‘เสียคน’จนได้!
ขวัญเอย..ขวัญมา!
เนี่ย..เห็นจะต้องปลอบโยนกันหน่อยกับการที่ “ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง” เห็นภาพ และข่าวคุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ก้มกราบพระบาท..
แล้วโพสต์.. “ตกใจหมดเลย”!
ซึ่งก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องตกอก-ตกใจ และก็ไม่รู้อีกด้วยว่า ดร.เจิมศักดิ์ต้องการจะสื่อสารอะไร หรือด้วยเจตนาอันใด?
เพราะการกราบพระบาทของคุณอนุทินนั้น ก็เห็นกันอยู่บ่อยไปเป็นปกติ หรือว่าพักนี้ ดร.เจิมศักดิ์ชักเริ่มจะขวัญอ่อนเห็นไรนิดไรหน่อยเป็นต้องตกใจ!
อย่างกับโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” นั้นก็เช่นกัน ดร.เจิมศักดิ์เห็นแล้วให้ตกใจหรือไงก็ไม่แน่ใจ จึงได้โพสต์..
“ข่าวชาวบ้านหาซื้อโทรศัพท์ใหม่ เพื่อใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทย มาก บางรายซื้อไป 4,000 บาท มากน้อยต่างกันไป
สิทธิ์ไทยช่วยไทย (คนละครึ่ง) ครั้งนี้ ได้รับ 4,000 บาท กลายเป็นช่วยซัมซุง และยี่ห้อต่างๆ
บางรายโหลดแอปพลิเคชัน ใช้งานไม่เป็น นั่งรถ 60 กิโลเมตรไปที่กรุงไทยเสียเวลา 3 ชั่วโมง เสียเวลาทำมาหากิน เสียเงิน ตื่นเต้นจะได้ใช้สิทธิ์แย่งสิทธิ์เหมือนคนอื่น
อาจจะคิดถูกก็ได้ ไหนๆ ลูกหลานก็เป็นหนี้ ต้องใช้หนี้แทนเราอยู่แล้ว”
มา..ขวัญมา และไม่ได้จะเรียกแค่ “ขวัญ” แต่อยากเรียกสติ สมาธิ ความรู้สึก ดร.เจิมศักดิ์ให้กลับมาเหมือนแต่ก่อนที่เคย “รู้ทันทักษิณ” ไม่อยากให้จมอยู่กับกิเลส..รักโลภโกรธหลง!
คือ..ก็พอจะเข้าใจความรู้สึก ว่าหลังจากการเลือกตั้งผ่านมา ดร.เจิมศักดิ์คงจะผิดหวังไม่ต่างจากอาจารย์หนวดท่านนั้นที่รัก-หลงส้ม ด้วยต่างก็เป็น “พ่อยก” เหมือนกัน
ด้วยการที่พรรคประชาธิปัตย์ที่ ดร.เจิมศักดิ์ศรัทธา-ชื่นชอบ ได้ สส.มาแค่ไม่กี่สิบคน ซ้ำร้ายยังต้องมาเป็นฝ่ายค้าน จึงย่อมที่จะทำใจไม่ได้
ประกอบกับตอนนี้ก็เข้าสู่ผู้สูงวัย อารมณ์จะแปรปรวน หงุดหงิด หรือรำคาญใจได้ง่าย.. การ “ตกใจหมดเลย” ก็ดี การแซะ “ไทยช่วยไทยพลัส” ก็ดี..
จึงน่าจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงที่ซับซ้อนทั้งร่างกาย สมอง และจิตใจของผู้สูงอายุ ซึ่งก็ให้เป็นห่วงอยู่ในฐานะนักวิชาการ-สื่อที่ผมเองให้ความเคารพนับถือมาตลอด!
ก็..อยากบอกว่าควบคุมสติสัมปชัญญะเอาไว้ให้มากๆ นะอาจารย์ รักษาเสน่ห์ “ท่วงลีลาลุ่มลึก” ทั้งพฤติกรรม-วาจาให้มั่นคง-เหนียวแน่นต่อไป
การเมืองน่ะ รักได้-เชียร์ได้ แต่ถ้าเอาใจไปผูกติด-ยึดติด เห็นมาเยอะแล้วที่ทำให้ตัวเองเสียทรง เสียมาตรฐาน และ “เสียคน”!
เออ..และนั่นดูจะเสียคนแล้วล่ะ ผมหมายถึงคุณพิพิธ รัตนรักษ์ สส.สุราษฎร์ธานี ที่ได้ออกมาการันตี..
ข่าวชาวอิสราเอล (ยิว) เข้ามาตั้งรกรากยึดครองเกาะพะงันจำนวนมากไม่เป็นความจริง ยืนยันว่าคนในพื้นที่ไม่ได้รู้สึกเดือดร้อน นั่นแหละ!
เพราะหลังจากที่ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำ สง.ผบ.ตร.
ในฐานะเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย บูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 300 นาย เปิดปฏิบัติการ “ทลายนอมินีต่างด้าวเกาะพะงัน เฟส 2”
และได้มีการออกค้นไปทั่วเกาะ ก่อนที่จะสรุปความเสียหายเฟส 2 แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มนอมินีชัดเจน 32 บริษัท ยึดที่ดิน 45 แปลง (กว่า 40 ไร่)
จับกุมชาวต่างชาติได้ 22 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 200 ล้านบาท และ 2.กลุ่มบริษัทที่ครอบครองที่ดิน ที่มีจำนวนคนต่างชาติถือหุ้นมากกว่าคนไทย จำนวน 32 บริษัท
ครอบครองที่ดิน 38 แปลง (กว่า 38 ไร่) ส่วนใหญ่เป็นที่ดินว่างเปล่า ไม่มีสิ่งปลูกสร้าง
ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ปูพรมเข้าตรวจค้น 21 บริษัท ที่ครอบครองที่ดินดังกล่าว เพื่อเก็บรวบรวมหลักฐานและดำเนินคดีต่อไป
จากนั้น พล.ต.อ.สำราญได้เปิดเผย.. “ส่วนหลังจากปฏิบัติการเฟส 2 แล้ว จะทำการประชุมร่วมกับอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พาณิชย์จังหวัด และสำนักงานที่ดิน
เพื่อเร่งรัดสืบสวนเส้นทางการเงิน ขยายผลขบวนการอำพรางนี้อย่างถอนรากถอนโคน พร้อมตรวจสอบเชิงลึกว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องหรือไม่ เพื่อรายงานต่อนายกรัฐมนตรีต่อไป
ปฏิบัติการครั้งนี้เพื่อจัดระเบียบเกาะพะงันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้มาตรฐาน ป้องกันกลุ่มทุนต่างชาติผิดกฎหมายเอาเปรียบคนท้องถิ่น
และจะขยายผลกวาดล้างในลักษณะนี้ทั่วประเทศอย่างจริงจัง หากประชาชนพบเบาะแส สามารถแจ้งได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่หรือสายด่วน ตร.ได้ตลอด 24 ชั่วโมง”
ครับ..ป่านนี้นักร้องหนุ่มใหญ่ คุณบิลลี่ โอแกน คงได้สบายอก-โล่งใจ หลังจากที่ให้เป็นทุกข์-กังวลใจกับเรื่องยิวยึดพะงันอยู่หลายเพลา นี่แสดงว่า..
นายกฯ อนุทิน ไม่ได้นิ่งดูดาย!.
สันต์ สะตอแมน