โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดัน ‘พ.ร.บ.ชาติพันธุ์’ สู่ การปฏิบัติจริง มุ่งทลายกำแพงเหลื่อมล้ำ ย้ำสิทธิ์-ตัวตน-ศักดิ์ศรี บนความเท่าเทียม

Thai PBS

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

18 องค์กร ภาคประชาสังคมภาคเหนือ จับมือหนุนบริหารจัดการพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ หวังสร้างความมั่นคงที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย พื้นที่ทางวัฒนธรรม จิตวิญญาณ บนยุทธศาสตร์สู่การปฏิบัติจริง ย้ำ วัดความสำเร็จพ.ร.บ.ชาติพันธุ์ ด้วยคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตอกย้ำอัตลักษณ์ ตัวตนชาติพันธุ์-ชนเผ่าพื้นเมือง อย่างมีศักดิ์ศรี เท่าเทียมในสังคมไทย

วันนี้ (19 มิ.ย. 69) ภาคีองค์กรภาคประชาสังคมภาคเหนือ 18 องค์กร ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อน “พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ.2568” หรือ พ.ร.บ.ชาติพันธุ์ พร้อมประกาศเจตนารมณ์ผลักดันให้กฎหมายดังกล่าว เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ในการคุ้มครองสิทธิของชนเผ่าพื้นเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์ ส่งเสริมวิถีชีวิตและยกระดับคุณภาพชีวิตของชนเผ่าพื้นเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์ทั่วประเทศ

การลงนามในครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังจากการประกาศใช้ พ.ร.บ.ชาติพันธุ์ ซึ่งถือเป็นกฎหมายฉบับแรกของประเทศไทยที่มีเป้าหมายในการคุ้มครองสิทธิ ส่งเสริมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และยอมรับความหลากหลายทางวัฒนธรรมของชนเผ่าพื้นเมือง ผ่าน 4 กลไกหลักที่มีบทบาทหน้าที่ในการขับเคลื่อนกฎหมาย ได้แก่

  • คณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ (กลไกนโยบาย)

  • สภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์แห่งประเทศไทย (กลไกการมีส่วนร่วม)

  • คณะอนุกรรมการจัดทำข้อมูลวิถีชีวิตและประวัติศาสตร์กลุ่มชาติพันธุ์ (กลไกวิชาการ)

  • คณะกรรมการบริหารพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ (กลไกพื้นที่)

ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว ภาคีภาคประชาสังคมภาคเหนือ 18 องค์กร ได้ประกาศแนวทางยุทธศาสตร์สู่การปฏิบัติจริง 6 ด้าน ได้แก่

  • สนับสนุนการจัดทำกฎหมายลำดับรองและผลักดันนโยบายทั้งในระดับชาติและท้องถิ่น

  • พัฒนาศักยภาพชุมชนเพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านสิทธิและกฎหมาย

  • สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)

  • หนุนเสริมงานวิชาการและการพัฒนาฐานข้อมูล

  • ยกระดับคุณภาพชีวิตเพื่อคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง

  • ผลักดันและสนับสนุนการบริหารจัดการพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อสร้างความมั่นคงในที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย และพื้นที่ทางวัฒนธรรมและจิตวิญญาณ

นอกจากนี้ ภาคีเครือข่ายฯ ยังเห็นพ้องว่า ชนเผ่าพื้นเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์ ควรได้รับการส่งเสริมให้เป็นหุ้นส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยอาศัยองค์ความรู้ ภูมิปัญญา และศักยภาพของชุมชนชาติพันธุ์ ในการร่วมกำหนดอนาคตของตนเอง

“บันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้ จึงเป็นกรอบการทำงานสำคัญที่ผสานพลังภาคประชาสังคมภาคเหนือ ให้มีส่วนร่วมในการเปลี่ยนผ่านจากข้อกฎหมายไปสู่การปฏิบัติที่จับต้องได้ และให้เกิดผลตามเจตนารมณ์ของกฎหมายอย่างแท้จริง”

สุมิตร วอพะพอ ตัวแทนมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย และคณะทำงานพัฒนาการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพคนไทยไร้สิทธิ เห็นว่า การร่วมลงนามในครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์รอบด้านที่ครอบคลุมทั้งผู้ปฏิบัติงานและกลุ่มเป้าหมายขององค์กร

“กฎหมายนี้มีประโยชน์ต่องานขับเคลื่อนทั้งทางด้านสุขภาพและสถานะบุคคลที่องค์กรดำเนินงานอยู่จึงอยากให้การผสานใช้กลไกและทุกรายละเอียดของข้อกฎหมายให้เต็มประสิทธิภาพจนส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเป้าหมายประชากรกลุ่มชาติพันธุ์ได้”

สุมิตร วอพะพอ

จำลอง ปอคำ ผู้อำนวยการมูลนิธิพัฒนาพื้นที่สูง (UHDF) ระบุตั้งใจจะทำให้เจตนารมณ์ของกฎหมายไม่ถูกบิดเบือนด้วยการพยายามให้ชุมชนได้รับการคุ้มครองสิทธิ โดยเฉพาะเรื่องความมั่นคงในที่อยู่อาศัย

“การตัดสินใจร่วมลงนามขับเคลื่อนพ...ชาติพันธุ์เพราะเห็นว่าเป็นความหวังของภาคประชาสังคมโดยเฉพาะพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ที่เรามีข้อจำกัดสิทธิในหลายๆเรื่องจึงจำเป็นจะต้องร่วมกันขับเคลื่อนและผลักดันให้ใช้งานได้ตามเจตนารมณ์สำหรับการนำไปปรับใช้ภายในองค์กรของเราจะพยายามพัฒนาจะให้ชุมชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการคุ้มครองสิทธิเรื่องที่ดินและป่าไม้เพื่อได้รับการคุ้มครองจากการถูกละเมิดสิทธิจากการอยู่อาศัยในที่ดินเดิมที่ดินของตัวเองให้มากขึ้น”

จำลอง ปอคำ

นิตยา เอียการนา ผู้อำนวยการสมาคมศูนย์รวมการศึกษาและวัฒนธรรมของชาวไทยภูเขาในประเทศไทย (IMPECT) ยืนยันว่า การลงนามครั้งนี้เป็นภารกิจที่สำคัญในการปกป้องวิถีชีวิต อัตลักษณ์ และวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ โดยสมาคมฯจะบูรณาการสาระสำคัญและภารกิจภายใต้กฎหมายฉบับนี้ไว้ในแผนยุทธศาสตร์5 ปีของสมาคมฯ เอง พร้อมทั้งยกระดับศักยภาพองค์กรให้สามารถรับบทบาทเป็นกองเลขาฯ เชื่อมประสานนโยบายทรัพยากรและองค์ความรู้เพื่อหนุนเสริมเครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์

โดยมุ่งเน้นการสร้างพื้นที่และเพิ่มบทบาทแกนนำสตรีกลุ่มเยาวชนชนเผ่าพื้นเมืองให้สามารถลุกขึ้นมาเป็นพลังหลักในการขับเคลื่อนเรื่องสิทธิของตนเองร่วมจัดการทรัพยากรและสามารถปกป้องวิถีวัฒนธรรมดั้งเดิมได้อย่างเท่าเทียมและยั่งยืน

“การลงนามในบันทึกข้อตกลงครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงพิธีกรรมในการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันของภาคประชาสังคมภาคเหนือเท่านั้น แต่ยังเป็นข้อตกลงในการผสานความร่วมมือเชิงรุกอย่างเป็นระบบ ที่จะเปลี่ยนพลังประชาชนกลุ่มชาติพันธุ์ ให้เป็นกลไกขับเคลื่อนกฎหมายจากฐานรากอย่างแท้จริง”

นิตยา เอียการนา

หลังจากนี้ทั้ง 18 องค์กร จะร่วมกันติดตามการจัดทำร่างกฎหมายลำดับรอง ตลอดจนนำไปใช้งานต่อในพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาและมุ่งสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อประชากรกลุ่มชาติพันธุ์อย่างเป็นรูปธรรม เพราะความสำเร็จของ พ.ร.บ.ชาติพันธุ์ฯ ไม่ได้วัดจากการมีตัวบทกฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่จะวัดจากการที่ชนเผ่าพื้นเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์สามารถเข้าถึงสิทธิ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และดำรงวิถีชีวิตตามอัตลักษณ์ของตนเองได้อย่างมีศักดิ์ศรีและเท่าเทียมในสังคมไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

สธ.ดัน “พรีเมียมคลินิก” หารายได้เสริม พยุง รพ.รัฐ (19 มิ.ย.69) I ตรงประเด็น

37 นาทีที่แล้ว

เวทีระดมสมองสู่อนาคตกรุงเทพฯ นโยบายใครตอบโจทย์เมือง (19 มิ.ย.69) | ตรงประเด็น

41 นาทีที่แล้ว

Bangkok Active Festival ชวนคนกรุงเทพฯ ปล่อยพลังเปลี่ยนเมือง (19 มิ.ย.69) | ตรงประเด็น

57 นาทีที่แล้ว

เสนอ ว่าที่ผู้ว่าฯ กทม. เจ้าภาพหลักดึงหน่วยงานร่วม ‘แก้หนี้’ ช่วยคนกรุง

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ทั่วไป อื่น ๆ

'อิสราเอล-ฮิซบอลเลาะห์' บรรลุข้อตกลงหยุดยิงในเลบานอน หลังการสู้รบเสี่ยงทำลายข้อตกลงยุติสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน

Manager Online

ผบ.ตร. เด้ง ผบช.ภ.8 เข้ากรุ เซ่นปมข้อมูลประชุมหลุดว่อนเน็ต ตั้ง กก.สอบ ส่อบกพร่องหน้าที่

Khaosod

"ปลัดรุ่งเรือง" ยื่นศาลอาญาคดีทุจริตภาค8 ฟ้อง 'นฤชา' อธิบดีปกครอง ออกคำสั่งเด้งมิชอบ

Khaosod

เลื่อนการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่สวิตเซอร์แลนด์ เหตุยังมีการสู้รบในเลบานอน

JS100

ชาวบ้านคิดว่าหลับ เซลส์แมนวัย51 โรคกำเริบเสียชีวิตคารถ พบสตาร์ตเครื่อง เปิดแอร์ทิ้งไว้

Khaosod

ตำนานที่ยังมีชีวิต ลุงพิชัย กับสมการปริศนาบนฟุตปาธ ทุกวันนี้ยังเดินหน้า

Khaosod
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...