บทสรุปดราม่าเด็ก ป.3 ควงมีดฟันครูสกลนคร
(16 มิ.ย. 69) จากกรณีเหตุการณ์ระทึกขวัญที่เกิดขึ้น ณ โรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่งในจังหวัดสกลนคร เมื่อเด็กชายชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ก่อเหตุใช้มีดพร้าไล่ฟันครูประจำชั้น สร้างความตื่นตระหนกให้กับคณะครูและนักเรียนภายในโรงเรียน ล่าสุดวันนี้ นางรณิดา เหลืองฐิติสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร และคณะ ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ เยี่ยมบ้านเด็กนักเรียน พร้อมให้กำลังใจคุณครูที่ได้รับผลกระทบ โดยได้ร่วมพูดคุยผ่านระบบออนไลน์ (วิดีโอคอล) กับ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อรายงานแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน
จากการตรวจสอบของทีมสหวิชาชีพและนักจิตวิทยา พบข้อมูลว่า เด็กชายรายดังกล่าวมีปัญหาด้านสมาธิและมีพฤติกรรมก้าวร้าวสะสมมาตั้งแต่ชั้นอนุบาล แต่ที่ผ่านมาไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สุ่มเสี่ยง เนื่องจากอาศัยอยู่กับย่าและพ่อในบ้านหลังเดียวกันรวม 7 คน โดยมีข้อมูลระบุว่าพ่อของเด็กมีพฤติกรรมยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งคุณครูประจำชั้นได้ประสานงานและแจ้งข้อมูลพฤติกรรมของเด็กต่อจิตแพทย์โรงพยาบาลสกลนคร มาเป็นระยะ ซึ่งนักจิตวิทยาประเมินว่า เด็กรายนี้มี "ภาวะดื้อต่อต้าน" ซึ่งมีลักษณะปฏิเสธทุกอย่างและควบคุมอารมณ์ได้ยาก
นางรณิดา เหลืองฐิติสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร กล่าวถึงแนวทางการจัดการปัญหาว่า จังหวัดได้วางมาตรการเพื่อดูแลผู้ได้รับผลกระทบทุกฝ่ายอย่างเป็นระบบ โดยด้านการรักษาเด็กได้ขอคำยืนยันจากผู้ปกครองเพื่อนำเด็กออกนอกพื้นที่ ส่งตัวเข้ารับการรักษาอย่างใกล้ชิด ที่ โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่น เนื่องจากมีความพร้อมด้านจิตแพทย์เฉพาะทางสำหรับเด็ก ด้านครอบครัว ได้สั่งการให้หน่วยงานฝ่ายปกครอง นำพ่อของเด็กเข้ารับการบำบัดฟื้นฟูที่ "บ้านพักใจ" เพื่อตัดวงจรปัญหายาเสพติดและปรับสภาพแวดล้อมในครอบครัว ด้านขวัญกำลังใจคุณครู เบื้องต้นกระทรวงศึกษาธิการเห็นชอบให้ครูที่ได้รับผลกระทบไปช่วยราชการที่โรงเรียนในพื้นที่ภูมิลำเนาเดิม ของคุณครู และหากมีตำแหน่งว่างในอนาคต จะพิจารณาให้บรรจุสอนประจำที่โรงเรียนดังกล่าวตามความเหมาะสม สำหรับนักเรียน ในโรงเรียนดังกล่าว เพื่อเป็นการลดผลกระทบทางจิตใจและสร้างบรรยากาศที่ดีขึ้น ผู้ว่าราชการจังหวัดได้มอบแนวทางให้ผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่และผู้บริหารสถานศึกษา จัดกิจกรรมผ่อนคลายด้วยการพานักเรียนไปทัศนศึกษา เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจของเด็กๆ ทุกคนในโรงเรียน โดยถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ต้องดูแลทั้งเด็กและบุคลากรครูอย่างใกล้ชิด จังหวัดสกลนครยืนยันที่จะประสานทีมสหวิชาชีพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กจะได้รับการรักษาที่ถูกต้อง และคุณครูที่ได้รับผลกระทบจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและความผาสุกของทุกภาคส่วนในสถานศึกษา