กกพ.เปิดเวทีฟังเสียงคนแม่เมาะ ปมใช้งบกองทุนพัฒนาไฟฟ้าปีละ 300 ล้าน ย้ำเป็นเงินหลวง
ลำปาง - คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นคนแม่เมาะ ปมเงิน “กองทุนพัฒนาไฟฟ้า” ปีละ 300 ล้าน พร้อมย้ำเงินนี้เงินหลวง อย่าคิดว่าเป็นเงินส่วนตัว-จะใช้อะไรก็ได้ เผยที่ผ่านมาพบการทุจริตการทำโครงการฯ-อยู่ระหว่างดำเนินคดี 4 คดี บางคดีมีคนทำผิดมากถึง 76 คน
วันนี้(11 ก.ค.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่อำเภอแม่เมาะ ที่ห้องประชุมวิทยาลัยเทคนิค กฟผ.แม่เมาะ จ.ลำปาง เพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานของกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศ ซึ่งมีประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกว่า 300 คน
ในที่ประชุมได้เปิดโอกาสให้ตัวแทนชาวบ้าน แกนนำภาคประชาชน ตัวแทนองค์กร และผู้นำท้องถิ่น แสดงความคิดเห็นและเสนอแนะ ปัญหา-อุปสรรคต่างๆเกี่ยวกับเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้า คนละ10 นาที ส่วนใหญ่เสนอเกี่ยวกับปัญหาของการของโครงการที่มีความซ้ำซ้อนของการพิจารณา มีหลายขั้นตอนและสุดท้ายเมื่อไปถึง กกพ.ก็จะถูกปัดตก จึงเสนอให้มีการพิจารณาในระดับพื้นที่หากโครงการไม่ถึง1ล้านบาท บางคนไม่เห็นด้วยที่ตัดเงินกองทุน10%ให้กับคนนอกพื้นที่อำเภอแม่เมาะ รวมทั้งอยากให้เงินตกถึงมือประชาชนโดยตรง ไม่ใช่ผ่านแค่องค์กร มูลนิธิฯเท่านั้น
ตัวแทนชาวบ้าน ยังขอให้แก้ระเบียบคุณสมบัติของผู้ที่จะสมัครเข้าเป็นคณะกรรมการฯ คพรฟ. เพราะมีแต่นักการเมือง และกำหนดอายุ รวมถึงตำแหน่งที่ซ้ำซ้อน ทั้ง คพรฟ. และ คพรต. และบางคนได้เสนอให้แก้ไขระเบียบที่เจาะจงให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมองว่าประชาชนในพื้นที่ได้รับโดยตรง
นายวรวิทย์ ศรีอนันตรักษา กรรมการกำกับกิจการพลังงาน กล่าวว่า ตั้งใจมารับฟังปัญหาหลังจากที่จัดสรรเงินลงมา เจตนารมณ์คือ ต้องการให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากเงินกองทุนมากที่สุด แต่พอมารับฟังแล้ว ก็ยังพบปัญหาคือความไม่เข้าใจ เพราะว่าเงินกองทุนเป็นเงินหลวงการใช้จ่ายต้องเป็นไปตามกฎระเบียบ และเจตนารมณ์ของมาตรา 97(3) ต้องการให้เงินกองทุนในการพัฒนาและฟื้นฟูท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า
ดังนั้นก็ต้องใช้ในการพัฒนาและฟื้นฟูเท่านั้น เอาไปใช้อย่างอื่นไม่ได้ จึงต้องเป็นองค์กร ส่วนเงินจะเอาไปให้ใครก็ต้องเป็นท้องถิ่นหรือเป็นภาพของชุมชน เป็นภาพของส่วนร่วม จะเอาไปให้ตัวบุคคลไม่ได้ ดังนั้นเงินที่ให้ไปเอาไปใช้ทำโรงพยาบาล โรงเรียน ส่งเสริมการเรียนการสอนของเด็ก แบบนี้ทำได้ แต่จะนำไปให้นาย ก. นาย ข. ทำไม่ได้
“หลายคนก็ยังเข้าใจว่าเป็นของตัวเอง ทำไมจะใช้ไม่ได้ ซึ่งไม่ใช่ เงินที่เข้ามาที่กองทุน เป็นเงินหลวง ที่ผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศจ่ายมาตามที่กฎหมายบังคับให้จ่าย มาเพื่อเยียวยาประชาชนที่อยู่รอบโรงไฟฟ้าหรือได้รับผลกระทบจากมลพิษหรือได้รับผลกระทบจนทำให้การใช้ชีวิตไม่ปกติสุข เป็นเงินที่เก็บมาตามกฎหมาย ไม่ใช่เก็บมาฟรีๆ”
ดังนั้นการจะใช้เงินแต่ละบาทก็ต้องอธิบายกับ ปชช.ทั่วประเทศให้ได้ว่าใช้เงินได้คุ้มค่า หากอธิบายไม่ได้ ต่อไปมาตรานี้ก็อาจจะถูกตัดออกไป เงินก็จะไม่ได้กันสักบาท ตนก็อยากให้เงินนี้ไปพัฒนาใน 7 ด้าน อาทิ ด้านสาธารณสุข ด้านการศึกษา ด้านเศรษฐกิจชุมชน ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสาธารณูปโภค ด้านพลังงานชุมชน และด้านอื่นๆ เช่น ประเพณีวัฒนธรรมให้รักษาอัตลักษณ์เดิมไว้
“หากเข้าใจกฎหมาย ขอมาได้แน่นอน ในแต่ละปีงบ 300 กว่าล้านบาท ขอมาถูกตัดไปประมาณครึ่ง เพราะไม่ตรงตามระเบียบ คือทาง กกพ.กำหนดให้ ปชช.คัดเลือกโครงการมาเอง โดยวิธีประชาคมฯ จากนั้นก็ส่งให้ คพรฟ. มีผู้ว่าฯเป็นประธาน อนุมัติตามกรอบงบประมาณ แล้วส่งมา กกพ.เพื่อพิจารณาว่าถูกตามระเบียบหรือไม่ หรือ ปปช.สอบอยู่หรือไม่ หากถูกสอบอยู่ไม่ให้แน่นอน เพราะหากจะอนุมัติงบประมาณก็ต้องระมัดระวัง แม้จะไม่ได้อนุมัติโครงการก็ตามแต่ก็ต้องระวังเพื่อไม่ให้มีการทุจริต ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจแต่อาจจะไม่พอใจ”
นายวรวิทย์ เผยอีกว่าในพื้นที่แม่เมาะล่าสุดพบการทุจริต กำลังอยู่ระหว่างสอบและดำเนินคดี 4 คดี เป็นคดีที่มีโทษคดีทางอาญา ซึ่งบางคดีโดนทั้งผู้ร้องและผู้ถูกร้อง มากถึง 76 คน ส่วนใหญ่เป็นคดีเกี่ยวกับการทำโครงการส่งเสริมชีพ ซึ่งทาง กกพ.ก็เน้นการส่งเสริมอาชีพอยากให้ ปชช.มีอาชีพ แต่พอทำไปแล้ว ทำทิ้งทำขว้างก็เสียดายเงิน
“กำลังหาอดีตนายตำรวจมือปราบมาช่วยตรวจสอบจะได้เข็ด และไม่ใช่ที่แม่เมาะที่เดียวที่อื่นก็เยอะเช่นกัน ที่เข้าใจผิดกันว่าเงินที่มีจะใช้อะไรอย่างไรก็ได้ เป็นเงินส่วนตัว แต่นี่เป็นเงินหลวง หากใช้ผิดระเบียบโดนแน่คดีอาญา แต่บางพื้นที่ก็ทำโครงการได้ดีมาก ซึ่งตนเองอยากเห็นโครงการลักษณะนั้น”
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO