โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

5 เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ใช้พลังงาน "มากที่สุด" ในบ้าน ข้อสุดท้ายคุณอาจคิดไม่ถึง!

sanook.com

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
คุณกำลังทำแบบนี้อยู่หรือเปล่า?! 5 เครื่องใช้ไฟฟ้ากินไฟที่สุดในบ้าน เผยพฤติกรรมผิดๆ ที่ทำให้กระเป๋าฉีก

เปิดโผ 5 เครื่องใช้ไฟฟ้า "กินไฟที่สุดในบ้าน" ตัวการทำบิลค่าไฟพุ่งกระฉูดที่คุณอาจนึกไม่ถึง

หลายคนมักมีความเชื่อว่าสาเหตุที่บิลค่าไฟพุ่งสูงขึ้นในแต่ละเดือนมาจากอัตราค่าไฟที่ปรับตัวเปลี่ยนแปลง แต่ในความเป็นจริง "ตัวการใหญ่" ที่คอยสูบเงินในกระเป๋าสตางค์อาจแฝงตัวอยู่ในบ้านของคุณเอง เครื่องใช้ไฟฟ้าบางชนิดเป็นสิ่งที่เราใช้งานอยู่ทุกวัน หรือเปิดทิ้งให้ทำงานต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ได้ใส่ใจ จนกลายเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน หากครอบครัวของคุณกำลังมองหาวิธีประหยัดพลังงานและลดค่าใช้จ่าย ลองมาสำรวจพฤติกรรมการใช้งาน 5 เครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้ว่าทำได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมแล้วหรือไม่

1. เครื่องปรับอากาศ (แอร์)

เครื่องปรับอากาศแทบจะครองอันดับหนึ่งในรายชื่อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุดในบ้านเสมอ โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลที่มีสภาพอากาศร้อนจัด ผู้บริโภคหลายคนมักมีพฤติกรรมเปิดแอร์ทิ้งไว้ตลอดทั้งคืนและตั้งอุณหภูมิต่ำระดับ 20–22 องศาเซลเซียสเพื่อให้ห้องเย็นเร็วขึ้น ทว่ายิ่งตั้งอุณหภูมิต่ำเท่าใด คอมเพรสเซอร์ก็ยิ่งต้องทำงานหนักมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งหมายถึงปริมาณการใช้กระแสไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว แนวทางที่ถูกต้องเพื่อความเย็นสบายและประหยัดพลังงานคือการตั้งอุณหภูมิที่ 26–28 องศาเซลเซียส แล้วเปิดพัดลมช่วยกระจายความเย็น พร้อมทั้งทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศเป็นประจำ เพราะแอร์ที่สะอาดจะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและช่วยลดการใช้พลังงานได้อย่างดีเยี่ยม

2. เครื่องทำน้ำอุ่น / เครื่องทำน้ำร้อน

ผู้บริโภคบางกลุ่มมองข้ามการกินไฟของเครื่องทำน้ำอุ่นในฤดูร้อน แต่ในความเป็นจริง หลายครอบครัวยังคงมีพฤติกรรมอาบน้ำอุ่นตลอดทั้งปี หรือเปิดระบบทำความร้อนของเครื่องทิ้งไว้ล่วงหน้าแล้วลืมปิด อุปกรณ์ชนิดนี้มีกำลังไฟฟ้า (วัตต์) ที่สูงมาก หากเปิดระบบทิ้งไว้เป็นเวลานานหรือเปิดสแตนด์บายตลอด 24 ชั่วโมง ปริมาณไฟฟ้าที่ถูกใช้จะพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ วิธีการใช้งานที่เหมาะสมคือเปิดสวิตช์เครื่องก่อนใช้งานประมาณ 15–20 นาที (สำหรับเครื่องแบบหม้อต้ม) หรือเปิดเฉพาะเวลาที่ใช้งานจริงและปิดทันทีหลังใช้งานเสร็จ พฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้จะช่วยประหยัดไฟและยืดอายุการใช้งานของตัวเครื่องได้เป็นอย่างดี

3. เตาแม่เหล็กไฟฟ้า

เตาแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นเครื่องครัวที่มีกำลังวัตต์สูงมาก ทำให้การปรุงอาหารในแต่ละครั้งใช้ปริมาณไฟค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าเตาแม่เหล็กไฟฟ้าจะสิ้นเปลืองพลังงานมากกว่าเตาแก๊สในทุกกรณี จุดสำคัญที่ต้องระวังคือหากมีการปรุงอาหารหลายเมนูพร้อมกัน หรือเปิดใช้กำลังไฟฟ้าระดับสูงสุดเป็นเวลานาน ค่าไฟจะเพิ่มขึ้นทันที วิธีการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพคือการเลือกใช้ภาชนะที่ขนาดพอดีกับหน้าเตา ปิดฝาหม้อทุกครั้งขณะต้มเพื่อกักเก็บความร้อน และปิดเตาก่อนปรุงอาหารเสร็จเล็กน้อยเพื่อใช้ประโยชน์จากความร้อนที่ยังคงเหลืออยู่บนหน้าเตา ซึ่งจะช่วยลดเวลาในการปรุงและเซฟค่าไฟได้มากขึ้น

4. ตู้เย็น

ต่างจากเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดอื่น ตู้เย็นต้องเปิดระบบให้ทำงานต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ทุกครั้งที่มีการเปิดประตูตู้เย็นหรือเมื่ออุณหภูมิภายในตู้สูงขึ้น คอมเพรสเซอร์จะเริ่มระบบทำความเย็นใหม่อีกครั้ง หากผู้ใช้มีพฤติกรรมเปิดประตูตู้เย็นค้างไว้นาน นำอาหารแช่แน่นจนล้นตู้ หรือวางตู้เย็นชิดผนังมากเกินไปจนระบบระบายความร้อนทำงานไม่สะดวก ตู้เย็นจะต้องทำงานหนักขึ้นและกินไฟเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อแนะนำคือควรจัดระเบียบตู้เย็นให้โปร่งโล่ง ไม่นำอาหารที่ยังร้อนจัดเข้าแช่ทันที และหมั่นตรวจสอบขอบยางประตูตู้เย็นไม่ให้มีรอยรั่วเพื่อป้องกันความเย็นรั่วไหล

5. เครื่องอบผ้า

เครื่องอบผ้าจัดเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีกำลังวัตต์สูงมาก โดยทั่วไปจะกินไฟอยู่ที่ประมาณ 1,000 ถึง 2,500 วัตต์ ขึ้นอยู่กับประเภทและขนาดของตัวเครื่อง ดังนั้นการใช้งานในแต่ละครั้งจึงใช้กระแสไฟปริมาณมหาศาล แม้ว่าบางครอบครัวอาจไม่ได้ใช้งานทุกวัน แต่สำหรับบ้านที่มีเด็กเล็ก อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียม หรือจำเป็นต้องซักผ้าปริมาณมาก อุปกรณ์ชนิดนี้ถือเป็นสิ่งจำเป็น หากมีพฤติกรรมอบผ้าติดต่อกันหลายรอบโดยไม่พักเครื่อง หรือใส่ผ้าที่ยังเปียกชุ่มน้ำเกินไปเข้าเครื่อง ระยะเวลาในการอบจะลากยาวขึ้นและส่งผลให้ค่าไฟพุ่งสูงขึ้นตามเวลาที่เพิ่มขึ้น

บทสรุป

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าเพียงเล็กน้อยในชีวิตประจำวัน ไม่เพียงแต่ช่วยลดค่าใช้จ่ายในบิลค่าไฟของครอบครัวได้อย่างเห็นผล แต่ยังเป็นการช่วยยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้านให้ยาวนานขึ้น การรู้เท่าทันกลไกการกินไฟของอุปกรณ์แต่ละชนิดจึงเป็นคาถาสำคัญที่ช่วยให้บริหารจัดการบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

แหล่งข้อมูลและเอกสารอ้างอิง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...