ฝ่ายค้านพร้อมอภิปรายงบ 70 โฟกัส 2 ปมคุ้มค่า-โปร่งใส เจาะลึก TH-AI
เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2569 ที่อาคารอนาคตใหม่ ที่ทำการพรรคประชาชน (ปชน.) นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ปชน. กล่าวถึงแนวทางการพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 พรรคประชาชนจะโหวตคว่ำเหมือนเดิมหรือไม่ ว่า ขณะนี้พรรคประชาชนเตรียมผู้อภิปรายไว้ ซึ่งการประชุมงบประมาณก็จะเกิดขึ้นวันที่ 29 มิ.ย.- 1 ก.ค. ที่จะถึงนี้ มติอย่างเป็นทางการของพรรคประชาชนและวิปฝ่ายค้าน อยากให้รอการประชุมอย่างเป็นทางการของวิปฝ่ายค้านก่อน แต่ตนคิดว่าหลักเกณฑ์ที่เราจะใช้ในการประเมินงบประมาณ มี 2 เรื่อง อย่างแรกคืองบประมาณนั้นถูกจัดสรรไปกับโครงการที่มีความคุ้มค่าหรือไม่ ในการแก้ไขปัญหาของประชาชนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
อย่างที่สอง โครงการต่าง ๆ ที่อยู่ในร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ปี 2570 มีความโปร่งใสหรือไม่ หรือมีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับการดำเนินการที่เกี่ยวข้องก่อนหน้านี้ ที่อาจทำให้เราตั้งคำถามถึงความโปร่งใสได้ ถือเป็น 2 เกณฑ์ที่เราใช้ในการประเมินงบประมาณแต่ละส่วน ซึ่งเราก็จะมีการแบ่งกลุ่มผู้อภิปรายไปตามประเด็นต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ความมั่นคง เป็นต้น
นายพริษฐ์ กล่าวว่า ส่วนที่มีการเปิดเผยว่างบประมาณไปกองที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ค่อนข้างเยอะ ตรงนี้จะมีการเปิดข้อมูลและชี้ให้สังคมเห็นอย่างไรบ้าง นายพริษฐ์ กล่าวว่า เป็นข้อสังเกตที่เราเห็นว่าในการเปลี่ยนแปลงงบประมาณจากปี 69 มาถึงปี 70 กระทรวงดีอี โดยเฉพาะบางหน่วยในกระทรวงฯที่เขาเกี่ยวข้องกับTH-AI Passport พบว่า ก่อนหน้านี้ได้รับงบจำนวนสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม เรามีผู้อภิปรายที่จะเจาะลึกในงบประมาณของกระทรวงดีอีแน่นอน
เมื่อถามว่าจะสามารถทำให้รัฐบาลสะเทือนได้หรือไม่ในเรื่องนี้ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าเรามีเนื้อหาและหลักฐานที่หนักแน่น ในการชี้เห็นว่างบประมาณบางส่วนมีความไม่เหมาะสมอย่างไร แต่สะเทือนหรือไม่ ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน
ลั่นนายกฯย้อนแย้ง อายอันดับทุจริตไทยต่ำ แต่ดูแคลนคลิปเสียงปมโกงสอบท้องถิ่น
นายพริษฐ์ ยังกล่าวถึงกรณีการทุจริตสอบท้องถิ่น พรรคฝ่ายค้านจะเดินหน้าตรวจสอบเรื่องนี้อย่างไร ว่า เป็นหนึ่งในเรื่องที่เราจะเดินหน้าตรวจสอบอย่างแน่นอน แต่ก็ค่อนข้างประหลาดใจกับท่าทีของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพราะก่อนหน้านี้นายกเคยบอกว่าจะปราบปัญหาการทุจริต และรู้สึกอับอายกับคะแนนความโปร่งใสของประเทศเราที่ตกต่ำสุดในรอบ 10 กว่าปี แต่พอมีคลิปหลักฐานที่อาจบ่งบอกได้ว่า อาจจะมีการทุจริตเกิดขึ้น กลับบอกว่าเป็นเนื้อหาที่ไร้สาระ ก็เป็นท่าทีที่ค่อนข้างย้อนแย้งพอสมควร
นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า แต่ถ้าให้วิเคราะห์มากกว่านั้น หลายกรณีก่อนหน้านี้ ที่บางทีนายกปัดตก หรือดูแคลนหลักฐานบางประการ ที่ท้ายที่สุดพิสูจน์แล้วว่ามีมูล เช่น เรื่องวิกฤตน้ำมัน เราก็เห็นนายกฯที่ออกมายืนยันว่า ไม่มีไอ้โม่ง แต่ท้ายสุดก็มีการเปิดเผยว่า กระบวนการกักตุนน้ำมันมีอยู่จริง เลยค่อนข้างประหลาดใจกับท่าทีของนายกฯ ที่ดูจะเร่งรีบในการปัดตกและดูแคลนหลักฐานที่อยู่ในคลิป และหากมองไปมากกว่านั้น เห็นว่าเร็วเกินไปที่นายกฯ ไปสรุปว่าไม่มีฝ่ายการเมืองเกี่ยวข้อง เพราะในบางคลิปก็มีการพูดถึงบุคคลฝ่ายการเมืองอย่างชัดเจน เชื่อว่าเป็นบุคคลที่อาจเกี่ยวข้องกับบุคคลในรัฐบาลบางคนด้วย ในเมื่อนายกฯ ก็เป็นคนบริหารกระทรวงมหาดไทย มาเกือบตลอดระยะเวลาตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นมา
เมื่อถามว่ามีความกังวลหรือไม่ว่า สุดท้ายข้าราชการประจำจะโดนแค่ฝ่ายเดียว แล้วฝ่ายการเมืองลอยนวลเป็นไอ้โม่ง นายพริษฐ์ กล่าวว่า ฝ่ายค้านจะไม่ปล่อยให้การตัดตอนกระบวนการตรวจสอบเป็นเช่นนั้น เรายืนยันว่าสำหรับเรื่องนี้ต้องตรวจสอบทุกส่วน และตรวจสอบอย่างถอนรากถอนโคน เราจะไม่ปล่อยให้กระบวนการตรวจสอบถูกตัดตอนแค่บางกลุ่มเท่านั้น
สำหรับเบาะแสหรือหลักฐาน ได้อะไรมาเพิ่มเติมหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า จะมีการหารือกับ สส.ที่รับผิดชอบในกรณีนี้ แต่ตนก็ตั้งข้อสังเกตว่าเราเห็นถึงการดำเนินการตรวจสอบที่ดูมีมาตรฐานแตกต่างกัน ถ้าย้อนไปก่อนหน้านี้ เช่นกรณีการโยกย้ายข้าราชการในภูเก็ตที่มีการโยกย้ายในระยะเวลาอันรวดเร็ว แต่พอมาเป็นการตรวจสอบอธิบดีกรมการปกครอง เกี่ยวกับข้อความแชต"ช่วยน้ำเงินด้วย" ถึงวันนี้ก็ยังไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเลย ซึ่งก็ผ่านมาเป็นระยะเวลาหลายสัปดาห์พอสมควร