โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผ้าไม่เน่าแม้ไร้แดด! เปิดวิธีแก้ผ้ามีกลิ่นอับเมื่อตากในร่ม

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ปัญหา "ผ้ามีกลิ่นอับ" เป็นหนึ่งในเรื่องชวนปวดหัวที่สุดของแม่บ้านและชาวคอนโด โดยเฉพาะในวันที่สภาพอากาศไม่เป็นใจ ฟ้าครึ้ม ฝนตกหนัก หรือจำเป็นต้องจำกัดพื้นที่ตากผ้าอยู่ภายในห้องพัก หลายคนต้องทนใส่เสื้อผ้าที่มีกลิ่นเหม็นอับชื้นชวนเวียนหัวเพราะไม่มีทางเลือก ซึ่งนอกจากจะทำลายความมั่นใจและบุคลิกภาพแล้ว รู้หรือไม่ว่ากลิ่นอับเหล่านี้คือสัญญาณเตือนของเชื้อโรคที่กำลังเติบโตบนเสื้อผ้าของคุณ!

วันนี้เราจะมาแบไต๋ "วิธีแก้ผ้ามีกลิ่นอับ แม้ตากในร่ม ไร้แดด" ตั้งแต่ขั้นตอนการซัก การตาก ไปจนถึงการกู้ชีพเสื้อผ้า เพื่อให้ผ้าของคุณหอมสะอาดสดชื่นราวกับตากแดดจัดกลางแจ้ง

ต้นเหตุที่แท้จริงของกลิ่นอับชื้นไม่ใช่ตัวน้ำหรือความชื้นโดยตรง แต่เกิดจาก "เชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา" ที่เข้าไปกัดกินคราบโปรตีน คราบเหงื่อไคล หรือน้ำยาปรับผ้านุ่มที่ล้างออกไม่หมดบนเส้นใยผ้า เมื่อผ้าแห้งช้าเนื่องจากตากในที่ร่ม อากาศไม่ถ่ายเท ความชื้นสะสมยาวนานจะกลายเป็นสภาพแวดล้อมชั้นดีที่ทำให้จุลินทรีย์เหล่านี้เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และปล่อยแก๊สที่มีกลิ่นเหม็นอับออกมานั่นเอง

ผ้าไม่เน่าแม้ไร้แดด! เปิดวิธีแก้ผ้ามีกลิ่นอับเมื่อตากในร่ม
ผ้าไม่เน่าแม้ไร้แดด! เปิดวิธีแก้ผ้ามีกลิ่นอับเมื่อตากในร่ม

1. ปรับสูตรการซัก: ตัดวงจรแบคทีเรียตั้งแต่ในถัง

หากรู้ตัวว่าวันนี้ไม่มีแดดและต้องตากผ้าในร่มแน่นอน ให้เปลี่ยนมาใช้วัตถุดิบในครัวเหล่านี้ช่วยฆ่าเชื้อโรค:

  • สูตรน้ำส้มสายชู (ฆ่าเชื้อและล้างสารตกค้าง): ในขั้นตอนการล้างน้ำสุดท้าย ให้เทน้ำส้มสายชูสายกลั่นประมาณ 1-2 ถ้วยตวงลงในช่องน้ำยาปรับผ้านุ่ม กรดอะซิติกอ่อนๆ จะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียและสลายคราบผงซักฟอกเหนียวๆ ที่ตกค้างตามใยผ้าได้อย่างเด็ดขาด (ไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นเปรี้ยว เพราะกลิ่นน้ำส้มสายชูจะระเหยหายไปเองเมื่อผ้าแห้ง)
  • สูตรเบกกิ้งโซดา (ดูดซับกลิ่นฝังลึก): ผสมเบกกิ้งโซดา 1 ช้อนโต๊ะเข้ากับผงซักฟอกตามปกติก่อนเริ่มซัก เบกกิ้งโซดามีคุณสมบัติพิเศษในการสะเทินกรดและดูดซับกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่ฝังแน่นอยู่ในเนื้อผ้าได้ดีเยี่ยม
  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์สูตรตากในร่ม (Indoor / Anti-Odor): ปัจจุบันมีผงซักฟอกและน้ำยาปรับผ้านุ่มที่ออกแบบมาเพื่อการตากผ้าในร่มโดยเฉพาะ ซึ่งจะมีส่วนผสมของสารยับยั้งจุลินทรีย์ (Antimicrobial) ที่เข้มข้นกว่าสูตรปกติ
ผ้าไม่เน่าแม้ไร้แดด! เปิดวิธีแก้ผ้ามีกลิ่นอับเมื่อตากในร่ม
ผ้าไม่เน่าแม้ไร้แดด! เปิดวิธีแก้ผ้ามีกลิ่นอับเมื่อตากในร่ม

2. เทคนิคการตากผ้าในร่ม: เร่งระบายความชื้นให้ไวที่สุด

หัวใจสำคัญของการตากผ้าในที่ร่มคือ "การทำให้อากาศไหลผ่านผ้าได้ดีที่สุด" ยิ่งแห้งไว กลิ่นอับยิ่งไม่มีสิทธิ์เกิด

  • แขวนผ้าทรง "สันเขา" (Arch Shape): เวลากระจายผ้าบนราวตากผ้า ให้แขวนผ้าชิ้นหนาหรือผ้าตัวยาว (เช่น กางเกงยีนส์ ชุดเดรส ผ้าเช็ดตัว) ไว้ที่บริเวณหัวและท้ายของราวตากผ้า ส่วนผ้าชิ้นเล็กหรือสั้น (เช่น เสื้อยืด ถุงเท้า กางเกงใน) ให้แขวนไว้ตรงกลาง การจัดวางแบบนี้จะทำให้เกิดช่องว่างอากาศรูปส่วนโค้งใต้ราว ลมจะหมุนเวียนโกรกผ่านได้ดีขึ้น ทำให้ผ้าแห้งไวขึ้นเท่าตัว
  • เว้นระยะห่างระหว่างไม้แขวน: อย่าตากผ้าเบียดกันจนแน่น ควรเว้นระยะห่างระหว่างไม้แขวนอย่างน้อย 5-10 เซนติเมตร และหากตากกางเกงยีนส์หรือผ้าเนื้อหนา ควรใช้ไม้แขวนแบบกลมหรือกางกางเกงออกเพื่อเปิดพื้นที่ภายในให้ลมผ่าน
  • ใช้ตัวช่วยสร้างลม: แนะนำให้เปิดพัดลมส่ายเบอร์แรงสุดหันเข้าหาราวตากผ้าเพื่อเร่งการระเหยของน้ำ หรือหากบ้านไหนมีเครื่องดูดความชื้น (Dehumidifier) ให้เปิดทิ้งไว้ในห้องตากผ้า จะช่วยลดความชื้นในอากาศทำผ้าแห้งไวมาก

3. วิธีกู้ชีพเสื้อผ้าอับฉบับเร่งด่วน (พร้อมใส่ใน 10 นาที)

ถ้าหยิบเสื้อผ้าลงจากราวแล้วพบว่ายังมีกลิ่นอับชื้นอยู่ แต่ต้องรีบออกจากบ้านและไม่มีเวลาซักใหม่ ให้ใช้ 2 ทริกเด็ดนี้:

  • สเปรย์แอลกอฮอล์กู้ชีพ: ผสมแอลกอฮอล์ล้างแผล (70%) กับน้ำสะอาดในขวดสเปรย์อัตราส่วน 1:1 หยดน้ำยาปรับผ้านุ่มลงไปเล็กน้อยเพื่อความหอม ฉีดพ่นให้ทั่วเสื้อตัวที่มีกลิ่นอับ แอลกอฮอล์จะช่วยฆ่าเชื้อและระเหยพากลิ่นอับออกไปในพริบตา
  • ไดร์เป่าผม + ถุงพลาสติก: นำเสื้อใส่ในถุงพลาสติกใบใหญ่ เจาะรูที่ก้นถุง 2-3 รูเพื่อระบายอากาศ สอดปลายไดร์เป่าผมเข้าทางปากถุงแล้วเปิดลมร้อน ลมร้อนที่หมุนเวียนอยู่ภายในจะทำหน้าที่เหมือนเครื่องอบผ้าขนาดเล็ก ช่วยไล่ความชื้นและกลิ่นอับให้หมดไปภายใน 5 นาที
ผ้าไม่เน่าแม้ไร้แดด! เปิดวิธีแก้ผ้ามีกลิ่นอับเมื่อตากในร่ม
ผ้าไม่เน่าแม้ไร้แดด! เปิดวิธีแก้ผ้ามีกลิ่นอับเมื่อตากในร่ม
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...