โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชายป่วยเบาหวาน ดื่มน้ำกระเจี๊ยบเขียว ผลลัพธ์ที่ได้ทำหมอกุมขมับ

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก หลังจากที่โลกออนไลน์มักมีการแชร์สูตรธรรมชาติบำบัด โดยเฉพาะความเชื่อที่ว่า "น้ำกระเจี๊ยบเขียว" สามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ จนทำให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานบางส่วนหันมาใช้แทนการรักษาด้วยยา

ล่าสุด นพ.หงหย่งเสียง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไตจากไต้หวัน ออกมาเตือนผ่านรายการสุขภาพ "Doctor is So Spicy" พร้อมยกกรณีศึกษาของผู้ป่วยรายหนึ่งที่ปฏิเสธการรักษาตามแพทย์แผนปัจจุบันนานเกือบ 10 ปี เพราะเชื่อว่าน้ำกระเจี๊ยบเขียวช่วยควบคุมโรคได้ จนท้ายที่สุดป่วยเป็นโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายและต้องเข้ารับการล้างไตตลอดชีวิต

แพทย์อธิบายว่า น้ำกระเจี๊ยบเขียวมีเส้นใยอาหารชนิดละลายน้ำได้ ซึ่งช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้อิ่มนาน และมีส่วนช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้จริง เช่นเดียวกับอาหารที่มีใยอาหารสูงหลายชนิด

อย่างไรก็ตาม คุณหมอเน้นย้ำว่า แม้น้ำกระเจี๊ยบเขียวจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่ ไม่สามารถใช้ทดแทนยารักษาโรคเบาหวานได้ และควรใช้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพร่วมกับการรักษาตามคำแนะนำของแพทย์

นพ.หงหย่งเสียงเล่าว่า ผู้ป่วยชายวัยกลางคนรายหนึ่งเริ่มรักษาโรคเบาหวานด้วยระดับน้ำตาลในเลือดประมาณ 200 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร และมีค่าน้ำตาลสะสม (HbA1c) สูงถึง 8% ซึ่งหากเริ่มรับประทานยาและควบคุมโรคตั้งแต่ระยะแรก มีโอกาสสูงที่อาการจะดีขึ้นอย่างมาก

แต่ผู้ป่วยรายนี้กลับเลือกไม่รับประทานยา และดื่มน้ำกระเจี๊ยบเขียวทุกวันแทน แม้แพทย์จะอธิบายว่าสามารถใช้เป็นเพียงตัวช่วยเสริม ไม่ใช่การรักษาหลัก ก่อนที่ผู้ป่วยจะเปลี่ยนโรงพยาบาลและขาดการรักษา

เวลาผ่านไป 5 ปี ผู้ป่วยกลับมาพบแพทย์อีกครั้งด้วยอาการปัสสาวะเป็นฟอง ผลตรวจพบโปรตีนรั่วในปัสสาวะในปริมาณมาก สะท้อนถึงความเสียหายของไตจากโรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้

กระทั่งผ่านไปเกือบ 10 ปี ผู้ป่วยกลับมาด้วยภาวะไตวายเรื้อรังระยะที่ 5 การทำงานของไตเสื่อมอย่างรุนแรง และภายในเวลาเพียง 6 เดือนหลังจากนั้น จำเป็นต้องเข้ารับการล้างไตอย่างถาวร

แพทย์ระบุว่า โดยทั่วไป หากผู้ป่วยเบาหวานควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างต่อเนื่อง กว่าจะเกิดภาวะไตวายจนต้องล้างไตอาจใช้เวลานานถึง 25-30 ปี และผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยอาจไม่จำเป็นต้องล้างไตเลยตลอดชีวิต

นพ.หงหย่งเสียงจึงฝากเตือนว่า แม้อาหารธรรมชาติจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่ไม่ควรนำมาใช้แทนยาหรือการรักษาหลักที่แพทย์สั่ง เพราะอาจทำให้โรคลุกลามและเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงได้ โดยผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์ก่อนปรับเปลี่ยนแนวทางการรักษาทุกครั้ง

อ้างอิงจาก ETtoday

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...