช่นเรือขนส่งน้ำมัน) มาใช้ในการเยียวยาและฟื้นฟูความเสียหายให้กับชาติพันธมิตรในอ่าวอาหรับที่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีของอิหร่านทั้งในอดีตและอนาคต
เหตุรุนแรงในพื้นที่เวสต์แบงก์
- เหตุการณ์กราดยิง: เกิดเหตุโจมตีด้วยอาวุธปืนหลายจุดบริเวณใกล้กับเขตเวสต์แบงก์ที่อิสราเอลยึดครอง (รวมถึงที่สถานีบริการน้ำมันใกล้เมืองโคคาฟ ยาอีร์ และเมืองอื่น ๆ) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 รายและบาดเจ็บ 5 ราย
- ผู้ก่อเหตุ: เจ้าหน้าที่ตำรวจอิสราเอลสามารถวิสามัญฆาตกรรมผู้ก่อเหตุได้ 1 ราย ซึ่งระบุว่าเป็นชาวปาเลสไตน์ที่มีสัญชาติอิสราเอล และกองทัพอิสราเอลได้ส่งกำลังทั้งทางบกและทางอากาศเพื่อค้นหาผู้สมรู้ร่วมคิดเนื่องจากลักษณะการโจมตีหลายจุดน่าจะเป็นการร่วมมือกัน
ประเด็นความเคลื่อนไหวอื่น ๆ
- ทีมฟุตบอลทีมชาติอิหร่าน: นักเตะทีมชาติอิหร่านได้เดินทางออกจากประเทศตุรกีไปยังค่ายฝึกซ้อมในประเทศเม็กซิโกแล้ว เพื่อเตรียมตัวสำหรับแข่งขันฟุตบอลโลกที่จะจัดขึ้นในสหรัฐฯ เดือนนี้ อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าทีมงานและเจ้าหน้าที่สมาคมฟุตบอลอิหร่านรวม 14 คน ยังคงไม่ได้รับวีซ่าเข้าประเทศสหรัฐฯ สำหรับการแข่งขันในลอสแอนเจลิสและซีแอตเทิล
- รัฐมนตรีปากีสถานเยือนอิหร่าน: โมห์เซน นัควี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของปากีสถาน ได้เดินทางเยือนกรุงเตหะรานเพื่อเข้าพบและหารือกับ อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน โดยที่ผ่านมาปากีสถานทำหน้าที่เป็นคนกลางในการประสานงานการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมาโดยตลอด
ที่มา CBS News
ติดตามข้อมูล และข่าวสารอื่น ๆ ของ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" เพิ่มเติมได้ที่ :https://url.in.th/w-stock-news
รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ