ITEL ไฮเปอร์สเกลเช่าดาต้า มั่นใจเข้าวิน USO3 ใน 2 ภาค
#ITEL #ทันหุ้น – ITEL ลั่นมีฐานลูกค้าลูกค้า Data Center ที่เป็น Hyper Scaler ทั้งยุโรป สหรัฐ และจีน คาดปลายปีจะเห็นการเริ่มชำระเงินมองรายได้จาก Hyper Scaler ปีนี้ประมาณ 170 ล้านบาท และจะเพิ่มขึ้นเป็น 200-300 ล้านบาทต่อปีภายในปีหน้า มั่นใจชนะโครงการUSO3จำนวน 2 ภาคจาก 5 ภาครวมมูลค่า 1,000 – 1,200 ล้านบาท หนุนผลงานครึ่งหลัง
ดร.ณัฐนัย อนันตรัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL เปิดเผยว่า ในช่วงปลายปีบริษัทจะมีการรับกระแสเม็ดเงินขนาดใหญ่ในการให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์สำหรับลูกค้ากลุ่ม Hyper Scaler รายใหม่เข้ามา เนื่องจากเป็นการรับชำระเงินล่วงหน้า ตามปกติซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้จะจ่ายเงินเป็นลักษณะสัญญาล่วงหน้าหลังจากเริ่มเปิดให้บริการ
ทั้งนี้บริษัทให้บริการกลุ่มHyper Scaler ซึ่งเป็นData Center ขนาดใหญ่ ที่มีมากกว่า 100 เมกะวัตต์ มาแล้วประมาณ 2-3 ปี ทำให้มีประวัติการทำงานที่น่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของสำนักงานใหญ่ของบริษัทข้ามชาติ
โดยบริษัทให้บริการกลุ่ม Hyper Scaler จากยุโรปและสหรัฐ ประมาณ 3-4 ราย และเริ่มได้ลูกค้าจากจีนอีก 2 ราย ลูกค้าค่ายจีนมักเริ่มจากการเช่าใช้โครงข่ายเพื่อเชื่อมต่อ Data Center หลายๆ แห่งเข้าด้วยกันก่อนที่จะสร้างของตนเอง ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับ ITEL โดยรายได้จากกลุ่ม Hyper Scaler กำลังจะกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยยกระดับอัตรากำไรของบริษัท เนื่องจากเป็นการใช้โครงข่ายเดิมที่มีอยู่แล้วมาสร้างรายได้ใหม่
ปัจจุบันบริษัทมี Bandwidth Capacity อยู่ที่ 1 เทราไบต์ หรือราว 1,000 กิกะไบต์ ใช้งานไปแล้วประมาณ 600 กิกะไบต์ และเหลือพื้นที่ว่างอีก 400 กิกะไบต์ ทำให้สามารถรองรับการขยายตัวได้อีกมาก ซึ่งการมาของ AI จะทำให้ความต้องการ Bandwidth ปรับตัวสูงขึ้นแบบทวีคูณ เนื่องจาก AI ทำให้เกิดการประมวลผลและส่งข้อมูลต่อเนื่องตลอดเวลา
บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้จากกลุ่ม Hyper Scaler ในปีนี้ไว้ที่ประมาณ170 ล้านบาท และคาดการณ์ว่าภายในสิ้นปีหน้า รายได้จากกลุ่มนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 200-300 ล้านบาทต่อปี
@รับรู้รายได้จากดาต้าเซ็นเตอร์ 170ล.
นอกนี้บริษัทได้วางกลยุทธ์เพื่อรองรับการเติบโตในพื้นที่ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นหัวใจหลักของระบบนิเวศ Data Center ในไทย โดยมีโปรเจ็กต์ที่ดำเนินการอยู่รวมกว่า 22 โปรเจ็กต์ มีกำลังไฟฟ้ารวม 5,461 เมกะวัตต์
แบ่งเป็นชลบุรีมีโครงการดำเนินอยู่มากที่สุดถึง 14 โปรเจ็กต์ มีกำลังไฟฟ้ารวมกว่า2,456 เมกะวัตต์, ระยองมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โครงการ 6 โปรเจ็กต์ มีกำลังไฟฟ้ารวมกว่า2,264 เมกะวัตต์, ฉะเชิงเทรา เริ่มมีตัวเลขการเติบโต มีโครงการเข้ามาแล้ว 2-3 โปรเจ็กต์ คิดเป็นกำลังไฟประมาณ741 เมกะวัตต์
“บริษัทวางตัวเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นอิสระซึ่งมีความคล่องตัวสูงในการให้บริการ โดยมีโครงข่ายครอบคลุม 75 จังหวัดทั่วประเทศไทย และมีจุดเชื่อมต่อออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เมียนมา ลาว และมาเลเซีย อีกทั้งบริษัทยังมีการให้บริการเส้นทางเชื่อมต่อที่หลากหลาย ซึ่งตอบโจทย์มาตรฐานใหม่ที่ Hyper Scaler ต้องการอย่างน้อย 2-3 เส้นทาง เพื่อป้องกันระบบล่ม” ดร.ณัฐนัย กล่าว
@USO3 หนุนผลงานครึ่งหลัง
ในส่วนของโครงการบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม ระยะที่ 3 หรือ USO3 ในพื้นที่ห่างไกล บริษัทยื่นประมูลไปทั้งหมด 5 ภาค มีมูลค่ารวมประมาณ 5,600 ล้านบาท โดยเบื้องต้นมีโอกาสที่จะเสนอราคาต่ำสุดใน 2 ภาค มูลค่าโครงการประมาณ 1,000 – 1,200 ล้านบาท และมีโอกาสเป็นอันดับ 2 ในอีก 1 ภาคถ้าหากพิจารณาคุณสมบัติและเอกสารแล้วได้ชัยชนะก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกประมาณ500 – 600 ล้านบาท โดยสัญญาจะมีระยะเวลาประมาณ 3 ถึง 5 ปี แล้วแต่ประเภท
อย่างไรก็ดีสัดส่วนรายได้จะแบ่งเป็นงานติดตั้งอุปกรณ์ครั้งเดียวประมาณ 40-45% และรายได้ต่อเนื่องจากการดูแลระบบอีกประมาณ 55-60% ซึ่งโครงการ USO 3 จะเป็นปัจจัยสำคัญในครึ่งปีหลังที่ช่วยให้งบการเงินมีความแข็งแกร่งและช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับงบการเงินในปีที่ผ่านมา ซึ่งบริษัทตั้งเป้าอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยของโครงการนี้ไว้ที่ประมาณ 22% ซึ่งจะช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับกำไรในอนาคตช่วงปี 2569-2570
นอกจากนี้ในบางภาคบริษัทได้จับมือร่วมกับ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM เนื่องจากมีโอกาสชนะงานร่วมกันแล้ว ยังเป็นการต่อยอดไปสู่การสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) อื่นๆ ร่วมกันในอนาคตด้วย