โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

วิกฤต RSV ระบาด เด็กเล็กติดเชื้อพุ่ง 80% แพทย์แนะภูมิคุ้มกันสร้างได้

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิกฤตการระบาดของไวรัส RSV กำลังกลับมาอีกครั้งในช่วงฤดูฝน พร้อมตัวเลขผู้ป่วยเด็กที่ยังน่าเป็นห่วง หลังประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อสะสมในปี 2568 สูงถึง 48,462 ราย และมีผู้เสียชีวิต 7 ราย โดยผู้ป่วยกว่า 80% เป็นเด็กเล็กอายุ 0-4 ปี ขณะที่ข้อมูลสะสมปี 2569 (ณ วันที่ 30 พฤษภาคม 2569) พบผู้ป่วยแล้ว 1,885 ราย และยังคงเป็นเด็กวัย 0-4 ปี ที่มีสัดส่วนสูงสุดเฉียด 70% สะท้อนว่า RSV ยังคงเป็นวิกฤตที่ส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขและครอบครัวอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย ร่วมกับ มูลนิธิวัคซีนเพื่อประชาชน จัดงานเสวนาในหัวข้อ “เจาะลึกภัยเงียบหน้าฝน: ทำไม RSV จึงเป็นวิกฤตภาระโรคที่น่ากังวลในเด็ก และแนวทางป้องกัน” เพื่อเผยแพร่ความรู้ แนวทางรับมือ และนวัตกรรมทางการแพทย์ที่จะช่วยสร้างเกราะคุ้มกัน ปกป้องลมหายใจของเด็กไทย

ศ.(คลินิก) พญ.กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ นายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และกรรมการ/ที่ปรึกษามูลนิธิวัคซีนเพื่อประชาชน กล่าวว่า RSV ไม่ใช่เพียงไข้หวัดธรรมดา แต่เป็นไวรัสที่โจมตีระบบทางเดินหายใจส่วนล่างของเด็กทารกและเด็กเล็กโดยตรง ช่วง 2-4 วันแรกอาจมีอาการคล้ายไข้หวัดทั่วไป มีน้ำมูกใสและไอเล็กน้อย

แต่หลังจากนั้นอาการสามารถทรุดลงอย่างรวดเร็ว เด็กจะไอมากขึ้น มีเสมหะเหนียวข้น น้ำมูกจำนวนมาก และบางรายแม้ไม่มีไข้ก็อาจมีอาการหายใจลำบาก หากเชื้อลุกลามอาจเกิดภาวะหลอดลมฝอยอักเสบ ปอดอักเสบ และภาวะขาดออกซิเจน จนนำไปสู่อันตรายได้

แพทย์บรรยายให้ความรู้เรื่องโรค RSV “รู้ทันฤดูกาล ปกป้องลูกน้อยทันเวลา“

ศ.(คลินิก) พญ.กุลกัญญา กล่าวว่า โดยทั่วไป RSV ในประเทศไทยจะระบาดสูงในช่วงฤดูฝนต่อเนื่องถึงฤดูหนาว โดยเฉพาะระหว่างเดือนมิถุนายนถึงพฤศจิกายน สิ่งที่น่ากังวลคือจำนวนเด็กที่มีอาการรุนแรงจนต้องนอนรักษาในโรงพยาบาล โดยในปี 2568 มีผู้ป่วยใน (IPD) สูงถึง 18,834 ราย หรือ 38.86% ของผู้ป่วยทั้งหมด ส่วนปี 2569 แม้เพิ่งเริ่มฤดูกาลระบาด แต่มีผู้ป่วยที่ต้องนอนโรงพยาบาลแล้ว 647 ราย คิดเป็น 34.32% ของผู้ป่วยทั้งหมด

"เรื่องนี้ขอให้ผู้ปกครองเฝ้าระวังอาการหายใจหอบเหนื่อย หน้าอกดึงรั้งหรือชายโครงบุ๋มขณะหายใจ หายใจมีเสียงหวีด ได้ยินเสียงครืดคราด ซึมลง กินนมน้อยลง หรือมีริมฝีปาก ปลายมือ ปลายเท้าเขียวคล้ำ และควรรีบพาเด็กพบแพทย์ทันที"

อาการของโรคเมื่อติดเชื้อ RSV

รศ.พญ.วนัทปรียา พงษ์สามารถ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ และหัวหน้าสาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า เมื่อเชื้อ RSV ลุกลาม จะเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เด็กต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และหากมีอาการรุนแรง เช่น หายใจล้มเหลว หรือหยุดหายใจ เด็กจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในห้องผู้ป่วยวิกฤต (ICU) และใช้เครื่องช่วยหายใจ

นอกจากนี้ การติดเชื้อรุนแรงยังส่งผลกระทบระยะยาว โดยเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะทางเดินหายใจไวเรื้อรังหรือหลอดลมไว ทำให้มีอาการไอเรื้อรัง หายใจมีเสียงหวีดซ้ำ ๆ เมื่อเป็นหวัด และเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคหอบหืดในอนาคต

แพทย์กำลังอธิบายถึงวิธีการสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกัน RSV

ด้าน ศ.นพ.สุรสิทธิ์ ชัยทองวงศ์วัฒนา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา และหัวหน้าสาขาโรคติดเชื้อ ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์จำนวนเด็กเกิดใหม่ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง การดูแลให้เด็กทุกคนเกิดมาอย่างมีคุณภาพและมีสุขภาพแข็งแรงจึงเป็นเรื่องสำคัญ

โดยเฉพาะการดูแลสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์และทารกแรกเกิด ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญของการวางรากฐานสุขภาพระยะยาว ซึ่งโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ โดยเฉพาะโรคที่เกิดจากไวรัส RSV เป็นความเสี่ยงสำคัญสำหรับทารกในช่วงเดือนแรกหลังคลอด เนื่องจากทารกยังมีภูมิคุ้มกันไม่สมบูรณ์และอาจมีอาการรุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ดังนั้น การป้องกันโรคตั้งแต่ก่อนทารกคลอดจึงเป็นแนวทางที่ช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสให้เด็กแรกเกิดมีสุขภาพแข็งแรง

ฉีดวัคซีนป้องกันโรค RSV

อีกหนึ่งในแนวทางสำคัญคือ การฉีดวัคซีนป้องกันโรค RSV ให้แก่หญิงตั้งครรภ์ เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายของมารดาสร้างภูมิคุ้มกันและถ่ายทอดแอนติบอดีผ่านทางรกไปยังทารก โดยราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย แนะนำให้หญิงตั้งครรภ์รับวัคซีนป้องกัน RSV ในช่วงอายุครรภ์ 24-36 สัปดาห์ เพื่อให้มีระยะเวลาเพียงพอในการสร้างและส่งผ่านภูมิคุ้มกันไปยังทารกก่อนคลอด

สำหรับแนวทางที่ 2 คือ การปกป้องทารกโดยตรงทันทีด้วย “ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป RSV” สำหรับเด็กแรกเกิดและเด็กเล็ก โดยไม่ต้องรอให้ร่างกายสร้างภูมิเอง สามารถฉีดได้ตั้งแต่แรกเกิด เพื่อให้ระดับภูมิคุ้มกันครอบคลุมตลอดฤดูกาลระบาด ออกฤทธิ์ป้องกันได้นานอย่างน้อย 6 เดือน ครอบคลุมช่วงวัยที่เปราะบาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...