โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จากผู้ใช้สู่ผู้สร้าง! ปั้นเศรษฐกิจอวกาศไทยด้วย THEOS-3 ดาวเทียมที่ผลิตและประกอบในประเทศ

SPACEMAN

อัพเดต 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 23.16 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

ประเทศไทยกำลังจะก้าวไปอีกขั้นในอุตสาหกรรมอวกาศ เมื่อสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือจิสด้า (GISTDA) เดินหน้าโครงการดาวเทียมสำรวจโลกดวงใหม่ THEOS-3 ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจครั้งสำคัญ เพราะนี่คือดาวเทียมที่ออกแบบโดยฝีมือวิศวกรไทยแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ เพื่อสานต่อภารกิจและยกระดับระบบนิเวศเศรษฐกิจอวกาศของประเทศอย่างยั่งยืน

ดาวเทียม THEOS-3 เป็นดาวเทียมขนาดเล็กที่มีน้ำหนักประมาณ 150 กิโลกรัม ถูกออกแบบให้โคจรในวงโคจรแบบสัมพันธ์กับดวงอาทิตย์ (Sun-Synchronous Orbit: SSO) ที่ระดับความสูง 500 ถึง 600 กิโลเมตร โดยมีอายุการใช้งานอย่างน้อย 3 ปี หัวใจสำคัญของภารกิจนี้คือการตอบสนองความต้องการของหน่วยงานในประเทศกว่า 33 แห่ง ที่ต้องการข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมรายละเอียดปานกลางถึงสูงทางด้านการเกษตร ตัวดาวเทียมจึงได้รับการติดตั้งกล้องถ่ายภาพถึงสองระบบ ได้แก่ กล้องถ่ายภาพช่วงคลื่นแสงที่ตามองเห็นและใกล้อินฟราเรดความละเอียดสูง (Visible and Near-Infrared: VNIR) และกล้องถ่ายภาพช่วงคลื่นอินฟราเรดคลื่นสั้นความละเอียดปานกลาง (Shortwave Infrared: SWIR) รวมถึงมีการติดตั้งเครื่องรับสัญญาณเอไอเอส (Automatic Identification System: AIS) เพื่อใช้ในการติดตามและตรวจสอบการเดินเรือทางทะเลอีกด้วย

ข้อมูลที่ได้จากดาวเทียมดวงนี้จะถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างมหาศาล โดยเฉพาะในภาคการเกษตร ซึ่งสามารถวิเคราะห์หน้าใบพืช แยกแยะพรรณพืช ติดตามการเจริญเติบโตและสุขภาพของพืชเศรษฐกิจสำคัญได้อย่างต่อเนื่องผ่านแอปพลิเคชันอย่าง ดรากอนฟลาย (Dragonfly) รวมถึงการประเมินผลผลิตและติดตามภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น ไฟป่า ภัยแล้ง และน้ำท่วม ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีขีดความสามารถในการตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของก๊าซคาร์บอนในบรรยากาศ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญระดับโลกในยุคปัจจุบัน

ความพิเศษที่ทำให้ดาวเทียมดวงนี้แตกต่างจากอดีต คือการมุ่งเน้นใช้วัสดุและชิ้นส่วนที่ผลิตขึ้นภายในประเทศ โดยร่วมมือกับผู้ประกอบการไทยเพื่อสร้างความสามารถในการผลิตอย่างยั่งยืน ซึ่งมีสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนในประเทศมากกว่าร้อยละ 10 และผ่านขั้นตอนการประกอบและทดสอบในประเทศไทยทั้งหมด โครงการนี้ไม่เพียงแต่เตรียมพร้อมสำหรับการส่งขึ้นสู่อวกาศในช่วงปี พ.ศ. 2570 ถึง พ.ศ. 2571 เท่านั้น แต่ยังวางรากฐานในการพัฒนากำลังคนด้านเทคโนโลยีอวกาศ โดยตั้งเป้าหมายที่จะสร้างบุคลากรผู้เชี่ยวชาญให้ได้มากกว่า 10,000 คน ภายในปี พ.ศ. 2581

การมาถึงของดาวเทียมดวงใหม่นี้จึงไม่ใช่แค่ความก้าวหน้าทางวิศวกรรม แต่คือการเปลี่ยนผ่านบทบาทของประเทศไทยจากผู้บริโภคเทคโนโลยี มาเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมอวกาศอย่างเต็มตัว ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชาติและสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมแห่งอนาคตนี้ต่อไป

  • ข้อมูลอ้างอิง: GISTDA
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...