โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“อัครเดช” วางกรอบพิจารณา พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า เน้นเป็นธรรม

INN News

อัพเดต 7 มิถุนายน 2569 เวลา 19.42 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

“อัครเดช” วางกรอบพิจารณา พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า เน้นความเป็นธรรมทุกภาคส่วน ปิดช่องว่างกฎหมายสกัดผูกขาด คุ้มครอง SMEs พร้อมเปิดทางรายใหญ่-รายเล็กเติบโตร่วมกัน

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. เปิดเผยถึงแนวทางการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวว่า กรอบการทำงานของคณะกรรมาธิการจะยึดหลักความเป็นธรรมต่อทุกภาคส่วน เนื่องจากเป็นกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจในวงกว้าง ครอบคลุมทั้งการค้าในประเทศและระหว่างประเทศ รวมถึงผู้ประกอบการทุกระดับ

นายอัครเดช กล่าวว่า คณะกรรมาธิการจะนำบทเรียนจากการบังคับใช้กฎหมายเดิมมาศึกษาอย่างละเอียด เพื่อพิจารณาปรับปรุงแก้ไขช่องว่างและข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นในทางปฏิบัติให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลการแข่งขันทางการค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้กฎหมายตอบโจทย์สภาพเศรษฐกิจและการแข่งขันทางการค้าในปัจจุบันได้อย่างแท้จริง

สำหรับประเด็นการควบรวมกิจการที่อาจนำไปสู่การผูกขาดตลาด นายอัครเดช ระบุว่า คณะกรรมาธิการจะพิจารณาอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ว่ามีความเพียงพอในการป้องกันและควบคุมการผูกขาดหรือไม่ รวมถึงจะศึกษาช่องว่างทางกฎหมาย มาตรการลงโทษ และประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายที่ผ่านมา

“ต้องแยกให้ออกว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากข้อจำกัดของกฎหมาย หรือเกิดจากการบังคับใช้กฎหมายที่ยังไม่เข้มแข็งพอ โดยจะนำกรณีศึกษาการควบรวมกิจการของธุรกิจโทรคมนาคมรายใหญ่มาเป็นบทเรียนสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการผูกขาดในลักษณะเดียวกันกับธุรกิจอื่นในอนาคต เพราะเมื่อเกิดการผูกขาดแล้ว ย่อมส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคโดยตรง” นายอัครเดช กล่าว

นายอัครเดช ยังย้ำว่า หัวใจสำคัญของกฎหมายฉบับนี้คือการคุ้มครองผู้ประกอบการรายเล็กและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ให้สามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างเป็นธรรม โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ต้องเผชิญการแข่งขันจากผู้ประกอบการรายใหญ่และสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ

ส่วนข้อกังวลว่ากฎหมายอาจส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจขนาดใหญ่ นายอัครเดช กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้มีเป้าหมายจำกัดสิทธิหรือสร้างอุปสรรคให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ แต่จะต้องสร้างสมดุลให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรม ซึ่งผู้ประกอบการรายใหญ่มีศักยภาพและความได้เปรียบด้านเงินทุนอยู่แล้ว แต่กฎหมายก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับเขาด้วย เพื่อให้สามารถแข่งขันกันเองได้อย่างเสรีและเป็นธรรม ขณะเดียวกันก็ต้องปกป้องผู้ประกอบการรายเล็กไม่ให้ถูกเอาเปรียบ

นายอัครเดช ยังระบุว่า แนวคิดสำคัญอีกประการหนึ่ง คือการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายใหญ่และรายเล็กสามารถร่วมมือกันทางธุรกิจมากขึ้น ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้ การแบ่งปันศักยภาพการผลิต และการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานร่วมกัน เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายเติบโตไปพร้อมกัน

“กฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่การทำให้รายใหญ่เสียเปรียบ แต่เป็นการสร้างระบบที่รายใหญ่และรายเล็กสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน และเติบโตไปพร้อมกันในระบบเศรษฐกิจไทย โดยไม่เกิดการผูกขาดหรือการเอาเปรียบทางการค้า” นายอัครเดช กล่าว

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...