"รอง ผบ.ตร." นำทีมสอบเข้ม ชายสวมฮู้ดส่งพัสดุซุกยาให้แอร์สาว ค้นห้องกบดาน จุดเก็บของและจุดทิ้งของกลางก่อนหลบหนี
ย้อนไปเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรและตำรวจออสเตรเลียตรวจพบยาเสพติดประเภทเฮโรอีน ซึ่งถูกซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าผ้าจำนวนหนึ่ง ภายในกระเป๋าเดินทางของแอร์โฮสเตสสาว จึงตรวจยึดและจับกุมนางสาวมีนา ผู้ครอบครองกระเป่าเดินทางและดำเนินการสอบสวน
นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี สั่งการ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. จัดชุดยาเสพติดฝีมือดี นำโดย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร.(คุมงานยาเสพติด) เปิดปฏิบัติการไล่ล่าเครือข่ายซุกซ่อนยาเสพติดในพัสดุและส่งออกไปยังต่างประเทศในทันที ให้ถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด นำทีมนักสืบมือดี บช.น. กับ บช.ปส. ปูพรมลงพื้นที่ไล่ล่า
พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส., พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำตร. ให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น./รับผิดชอบยาเสพติด, พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.นพสิทธิ์ มิตรภักดี ผบก.ปส. 1, พล.ต.ต.อดิศ เจริญสวัสดิ์ ผบก.ปส.3, พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น.จัดทีมชุดปฏิบัติการพิเศษยาเสพติดและชุดศูนย์ยา บช.น.(ศอ.ปส.บช.น.) และ บช.ปส. แกะรอยเครือข่าย
ต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดศูนย์ยา บช.น. ตรวจสอบภาพพบผู้ต้องสงสัยลักษณะสวมเสื้อแจ็คเก็ตสีเข้มแขนยาวมีฮู้ด โดยสารมากับรถยนต์สีเข้ม จึงได้ติดตามรถยนต์คันดังกล่าว พบชายวัย 59 ปี ภูมิลำเนา จ.พระนครศรีอยุธยา ให้การว่าเป็นผู้ขับขี่รถคันดังกล่าวในวันที่นำส่งพัสดุที่คอนโดของแอร์สาว โดยให้การตรงกันว่ามีชายอีกรายสวมเสื้อแจ็คเก็ตสีเข้มแขนยาวมีฮู้ดนั่งมาด้วย และชายรายดังกล่าวได้นำพัสดุลงไปส่ง เจ้าหน้าที่จึงได้มุ่งเป้าติดตามชายรายดังกล่าว อายุ 47 ปี ภูมิลำเนา จังหวัดน่าน ชาวไทยเผ่าม้ง
จึงเปิดบูรณาการปฏิบัติการไล่ล่าร่วมหลายหน่วยงาน ลงพื้นที่ทุกตารางนิ้วในเส้นทางที่คนร้ายรายนี้กำลังมุ่งหน้าไป “ทุ่มทุกกำลัง…ล่าทุกวินาที” ทางการข่าวจะหลบหนีออกนอกประเทศ จนในที่สุดสามารถติดตามทันเงาคนร้ายขณะเปิดห้องพักใกล้สถานีขนส่งพิษณุโลก จึงนำตัวสอบปากคำ เบื้องต้นให้การถึงจุดเก็บยาเสพติดและจุดทำลายทิ้งก่อนหลบหนี
ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 15.30 น. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. พร้อม จนท.พฐ. นำหมายศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เลขที่ 139/69 ลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 เข้าค้นห้องพักใน พื้นที่ ต.กะมัง จ.พระนครศรีอยุธยา และอีกหลายจุดที่ ชายคนดังกล่าว คนร้ายนำของไปทำลายทิ้ง โดยพบพยานหลักฐานสำคัญ หลายรายการ และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานพบสารเสพติดชนิดเฮโรอีน
เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบ เก็บข้อมูล หลักฐาน ทั้งพยานวัตถุและนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียด และนำตัวชายคนดัวกล่าว ส่งพนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดต่อไป
พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. กล่าวว่า ปฏิบัติการไล่ล่าในครั้งนี้ เป็นความมุ่งมั่นและตั้งใจของ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบด้านยาเสพติด ที่ประสานงานกันได้อย่างรวดเร็ว จนสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาและแกะรอยเครือข่ายยาเสพติดนี้ เป็นอีกหนึ่งปฏิบัติการที่สามารถทำลายกลุ่มซุกซ่อนยาเสพติดเพื่อเตรียมส่งออกไปยังประเทศที่สามได้
ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น./รอง ผอ.ศอ.ปส.บช.น. กล่าวว่า ชายคนดังกล่าว รับว่าเป็นคนไปรับยาเสพติด ที่อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ซึ่งใส่ถุงพลาสติกสีดำด้านในบรรจุกระเป๋าช้าง สี่ตัว จำนวน 12 ใบ และสองตัวจำนวน 6 ใบ ซึ่งด้านในบรรจุยาเสพติด ได้รับค่าจ้างจำนวน 60,000 บาท
จากนั้นได้นำยาเสพติดมาแพ็ค ติดตามออเดอร์ที่ได้รับการสั่งมา โดยใส่ในกล่องพัสดุจำนวน 2 กล่อง เพื่อรอนำไปส่ง ตามที่เค้าส่งที่อยู่มาให้ โดยเมื่อวันที่ 22 ได้เรียกรถไปส่งที่ ที่กรุงเทพมหานคร ซอยเสือใหญ่และแถวบางนา โดยวันดังกล่าวใส่เสื้อฮู้ด สีน้ำเงิน ใส่แว่น ใส่รองเท้าแตะถุงเท้าสีขาว เมื่อนำไปวางเสร็จได้กลับขึ้นรถ และเดินทางมาที่หอพักในเมืองอยุธยา เมื่อข่าวออกว่าแอร์สาวถูกจับกุมที่ออสเตรเลีย จึงได้หลบหนี