โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

สธ. อัปเดตครึ่งปีหลัง 2569 ปั้น New S-Curve ดันการแพทย์ไทยสู่สากล

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ครึ่งหลังปี 2569 กระทรวงสาธารณสุขเตรียมเดินหน้าหลายวาระสำคัญ ทั้งการผลักดัน Medical Economy เป็น New S-Curve ของประเทศ การดึงเม็ดเงินลงทุนจากบริษัทยาและเทคโนโลยีการแพทย์ระดับโลก การเป็นเจ้าภาพ Global Wellness Summit 2026 ที่ภูเก็ต ตลอดจนการขับเคลื่อนร่าง พ.ร.บ.ควบคุมกัญชา การหารือขยายวีซ่ารับบริการสุขภาพ และการติดตามประเด็นสิทธิรักษาพยาบาลข้าราชการ

โดยนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ในครึ่งหลังของปี 2569 มีความเคลื่อนไหวสำคัญของระบบสาธารณสุขไทยคือ ช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม จะมีงาน Global Wellness Summit 2026 ที่จังหวัด ภูเก็ต ซึ่งเป็นงานระดับโลกและคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมจากหลายประเทศจำนวนหลายพันคน

นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างจัดทำแผน Medical Economy เพื่อสร้าง New S-Curve ให้เศรษฐกิจไทย และเตรียมนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุม คณะกรรมการ กรอ. ในเร็ว ๆ นี้

ต่อยอดการลงทุนของบริษัทต่างชาติรายใหญ่

สาระสำคัญของแผนคือ การต่อยอดการลงทุนของบริษัทต่างชาติรายใหญ่ที่มีฐานการผลิตในประเทศไทยอยู่แล้ว โดยหลายบริษัทมีความสนใจขยายการลงทุนเพิ่มเติม หากแผนได้รับการผลักดัน ไทยอาจได้รับสิทธิพิเศษในการเป็นฐานผลิตยาบางชนิดแบบ Exclusive เพื่อส่งออกไปยังตลาดโลก ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมการแพทย์ของประเทศ

เรื่องดังกล่าวจะเข้าสู่การพิจารณาของ กรอ. ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และมีประชุมติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะมีการอัปเดตความคืบหน้าเป็นระยะ

ขณะเดียวกัน ยังมีความคืบหน้าของร่างพระราชบัญญัติควบคุมกัญชา ซึ่งหากมีผลบังคับใช้ จะทำให้การกำกับดูแลการใช้กัญชามีความชัดเจนมากขึ้น

วีซ่าผู้เดินทางเข้ารับบริการทางการแพทย์อยู่ระหว่างหารือ

ส่วนความคืบหน้าการขยายมาตรการวีซ่าสำหรับผู้เดินทางเข้ารับบริการทางการแพทย์ ก็อยู่ระหว่างหารือกับ กระทรวงการต่างประเทศ โดยเพิ่งเริ่มต้นกระบวนการพูดคุย จึงยังไม่มีความคืบหน้าที่สามารถประกาศได้ในเวลานี้ และต้องรอผลการหารือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

สำหรับกรณีเรื่องทิศทางสิทธิรักษาพยาบาลของข้าราชการ โดยการบริหารสิทธิรักษาพยาบาลเป็นอำนาจของกองทุนสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการและ กรมบัญชีกลาง ขณะที่โรงพยาบาลมีหน้าที่เป็นผู้ให้บริการรักษาพยาบาล (Provider) เท่านั้น

ดังนั้น หากจะมีการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์หรือสิทธิประโยชน์ จำเป็นต้องรอการหารือและข้อสรุปร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่นกัน ต้องดูความคืบหน้าของการพูดคุยร่วมกันต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...