ล้มแผน “นายกฯสำรอง” ! มติศาลรัฐธรรมนูญ เคาะ "พรก. กู้เงิน" ฉลุย "อนุทิน" ได้ไปต่อ ปิดประตู "ดีลใหม่"
">
“ ขอบพระคุณตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทุกคน ที่ให้ความกรุณาเร่งคำวินิจฉัยของ พ.ร.ก.ดังกล่าวด้วยความรวดเร็ว รัฐบาลจะได้มีความมั่นใจว่าจะใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ ให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุดให้กับประชาชน”
“อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์สื่อจากประเทศมาเลเซีย ซึ่งอยู่ในระหว่างการเดินทางเยือนมาเลเซีย ด้วยความดีใจ หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ7 ต่อ 2 เสียงวินิจฉัยว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทนั้นไม่ขัดต่อม.172 วรรคหนึ่ง
หมายความว่า “แรงกดดัน” ทางการเมืองที่มาจาก “ฝ่ายค้าน” ตั้งป้อม บีบให้ นายกฯอนุทิน และรัฐบาล ต้องแสดงสปิริต“ลาออก” หรือ “ยุบสภา” หากศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่า การออกพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทนั้น ขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ
จากนี้ รัฐบาล และโดยเฉพาะตัวนายกฯอนุทิน จะสามารถเดินหน้าบริหารประเทศต่อไปได้อย่างฉลุย เมื่อ “บ่วง” จากคำร้องพ.ร.ก.ฉบับดังกล่าว ผ่านฉลุยไปเรียบร้อยแล้ว
สำหรับนายกฯอนุทิน แล้วต้องยอมรับว่าตลอดห้วง หลายเดือนที่ผ่านมา แม้จะเข้ามาบริหารประเทศได้ไม่ถึง 3เดือน ปรากฏว่า“คะแนนนิยม” อยู่ในสภาพ“ร่วงรูด” ดิ่งลง เช่นเดียวกับ รัฐมนตรีในส่วนของพรรคภูมิใจไทยที่ยังไม่โดดเด่นมากพอ
ยิ่งทำให้ ทั้งตัวนายกฯอนุทินและพรรคสีน้ำเงิน จึงไม่มีใคร สามารถ “แบก” ใคร หรือ “พยุง” กันได้ อย่างที่เห็น ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดกระแสข่าวลือที่ทางร้าย ส่งสัญญาณการเมืองที่ไม่สู้ดีนัก !
ทั้งการปล่อยข่าว “นายกฯสำรอง” ใช้อักษรย่อมาเขย่า อนุทิน ทั้งที่ยังนั่งอยู่ในเก้าอี้“สร.1” จนมาล่าสุด เมื่อมีการพูดถึง โอกาสและความเป็นไปได้ว่าหากพรรคสีน้ำเงินไปต่อไม่ได้แล้ว จะมีโอกาส เกิด “สูตรใหม่” ทางการเมืองหรือไม่
โดยในสูตรที่ว่านั้น มี “พรรคเพื่อไทย” ที่อยู่ในภาวะ “แกล้งตาย” เป็นแกนนำใหม่ ผสมกับ “พรรคกล้าธรรม” จากนั้นเปิดประตู รอต้อนรับ “พรรคใด พรรคหนึ่งเข้ามาร่วมเป็น “พรรคร่วมรัฐบาล” ด้วยกัน
แน่นอนว่า สูตร “แดง+เขียว” ผนึกกำลัง นั้นย่อมถูกประเมินเช่นกันว่า วันนี้พรรคเพื่อไทย ยังไม่ฟื้น และที่สำคัญไปกว่านั้น ยังไม่มี “สัญญาณ” จาก “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ ออกมาใดๆทั้งสิ้น เพราะอย่าลืมว่าตัวทักษิณ เองก็ยังอยู่ในสภาพที่ต้อง “เก็บตัว” เช่นกัน
แต่การเก็บตัว อาจไม่ได้หมายความว่า “ตายจริง” หรือ “ตายสนิท” เช่นเดียวกับพรรคกล้าธรรม ของ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” ที่แม้เจ้าตัวจะโลว์โปรไฟว์ แต่ไม่ได้หมายความว่า “ความหวัง” นั้นจะริบหรี่ไปด้วย
อย่างไรก็ดี เมื่อศาลรัฐธรรมนูญ มีมติออกมาให้พ.ร.ก.กู้เงิน 4แสนล้านบาท ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ และนายกฯอนุทินได้ไปต่อ ด้านหนึ่งนอกจากจะสร้างความมั่นใจในการบริหารประเทศแล้ว อีกทางหนึ่ง คือการปิดประตู “ข่าวร้าย” ในทางลบ ที่เคยเกิดแรงกระเพื่อม พุ่งมาให้อนุทิน ว่าร่ำๆจะมีรายการ “เปลี่ยนตัวเล่น” ให้เบาลงไปด้วยเช่นกัน