เผ่าภูมิ หนุนคลังสานต่อ Negative Income Tax พุ่งเป้าช่วยคนจน รายได้ต่ำ 6 หมื่น รับสูงสุด 12,000 บ.ต่อปี
นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์กรณีกระทรวงการคลังเตรียมนำระบบภาษีเงินได้แบบติดลบ (Negative Income Tax, NIT) มาใช้ ว่า
"ตนสนับสนุนและยินดีที่กระทรวงการคลังสานต่อระบบ NIT ที่รัฐบาลเพื่อไทยในขณะนั้นผลักดันมาโดยตลอด ซึ่งเป็นระบบที่ตอบโจทย์สำหรับสังคมไทยด้วยเหตุผล 1. มีแรงงานนอกระบบสูง 2. มีความเหลื่อมล้ำสูง 3. มีสวัสดิการกระจัดกระจาย 4. ขาดข้อมูลรายได้ประชากรที่เป็นระบบ ทั้ง 4 เหตุผลเป็นโจทย์ใหญ่ และ NIT เป็นเครื่องมือที่ดีมากในการตอบโจทย์เหล่านี้"
NIT เป็นการโอนเงินตรงไปยังประชาชนที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ แทนที่จะเสียภาษี กลับได้เงินโอนคืนเพื่อช่วยในการดำรงชีพ แต่ละท่านจะได้รับเงินโอนไม่เท่ากัน เดือดร้อนมากได้มาก ซึ่งจะตรงเข้าไปแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ และสร้างแรงจูงใจให้คนเข้าสู่ระบบภาษี โดยที่ไม่ต้องเสียภาษี ทั้งยังแก้ไขปัญหาเรื่องข้อมูลรายได้แรงงานนอกระบบ
โจทย์ท้าทายที่อยากฝากกระทรวงการคลังสำหรับเรื่องนี้
- ช่วง phase‑in (รายได้ต่ำ – รัฐให้เพิ่มตามรายได้), plateau (ช่วงรับเงินคงที่) และ phase‑out (รายได้สูงขึ้น – เงินช่วยลดลง) จะตัดเกณฑ์รายได้เหล่านี้ที่เท่าไหร่ ที่ผ่านมาเคยศึกษาว่าตัวเลขที่เหมาะสมช่วง phase‑in อยู่ที่ราว 32,000 บาท/ปี ช่วง plateau อยู่ที่ราว 32,000-36,000 บาท/ปี และช่วง phase‑in อยู่ที่ราว 36,000-60,000 บาท/ปี โดยประชาชนได้รับสูงสุด 12,000 บาท/ปี
- ต้องพัฒนาระบบการตรวจสอบรายได้ของกรมสรรพากรให้เหมาะกับการยื่นรายได้ของประชาชนที่จะเข้ามาอย่างทวีคูณ
- การเชื่อมโยงข้อมูลสวัสดิการระหว่างหน่วยงานในรูปแบบขอความร่วมมืออาจทำได้ในช่วงแรก แต่ระยะยาวควรออกเป็นกฎหมายโดยเฉพาะเกี่ยวกับ NIT และผนวกเรื่องส่งข้อมูลของหน่วยงานเข้าไปด้วยจะดีกว่า
- นอกจาก NIT แล้ว ต้องมองเชิงระบบว่าจะเกลี่ยสวัสดิการที่กระจัดกระจายของไทยอย่างไร
- ต้องพิจารณาเรื่องงบประมาณ เราสามารถทำอย่างค่อยเป็นค่อยได้ก่อนได้ เริ่มจาก NIT แรงงานในระบบแล้วค่อยๆขยายไปสู่แรงงานนอกระบบ ตามงบประมาณที่เพิ่มขึ้น