จากผู้ใช้สู่ผู้สร้าง! ปั้นเศรษฐกิจอวกาศไทยด้วย THEOS-3 ดาวเทียมที่ผลิตและประกอบในประเทศ
ประเทศไทยกำลังจะก้าวไปอีกขั้นในอุตสาหกรรมอวกาศ เมื่อสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือจิสด้า (GISTDA) เดินหน้าโครงการดาวเทียมสำรวจโลกดวงใหม่ THEOS-3 ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจครั้งสำคัญ เพราะนี่คือดาวเทียมที่ออกแบบโดยฝีมือวิศวกรไทยแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ เพื่อสานต่อภารกิจและยกระดับระบบนิเวศเศรษฐกิจอวกาศของประเทศอย่างยั่งยืน
ดาวเทียม THEOS-3 เป็นดาวเทียมขนาดเล็กที่มีน้ำหนักประมาณ 150 กิโลกรัม ถูกออกแบบให้โคจรในวงโคจรแบบสัมพันธ์กับดวงอาทิตย์ (Sun-Synchronous Orbit: SSO) ที่ระดับความสูง 500 ถึง 600 กิโลเมตร โดยมีอายุการใช้งานอย่างน้อย 3 ปี หัวใจสำคัญของภารกิจนี้คือการตอบสนองความต้องการของหน่วยงานในประเทศกว่า 33 แห่ง ที่ต้องการข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมรายละเอียดปานกลางถึงสูงทางด้านการเกษตร ตัวดาวเทียมจึงได้รับการติดตั้งกล้องถ่ายภาพถึงสองระบบ ได้แก่ กล้องถ่ายภาพช่วงคลื่นแสงที่ตามองเห็นและใกล้อินฟราเรดความละเอียดสูง (Visible and Near-Infrared: VNIR) และกล้องถ่ายภาพช่วงคลื่นอินฟราเรดคลื่นสั้นความละเอียดปานกลาง (Shortwave Infrared: SWIR) รวมถึงมีการติดตั้งเครื่องรับสัญญาณเอไอเอส (Automatic Identification System: AIS) เพื่อใช้ในการติดตามและตรวจสอบการเดินเรือทางทะเลอีกด้วย
ข้อมูลที่ได้จากดาวเทียมดวงนี้จะถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างมหาศาล โดยเฉพาะในภาคการเกษตร ซึ่งสามารถวิเคราะห์หน้าใบพืช แยกแยะพรรณพืช ติดตามการเจริญเติบโตและสุขภาพของพืชเศรษฐกิจสำคัญได้อย่างต่อเนื่องผ่านแอปพลิเคชันอย่าง ดรากอนฟลาย (Dragonfly) รวมถึงการประเมินผลผลิตและติดตามภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น ไฟป่า ภัยแล้ง และน้ำท่วม ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีขีดความสามารถในการตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของก๊าซคาร์บอนในบรรยากาศ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญระดับโลกในยุคปัจจุบัน
ความพิเศษที่ทำให้ดาวเทียมดวงนี้แตกต่างจากอดีต คือการมุ่งเน้นใช้วัสดุและชิ้นส่วนที่ผลิตขึ้นภายในประเทศ โดยร่วมมือกับผู้ประกอบการไทยเพื่อสร้างความสามารถในการผลิตอย่างยั่งยืน ซึ่งมีสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนในประเทศมากกว่าร้อยละ 10 และผ่านขั้นตอนการประกอบและทดสอบในประเทศไทยทั้งหมด โครงการนี้ไม่เพียงแต่เตรียมพร้อมสำหรับการส่งขึ้นสู่อวกาศในช่วงปี พ.ศ. 2570 ถึง พ.ศ. 2571 เท่านั้น แต่ยังวางรากฐานในการพัฒนากำลังคนด้านเทคโนโลยีอวกาศ โดยตั้งเป้าหมายที่จะสร้างบุคลากรผู้เชี่ยวชาญให้ได้มากกว่า 10,000 คน ภายในปี พ.ศ. 2581
การมาถึงของดาวเทียมดวงใหม่นี้จึงไม่ใช่แค่ความก้าวหน้าทางวิศวกรรม แต่คือการเปลี่ยนผ่านบทบาทของประเทศไทยจากผู้บริโภคเทคโนโลยี มาเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมอวกาศอย่างเต็มตัว ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชาติและสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมแห่งอนาคตนี้ต่อไป
- ข้อมูลอ้างอิง: GISTDA