โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เทรนด์เที่ยวแบบ ‘Off-Grid’ คนยอมจ่ายเงินซื้อความสงบ เลือกตัดขาดโลกโซเชียล

TODAY

อัพเดต 03 มิ.ย. เวลา 05.39 น. • เผยแพร่ 03 มิ.ย. เวลา 05.39 น. • TODAY

พฤติกรรมที่เห็นกันบ่อยๆ เวลาไปเที่ยว อาจเป็นการมองหาที่ที่มี Wi-Fi หรือ มุมที่นั่งทำงาน แต่ตั้งแต่ปี 2026 คนเริ่มมองหาอะไรที่ ‘เรียบง่าย’ เช่น เทรนด์ Sleep Tourism (เน้นนอนไม่เน้นทำกิจกรรม) และล่าสุดคือ กระแสเที่ยวแบบ ‘Off-Grid’คือต้องการตัดขาดจากหน้าจอ หรือบำบัดอาการติดโซเชียล

[ ทำไมเทรนด์ Off-Grid มาแรง? ]

งานวิจัยจาก It’s Time To Log Off เผยว่า ผู้คนโหยหาความสงบ เริ่มรู้สึกว่ากลับไปสัมผัสบรรยากาศในอดีตที่ยังไม่มีเทคโนโลยีเข้ามากลืนกินชีวิต ช่วงเวลาที่ได้ทบทวนตัวเอง ได้ซึมซับบรรยากาศรอบตัว และอยู่กับความเงียบสงบ

โดยอาการที่แสดงออกชัดขึ้นในปี 2026 ก็คือ ความเบื่อหน่ายหน้าจอ งานวิจัยยังชี้ว่า คนส่วนใหญ่ใช้เวลาเฉลี่ยถึง 1 วันเต็มต่อสัปดาห์อยู่บนโลกออนไลน์ และกว่า 62% ยอมรับว่า ‘เกลียดตัวเอง’ ที่ใช้เวลากับมือถือมากเกินไป

ดังนั้น การไปเที่ยวแต่ละครั้งจึงเหมือนเป็นการบังคับให้ตัวเอง ‘รีเซ็ต’ ระบบชีวิตใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้เมื่ออยู่ที่บ้าน

ขณะเดียวกัน กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวในหลายประเทศเผยว่า เทรนด์การท่องแบบตัดขาดจากโลกภายนอก งดใช้มือถือ ไม่ต้องมองหา Wi-Fi กลายเป็นหนึ่งในเป้าหมายของนักเดินทางหลายระดับมากขึ้นตั้งแต่ปี 2025

แต่กระแสนี้เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนตั้งแต่ปีนี้ เพราะธุรกิจโรงแรม/ที่พัก ปรับตัวและออกแบบแพ็คเกจให้เข้ากับพฤติกรรมคนยุคนี้ และสร้างรายได้

ข้อมูลจาก Skyscanner ระบุว่า 44% ของนักเดินทางรู้สึกเปิดรับการเจอเพื่อนใหม่มากขึ้นเมื่อเดินทาง รวมถึงทำกิจกรรมต่างๆ โดยไม่เสพติดหน้าจอ ไม่ต้องคอยทำคอนเทนต์ ทำให้พวกเขารู้สึกว่าบทสนทนาระหว่างเพื่อนใหม่ลึกซึ้งและสร้างมิตรภาพดีๆ ได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนที่เดินทางคนเดียว (Solo Travelers)

[ มุมธุรกิจท่องเที่ยวปรับตัว เกาะกระแสเที่ยวแบบปลีกวิเวก ]

Kevin Jackson ผู้ร่วมก่อตั้ง EXP Journeys กล่าวกับ Conde Nast Traveler ว่า ความต้องการที่จะตัดขาดจากโลกออนไลน์กำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการวางแผนการเดินทางของผู้คน

“ผมคิดว่านักเดินทางพยายามหวนนึกถึงช่วงเวลาที่เกิดขึ้นในอดีต เป็นช่วงเวลาที่ผู้คน ให้ความสำคัญกับการอยู่กับตัวเอง คิดทบทวนเรื่องราวต่างๆ แบบเงียบๆ ใช้ชีวิตช้าลงเพื่อซึมซับกับสิ่งรอบข้าง และค้นหาโมเมนต์ที่เงียบสงบซึ่งหาได้ยากมากๆ ในยุคนี้”

Martin Dunford ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Cool Places ได้กล่าวกับ BBC ว่า ถ้าเมื่อก่อนทางที่พักจะมีป้ายบอกว่า ห้องพักมี Wi-Fi แต่สำหรับยุคนี้โรงแรมต้องเพิ่มป้ายที่ชี้ว่า “ห้องพักโซนไหนที่ไม่มี Wi-Fi” เพิ่มเข้าไปด้วย

หรืออย่างโรงแรมหรือรีสอร์ทบางแห่งจะขอให้แขกที่เข้ามาพักฝากโทรศัพท์มือถือ หรือล็อกเก็บไว้ในกล่องตั้งแต่ตอน Check-in เพื่อเข้าร่วมกฎระเบียบการพักผ่อนแบบไร้โทรศัพท์มือถือ

ปัจจุบันกลุ่มลูกค้าหลักของการท่องเที่ยว Off-Grid ก็คือ กลุ่มครอบครัว โดยพ่อแม่ยุคใหม่เป็นกลุ่มใหญ่ที่เรียกร้องการท่องเที่ยวแบบนี้ เพราะต้องการให้ลูกๆ ได้ห่างจากหน้าจอโทรศัพท์ แล้วหันมาทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น ทานข้าว เดินป่า หรือพูดคุยกันมากขึ้น

ที่น่าสนใจคือ มีรายงานจาก imarcgroup สถาบันวิจัยตลาด ระบุว่า ตลาดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ทั่วโลกมีมูลค่าประมาณ 1.06 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 (ราว 36-37 ล้านล้านบาท)

และคาดการณ์ว่าจะเติบโตถึง 1.72 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2034 (ประมาณ 56.2 ล้านล้านบาท) โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) อยู่ที่ 5.38% ในระหว่างปี 2026-2034

ขณะที่บทความวิเคราะห์จาก Polaris Market Researchพูดถึงตลาดบริการท่องเที่ยวเพื่อทำ Digital Detox กำลังเติบโตสูงมากในกลุ่มคนเมืองและคนทำงานออฟฟิศ ซึ่งส่วนมากเป็นกลุ่มคนที่เกิดภาวะ Screen Fatigue หรือเหนื่อยล้าจากหน้าจอสะสม โดยบริการท่องเที่ยวเพื่อบำบัดอาการติดจอ คาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยอัตราเฉลี่ย (CAGR) สูงถึง 11-24% ต่อปี

การท่องเที่ยวแบบ Off-Grid ในปี 2026 กลายเป็นภาพสะท้อนว่า การตัดขาดจากโลกออนไลน์ หรือปลีกวิเวกเพื่อความสงบสุขชั่วคราวระหว่างทริป กำลังเป็นความหรูหรารูปแบบใหม่ที่ผู้คนยุคดิจิทัลโหยหา และพร้อมควักเงินจ่ายเพื่อซื้อความเงียบ ความสงบสุขกลับคืนมาให้ชีวิตอีกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...