โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

แม่ใจสลาย ลูก ป.1 อ่านหนังสือไม่ได้ ครูหวดด้วยไม้กลอง มือหักผิดรูป ต้องผ่าตัดดัดกระดูก

Thaiger

อัพเดต 15 กรกฎาคม 2569 เวลา 23.21 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thaiger ข่าวประเทศไทย

แม่ใจสลาย ครูใช้ไม้ตีกลองหวดลูกชาย ป.1 มือหักผิดรูป ต้องผ่าตัดดัดกระดูก โซเชียลเดือดแห่คอมเมนต์แนะนำให้แจ้งความดำเนินคดีถึงที่สุด

โลกออนไลน์แชร์สนั่น หลังผู้เป็นแม่รายหนึ่งโพสต์ภาพลูกชายนอนรักษาตัวบนเตียงโรงพยาบาล มือถูกพันผ้าและให้น้ำเกลือ ลงในกลุ่มเฟซบุ๊ก “คนอวดลูก” เล่าว่าลูกถูกครูใช้ไม้ตีกลองตีที่มือเพราะอ่านหนังสือไม่ได้ จนมืองอผิดรูปถึงขั้นแพทย์นัดผ่าตัดดามลวด ล่าสุดโพสต์ดังกล่าวมีผู้แสดงความรู้สึกมากกว่า 12,000 ครั้ง ความคิดเห็นกว่า 2,800 รายการ และถูกแชร์ต่อแล้วกว่า 815 ครั้ง

ผู้เป็นแม่ระบุในโพสต์ว่า “ลูกอ่านไม่ได้ ครูใช้ไม้ตีกลองตีมือ มืองอ มือคด” พร้อมเล่าว่าเมื่อวานนี้แพทย์ได้ส่งตัวลูกชายจากโรงพยาบาลอำเภอที่อาศัยอยู่ ไปยังโรงพยาบาลอีกอำเภอหนึ่ง แอดมิตให้นอนโรงพยาบาล งดน้ำงดอาหารหลังเที่ยงคืน และนัดผ่าตัดในเช้าวันนี้ เผื่อต้องใส่ลวดเข้าไปดัดกระดูกให้กลับมาตรงดังเดิม

ผู้เป็นแม่ยังขอคำปรึกษาจากบรรดาแม่ๆ ในกลุ่มว่า หากใครเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ ควรพูดคุยแก้ปัญหากับครูอย่างไร โดยเล่าว่าได้ทักแชทคุยกับครูแล้ว แต่ครูตอบกลับมาเพียงสั้นๆ พร้อมทิ้งท้ายด้วยความกังวลว่า “ห่วงมือลูกจะผิดรูปไม่เหมือนเดิม แม่เครียดมากนอนไม่หลับเลยค่ะ”

ทั้งนี้ในโพสต์ยังระบุด้วยว่า รอยแผลอีกจุดบนมือของเด็กเกิดจากการโดนป้ายทะเบียนรถบาด ซึ่งตกสะเก็ดใกล้หายแล้ว คนละส่วนกับอาการมืองอที่เกิดจากการถูกครูตี

ชาวเน็ตเดือด ประสานเสียงแจ้งความสถานเดียว

ทันทีที่โพสต์เผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง หลายคนตั้งคำถามว่าต้องตีด้วยแรงขนาดไหน นิ้วและมือของเด็กถึงหักงอผิดรูปจนต้องผ่าตัด พร้อมมองตรงกันว่านี่ไม่ใช่การอบรมสั่งสอน แต่เข้าข่ายทำร้ายร่างกายเด็ก ซึ่งเป็นคดีอาญาที่ยอมความไม่ได้ และครูที่ลงมือรุนแรงขนาดนี้ขาดวุฒิภาวะทางอารมณ์ ไม่เหมาะกับวิชาชีพครูอีกต่อไป

ความคิดเห็นจำนวนมากเป็นการแนะนำขั้นตอนทางกฎหมายให้ผู้เป็นแม่อย่างละเอียด สรุปได้ว่า ขั้นแรกให้ขอใบรับรองแพทย์ที่ระบุชัดเจนว่าบาดแผลเกิดจากอะไร เพื่อใช้เป็นหลักฐานตามกฎหมาย จากนั้นนำเอกสารไปแจ้งความดำเนินคดีกับครูในข้อหาทำร้ายร่างกาย ควบคู่กับการแจ้งเรื่องต่อผู้อำนวยการโรงเรียนและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

หากผู้อำนวยการเพิกเฉยก็ให้ดำเนินการกับผู้อำนวยการด้วยฐานละเลยการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงร้องเรียนไปยังคุรุสภาเพื่อพิจารณาเรื่องใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และหากอยากให้เรื่องคืบหน้าเร็ว ให้แจ้งนักข่าวไปพร้อมกัน โดยผู้คอมเมนต์รายหนึ่งเตือนว่าบางกรณีคนในแวดวงเดียวกันมักช่วยเหลือปกปิดกันเอง

อีกหลายความเห็นย้ำหนักแน่นว่าอย่ารับเพียงคำขอโทษหรือเงินเยียวยาเพื่อยุติเรื่อง ควรดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเพื่อให้เป็นประวัติติดตัวครูรายนี้ และป้องกันไม่ให้เด็กคนอื่นตกเป็นเหยื่อรายต่อไป บางรายถึงกับฝากถามแทนสังคมว่า หากครูถูกกระทำแบบเดียวกันบ้างจะยอมหรือไม่

ผู้ปกครองแห่แชร์ประสบการณ์คล้ายกัน

นอกจากคำแนะนำทางกฎหมาย ยังมีผู้ปกครองหลายรายเข้ามาแชร์ประสบการณ์ที่ลูกของตนเผชิญในลักษณะใกล้เคียงกัน โดยรายหนึ่งเล่าว่าลูกชั้น ป.1 เขียนได้แต่ช้าและอ่านไม่ได้ เพราะยังจำพยัญชนะและสระไม่แม่น กลับถูกครูกดดัน ตะคอก และจากคำบอกเล่าของลูกยังอาจมีการดุด่า เด็กไม่ได้พักเบรกเพราะต้องนั่งทำงานต่อจนเสร็จ จนสุดท้ายลูกไม่มีความสุขกับการไปโรงเรียน ร้องไห้ขอหยุดเรียนทุกเช้า

ขณะที่อีกรายเล่าว่าลูกอยู่ ป.1 อ่านเขียนยังไม่คล่องและบางวันนั่งหลับในห้อง ซึ่งครูของลูกตนเลือกใช้วิธีทักไลน์ส่งรูปมาแจ้งผู้ปกครองแทนการตี พร้อมชี้ว่าการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ค่อยๆ ฝึกกันได้ ไม่ใช่เหตุผลที่ครูจะทำร้ายเด็กจนต้องเข้าโรงพยาบาล

ทั้งนี้ ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548 การลงโทษนักเรียนทำได้เพียง 4 วิธี คือ ว่ากล่าวตักเตือน ทำทัณฑ์บน ตัดคะแนนความประพฤติ และทำกิจกรรมเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยห้ามลงโทษด้วยวิธีรุนแรงหรือแบบกลั่นแกล้งโดยเด็ดขาด การตีเด็กจนบาดเจ็บจึงนอกจากผิดระเบียบราชการแล้ว ยังอาจเข้าข่ายความผิดอาญาฐานทำร้ายร่างกาย และความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 อีกด้วย

สำหรับความคืบหน้าของเหตุการณ์นี้ ทั้งผลการผ่าตัด ท่าทีของครูและโรงเรียน รวมถึงการดำเนินการทางกฎหมายของครอบครัว ต้องติดตามกันต่อไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...