โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

พสกนิกรชาวสตูลสุดอาลัย หลังทราบข่าว ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’ สิ้นพระชนม์ น้อมรำลึกพระกรณียกิจ

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

บรรยากาศยามเช้าที่บริเวณบ้านตะโล๊ะใส ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล เต็มไปด้วยความโศกเศร้า หลังประชาชนได้รับทราบประกาศจากสำนักพระราชวัง ลงวันที่ 12 มิถุนายน 2569 เรื่องการสิ้นพระชนม์ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สร้างความสะเทือนใจแก่พสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศ
พ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่ออกมาจับจ่ายซื้ออาหารเช้า ต่างหยุดพูดคุยถึงข่าวดังกล่าว หลายคนมีสีหน้าเศร้าสลด และกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า รู้สึกตกใจและพูดไม่ออกกับการสูญเสียครั้งสำคัญของคนไทย ทำได้เพียงร่วมแสดงความอาลัยและน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย
ด้าน มะสู เจ้าของร้านอาหารเช้าในพื้นที่บ้านตะโล๊ะใส. กล่าวดุอาร์ตามหลักศาสนาอิสลามท้นทีที่ทราบข่าว ก็รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง พูดอะไรไม่ออก
คุณครูนุ่น นางสาวนันทิยา ชัยสิริชัยศิริ คุณครูรักถิ่น สะท้อนความรู้สึกเมื่อทราบข่าว รู้สึกใจหาย และเสียใจมาก เพราะพระองค์ทำคุณงามความดีไว้เป็นแบบอย่าง จากนี้ก็จะเป็นคุณครูที่ดี ปฏิบัติงานตามความสามารถอย่างเต็มกำลัง
จากประกาศสำนักพระราชวังระบุว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงพระประชวรมาอย่างต่อเนื่อง และเข้ารับการรักษาพระองค์ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2565 โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คณะแพทย์ได้ถวายการรักษาอย่างใกล้ชิดและเต็มกำลังความสามารถ
กระทั่งตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 พระอาการทรุดลงจากการติดเชื้อในพระนาภี (ช่องท้อง) อันเนื่องมาจากการอักเสบของพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่) ส่งผลให้ความดันพระโลหิตต่ำ พระหทัยเต้นผิดจังหวะ และการแข็งตัวของพระโลหิตผิดปกติ แม้คณะแพทย์จะถวายการรักษาอย่างเต็มที่ แต่พระอาการได้ทรุดหนักลงตามลำดับ
สำนักพระราชวังประกาศว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ สิ้นพระชนม์อย่างสงบ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 เวลา 19.48 น. ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย สิริพระชนมายุ 47 พรรษา
ขณะเดียวกัน บรรยากาศในพื้นที่จังหวัดสตูล หลายหน่วยงานราชการได้ดำเนินการลดธงครึ่งเสาเพื่อแสดงความอาลัย ขณะที่ประชาชนต่างติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และร่วมกันน้อมรำลึกถึงพระกรณียกิจอันทรงคุณูปการที่พระองค์ทรงปฏิบัติเพื่อประเทศชาติและประชาชนมาโดยตลอด
ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สำนักพระราชวังจัดการพระศพถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี และประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง ท่ามกลางความอาลัยของพสกนิกรชาวไทยทั่วทั้งแผ่นดิน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...