อุกอาจ! คนร้ายคลุมถุงดำบังกล้อง จุดพลุถล่มสถานบันเทิงพัทยา ตร.พุ่งปมขัดแย้งธุรกิจ
ระทึกกลางดึก!! คนร้ายสวมไอ้โม่งใช้ถุงดำคลุมกล้องวงจรปิด ก่อนจุดพลุดอกไม้ไฟยิงใส่สถานบันเทิงย่านพัทยาใต้ จนกระจกเสียหาย ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา เร่งล่าตัวผู้ก่อเหตุ พร้อมสอบเจ้าของและหุ้นส่วนชาวจีน คาดปมขัดแย้งทางธุรกิจและการข่มขู่
เมื่อเวลา 04.36 น. วันที่ 3 ก.ค.69 ศูนย์วิทยุเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองพัทยารับแจ้งเหตุต่อความเดือดร้อน มีคนร้าย จุดพลุดอกไม้ไฟใส่ร้านสถานบันเทิง ริมถนนพัทยายาใต้ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ทำให้ร้านได้รับความเสียหาย และสร้างความแตกตื่นให้กับประชาชนที่สัญจรผ่านไปมา หลังรับแจ้งจึงรีบนำกำลังเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบประชาชนอยู่ในอาการแตกตื่นเฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ห่างจากบริเวณร้านสถานบันเทิงดังกล่าว โดยพนักงานรักษาความปลอดภัยของร้าน ออกมาสังเกตการณ์ พบว่ามี กล่องบรรจุประทัดดอกไม้ ที่เพิ่งจุดมาดๆ วางตั้งทิ้งไว้อยู่ริมรั้ว บริเวณโดยรอบ มีกลุ่มควันจากดอกไม้เพลิงคละคลุ้งไปทั่ว ตรวจสอบยังพบกระจกแตกร้าว เจ้าหน้าที่บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไปก่อนหน้านี้แล้ว
สอบถามขนมปัง อายุ 26 ปึ เป็นเพื่อนของเจ้าของร้านให้ข้อมูลว่า ตนเองไม่ทราบว่าเกิดจากอะไร ทราบเพียงว่ามีผู้ไม่หวังดีนำประทัดมาจุดยิงในร้าน ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยมาแล้ว เป็นเรื่องธุรกิจ ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพไว้ได้บางส่วน
ขณะที่ผู้เห็นเหตุการณ์ให้ข้อมูลว่า ช่วงที่ตนเองชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าอยู่ใกล้เคียงกับจุดเกิดเหตุ สังเกตเห็นเหตุการณ์บางส่วน หลังจากที่มีคนร้ายเข้ามาจุดพลุใส่สถานบันเทิงดังกล่าวแล้ว
โดยกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้ มีมือดีใช้ถุงพลาสติกสีดำ มาคลุมปิดกล้องวงจรปิดด้านหน้ารั้ว ก่อนจะปรากฏภาพผู้ชายรูปร่างผอมสูง สวมไอ้โม่ง ปิดบังใบหน้า เดินอ้อมมาวางดอกไม้เพลิงแล้วจุดไฟ จนดอกไม้เพลิงประทุแตกดังสนั่นหวั่นไหว สะเก็ดไฟกระจายพุ่งไปทั่วบริเวณร้าน ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวมีประชาชนสัญจรเป็นจำนวนมาก เป็นการก่อเหตุ อย่างอุกอาจโดยไม่เกรงกลัวกฎหมายราวกับบ้านป่าเมืองเถื่อน
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยาหลังรับแจ้งจึงรายงาน ผู้บังคับบัญชาพ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่หาเบาะแส ของผู้ก่อเหตุ ส่วนสถานที่เกิดเหตุนั้นจะเชิญเจ้าของและหุ้นส่วนทั้งหมด ซึ่งถูกเปิดว่าเป็นนายทุนจีน มาสอบปากคำหาปมเหตุในความขัดแย้ง จนเกิดการสร้างสถานการณ์ เชื่อว่าเป็นการข่มขู่ข่มขวัญ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าจะได้ตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมายในไม่ช้านี้