บ้านโกรกเดือนห้า จ.นครราชสีมา มีน้ำบาดาลเพื่อการเกษตร พื้นที่ 300 ไร่ เพาะปลูกได้ตลอดปี สร้างอาชีพ ขับเคลื่อนศก.ฐานราก
แม้ประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูฝน แต่พื้นที่เกษตรจำนวนไม่น้อยยังคงเผชิญปัญหาขาดแคลนน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทานที่ต้องพึ่งพาน้ำฝนเป็นหลัก ทำให้เกษตรกรทำการเพาะปลูกได้เพียงปีละครั้ง และต้องหยุดการผลิตในช่วงฤดูแล้ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาล จึงเดินหน้าพัฒนาโครงการน้ำบาดาลเพื่อการเกษตร เพื่อเพิ่มแหล่งน้ำต้นทุนให้แก่พื้นที่ที่ระบบชลประทานเข้าไม่ถึง ล่าสุดที่ตำบลสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา มีระบบน้ำบาดาลเพื่อสนับสนุนกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ พื้นที่กว่า 300 ไร่ ให้มีน้ำใช้สำหรับเพาะปลูกได้ตลอดทั้งปี เปลี่ยนพื้นที่ที่เคยรอคอยน้ำฝนให้กลายเป็นพื้นที่แห่งโอกาส สร้างรายได้อย่างมั่นคง
นายวิศิษฎ์ คะเชนชาติ นายกเทศมนตรีตำบลสุรนารี กล่าวว่า ตำบลสุรนารีมีประชากรกว่า 22,000 คน ครอบคลุม 10 หมู่บ้าน โดยพื้นที่เกษตร 3–4 หมู่บ้านอยู่นอกเขตชลประทาน เกษตรกรต้องอาศัยเพียงน้ำฝนและบ่อน้ำเดิมซึ่งไม่เพียงพอ เทศบาลจึงประสานขอรับการสนับสนุนจากกรมทรัพยากรน้ำบาดาล จนเกิดโครงการน้ำบาดาลเพื่อการเกษตร ช่วยให้เกษตรกรมีแหล่งน้ำที่มั่นคงสำหรับการเพาะปลูก
"ต้องขอขอบคุณกรมทรัพยากรน้ำบาดาลที่เข้ามาสนับสนุนโครงการดี ๆ ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ เมื่อมีน้ำก็สามารถเพาะปลูกได้ต่อเนื่อง สร้างรายได้ให้ครอบครัว และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างแท้จริง" นายวิศิษฎ์ กล่าว
นายธนาสิทธิ์ ดำนิล ผู้อำนวยการกองช่าง เทศบาลตำบลสุรนารี กล่าวว่า พื้นที่บ้านโกรกเดือนห้า เป็นพื้นที่บนเนินนอกเขตชลประทาน แม้จะเป็นพื้นที่ต้นน้ำ แต่ไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ได้ เมื่อเข้าสู่ฤดูแล้งจึงประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างต่อเนื่อง หลังจากกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเข้ามาพัฒนาโครงการ เราเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน เมื่อมีน้ำ เกษตรกรก็มีโอกาสเพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้ และสามารถวางแผนการเพาะปลูกได้ตลอดทั้งปี
นายกุล คะเชนชาติ ประธานกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ 300 ไร่ กล่าวว่า ก่อนมีโครงการ สมาชิกส่วนใหญ่ทำเกษตรได้เฉพาะฤดูฝน ส่วนหน้าแล้งต้องออกไปรับจ้าง แต่เมื่อมีน้ำบาดาล ทุกคนสามารถปลูกพืชได้ตลอดทั้งปี ทั้งแตงโม กล้วย ถั่ว พริก และพืชหมุนเวียนชนิดต่าง ๆ ปัจจุบันกลุ่มมีสมาชิก 21 คน เริ่มบริหารพื้นที่เพาะปลูกคนละประมาณ 2 ไร่ พร้อมติดตั้งมิเตอร์น้ำ เพื่อให้ทุกคนใช้น้ำอย่างเป็นธรรม และเตรียมนำระบบน้ำหยดมาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำและลดต้นทุนในอนาคต
ด้านนางเปรมสิริ จงรวมกลาง สมาชิกกลุ่มเกษตรกร กล่าวว่า เมื่อก่อนหน้าแล้งแทบปลูกอะไรไม่ได้ แต่วันนี้อยากปลูกอะไรก็ปลูกได้ เพราะมีน้ำบาดาลที่เพียงพอ ปัจจุบันสามารถปลูกแตงโม ฟักทอง พริก มะเขือ และมันสำปะหลังได้ตลอดทั้งปี โดยแตงโมที่ปลูกมีหลายสายพันธุ์คุณภาพ เช่น สตาร์บอมบ์ เมญ่า และทัมอัพ ซึ่งจำหน่ายทั้งหน้าสวน ตลาด และผ่านช่องทางออนไลน์ รวมถึงการไลฟ์สด ทำให้มีรายได้หมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง ขอขอบคุณกรมทรัพยากรน้ำบาดาลและเทศบาลตำบลสุรนารี ที่ทำให้พวกเรามีโอกาสสร้างรายได้ตลอดทั้งปี
ความสำเร็จของโครงการแห่งนี้ สะท้อนให้เห็นว่า "น้ำบาดาล" ไม่ได้เป็นเพียงแหล่งน้ำสำรอง แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ โดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้ยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำใต้ดินให้เป็นแหล่งน้ำต้นทุนที่มั่นคงสำหรับภาคการเกษตร ช่วยลดความเสี่ยงจากภัยแล้ง เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สร้างรายได้ให้เกษตรกร และเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของประเทศในระยะยาว