โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"พิพัฒน์" สั่งรฟท. ศึกษาความเป็นไปได้ ลด-ยกเลิก ขบวนรถไฟ วิ่งเข้า กทม. ชั้นใน

คมชัดลึกออนไลน์

อัพเดต 18 พ.ค. เวลา 06.02 น. • เผยแพร่ 18 พ.ค. เวลา 12.51 น.

18 พ.ค. 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม รวมถึงผู้บริหารการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ร่วมแถลงข่าวชี้แจงกรณีอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารบริเวณมักกะสัน พร้อมสรุปแนวทางแก้ปัญหาระยะสั้นและระยะยาว

นายพิพัฒน์ กล่าวแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้กระทรวงคมนาคม เร่งตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริง และวางมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก โดยเบื้องต้นได้สั่งการให้ รฟท. ศึกษาภายใน 3 เดือน ถึงความเป็นไปได้ในการลดหรือยกเลิกขบวนรถไฟที่วิ่งเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นใน ผ่านจุดตัดทางรถไฟระดับดิน โดยเฉพาะเส้นทางสายตะวันออก สายใต้ และสายตะวันตก ซึ่งรวมกันมีจุดตัดประมาณ 27 จุด

เบื้องต้นมีแนวคิดให้รถไฟสายตะวันออกสิ้นสุดที่สถานีลาดกระบัง ส่วนสายใต้สิ้นสุดที่สถานีตลิ่งชัน ก่อนเชื่อมต่อการเดินทางด้วยรถโดยสาร ขสมก. รถไฟฟ้าสายสีแดง หรือ Airport Rail Link แทน พร้อมพิจารณามาตรการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น การสนับสนุนผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และนโยบายตั๋วร่วม เพื่อไม่ให้ประชาชนมีภาระค่าเดินทางเพิ่มขึ้น โดยหากสามารถลดหรือยกเลิกการเดินรถผ่านจุดตัดในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในได้ จะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุในระยะยาว

นายพิพัฒน์ ยังชี้แจงถึงประเด็นใบอนุญาตพนักงานขับรถไฟ ว่า ปัจจุบันมีทั้งใบอนุญาตที่ออกโดย รฟท. และใบอนุญาตตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางราง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการส่งข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ทำให้การออกใบอนุญาตตามกฎหมายของกรมรางยังไม่แล้วเสร็จ พร้อมกันนี้ กระทรวงคมนาคมได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง จำนวน 14 คน โดยมีรองปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน เพื่อเร่งตรวจสอบสาเหตุและข้อบกพร่องที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

ด้าน นายสิริพงศ์ เปิดเผยความคืบหน้าการเยียวยาผู้เสียหายว่า วงเงินช่วยเหลือเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีที่ให้ระดมทุกภาคส่วนเข้าช่วยเหลือ โดยเบื้องต้นผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินเยียวยารวม 2,390,000 บาท ยังไม่รวมเงินช่วยเหลือจากกองทุนผู้ประสบภัยของสำนักนายกรัฐมนตรี ขณะที่ค่าปลงศพสามารถเบิกจ่ายได้ตามค่าใช้จ่ายจริงทุกบาท

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ จะได้รับเงินช่วยเหลือตั้งแต่ 130,000 บาท และกรณีบาดเจ็บสาหัสหรือผ่าตัดสูงสุด 1,000,000 บาท รวมถึงกระทรวงคมนาคมจะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดให้กับผู้ที่ยังพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล

ด้าน นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการผู้ว่าการ รฟท. ระบุว่า พนักงานขับรถไฟของ รฟท. ต้องผ่านการปฏิบัติงานในตำแหน่งช่างเครื่องไม่น้อยกว่า 7 ปี ก่อนสอบเป็นพนักงานขับรถ และต้องผ่านการตรวจสุขภาพรวมถึงสารเสพติดตามมาตรฐาน ปัจจุบัน รฟท. มีพนักงานขับรถประมาณ 911 คน จากกรอบอัตรา 1,200 คน และได้ส่งรายชื่อพนักงานเข้าสู่กระบวนการออกใบอนุญาตตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางรางแล้ว 591 ราย คาดว่าจะรับรองครบภายในเดือนกรกฎาคมนี้

สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหากับพนักงานขับรถไฟและเจ้าหน้าที่ควบคุมเครื่องกั้นถนนแล้ว โดยผลตรวจเบื้องต้นพบสารแอมเฟตามีนและกัญชาในร่างกายพนักงานขับรถไฟ ทำให้ รฟท.มีคำสั่งย้ายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องออกจากงานเดินรถเป็นการชั่วคราวระหว่างสอบสวน พร้อมเตรียมปรับแผนการเดินรถสินค้าในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน ให้เดินรถเฉพาะช่วงเวลา 22.00-04.00 น. เพื่อลดความเสี่ยงในช่วงการจราจรหนาแน่น รวมถึงเตรียมนำระบบอัตโนมัติ ATP มาเชื่อมการทำงานร่วมกับเครื่องกั้นถนนในอนาคต ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาพัฒนาอีกประมาณ 2-3 ปี

ด้าน นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. กล่าวว่า ขสมก. พร้อมให้ความร่วมมือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ โดยได้ดำเนินมาตรการตรวจวัดแอลกอฮอล์พนักงานขับรถทุกวัน รวมถึงตรวจสารเสพติดเป็นระยะ พร้อมส่งสายตรวจพิเศษและเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ประจำจุดเสี่ยง โดยเฉพาะบริเวณที่รถโดยสารต้องผ่านทางรถไฟ เพื่อเพิ่มความเข้มงวดด้านความปลอดภัยและลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุซ้ำ

ขณะเดียวกัน ขสมก. ได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการเขตทั้ง 8 เขต รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ดูแลผู้บาดเจ็บและอำนวยความสะดวกให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างใกล้ชิด โดยขณะนี้ยังมีผู้บาดเจ็บพักรักษาตัวในโรงพยาบาลประมาณ 15 ราย และมี 2 รายที่สามารถกลับบ้านได้แล้ว

ด้าน นายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข. เปิดเผยว่า แผนลดจุดตัดทางรถไฟระดับดินเป็นแนวคิดเดิมที่เตรียมไว้ตั้งแต่ก่อนเปิดใช้รถไฟฟ้าสายสีแดง ในปี 2564 โดยมีแนวคิดให้รถไฟทางไกลเปลี่ยนถ่ายผู้โดยสารที่สถานีชานเมือง เช่น บ้านภาชี นครปฐม และลาดกระบัง เพื่อลดการเดินรถเข้าสู่พื้นที่ชั้นในของกรุงเทพมหานคร ซึ่งขณะนี้กระทรวงคมนาคมเตรียมนำแผนดังกล่าวกลับมาศึกษาอย่างจริงจังอีกครั้ง เพื่อลดความเสี่ยงจากจุดตัดทางรถไฟในระยะยาว หลังเกิดอุบัติเหตุซ้ำหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...