OECD เตือนสงครามตะวันออกกลางกดดัน “เศรษฐกิจโลก” เสี่ยงเงินเฟ้อพุ่ง-โตชะลอ
เลขาธิการ OECD ชี้สงครามตะวันออกกลางกดดัน "เศรษฐกิจโลก" ทั้งในด้านการเติบโตที่ชะลอลงและเงินเฟ้อที่สูงขึ้น เตือนธนาคารกลางทั่วโลกอาจเผชิญโจทย์ยาก
วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.04 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เตือนว่าความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลกกำลังเพิ่มสูงขึ้น หลังสงครามในตะวันออกกลางยืดเยื้อและเริ่มส่งผลกระทบต่อทั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อทั่วโลก
Mathias Cormann เลขาธิการ OECD กล่าวระหว่างการประชุมกลุ่มประเทศ G7 ว่า ภาพรวมขณะนี้คือ แรงกดดันด้านลบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ และแรงกดดันด้านบวกต่อเงินเฟ้อ พร้อมระบุว่าOECD เตรียมปรับประมาณการเศรษฐกิจโลกอย่างเป็นทางการอีกครั้งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า หลังเคยเตือนตั้งแต่เดือนมีนาคมว่า สงครามในอิหร่านจะผลักดันราคาสินค้าให้สูงขึ้นและกดดันกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
OECD ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในกรุงปารีส มีกำหนดเผยแพร่ประมาณการเศรษฐกิจรอบใหม่ในวันที่ 3 มิถุนายน 2569
เจ้าหน้าที่การเงินจากกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่ประชุมกันในฝรั่งเศสช่วงต้นสัปดาห์ ตั้งใจหารือประเด็นความไม่สมดุลของเศรษฐกิจโลก เช่น การขาดดุลงบประมาณของสหรัฐ และการเกินดุลการค้าขนาดใหญ่ของจีน
อย่างไรก็ตาม ความปั่นป่วนในตลาดพันธบัตรและแรงกระแทกจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูง กลับกลายเป็นประเด็นเร่งด่วนที่รัฐมนตรีคลังและธนาคารกลางทั่วโลกต้องเร่งรับมือ
Cormann ระบุว่า ความท้าทายสำคัญของธนาคารกลางทั่วโลก คือการรับมือกับสถานการณ์ที่เงินเฟ้อยังสูง แต่เศรษฐกิจกลับอ่อนแอลง ในช่วงที่หลายประเทศกำลังพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม
เขาอธิบายว่า โดยปกติแล้ว ธนาคารกลางอาจมองผ่านแรงกระแทกจากราคาพลังงานได้ หากเป็นเพียงผลกระทบระยะสั้น แต่หากต้นทุนพลังงานเริ่มส่งผ่านไปยังราคาสินค้าในวงกว้าง หรือทำให้ค่าจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นเป็นลูกโซ่ ธนาคารกลางก็อาจจำเป็นต้องดำเนินมาตรการเข้มงวด แม้แนวโน้มเศรษฐกิจจะเริ่มชะลอตัวก็ตาม
อ้างอิง : www.bloomberg.com