โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กมธ.ท่องเที่ยว ลุยฟื้นแหล่งท่องเที่ยวรกร้าง เตรียมวางแนวทางพัฒนา

เดลินิวส์

อัพเดต 10 กรกฎาคม 2569 เวลา 21.40 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
กมธ.ท่องเที่ยว ลุยฟื้นแหล่งท่องเที่ยวรกร้าง เตรียมวางแนวทางพัฒนา วางหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ชัดเจน จับมือชุมชนท้องถิ่น อาสาสมัครช่วยดูแล

เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 69 พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร สส.นครปฐม พรรคกล้าธรรม ในฐานะประธาน กมธ.การท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ในการประชุม กมธ.ท่องเที่ยว เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ที่ผ่านมา กมธ.ได้หารือแนวทางฟื้นฟูและการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวที่ถูกทิ้งร้าง ผอ.องค์การบริหารพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) ให้ข้อมูลว่า ปัญหาแหล่งท่องเที่ยวที่ถูกทิ้งร้างส่วนใหญ่เกิดจากภายหลังการก่อสร้าง และส่งมอบสิ่งปลูกสร้างให้กรมธนารักษ์แล้ว ไม่มีหน่วยงานเข้าไปขอใช้ประโยชน์หรือรับผิดชอบดูแลชัดเจน เนื่องจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) บางแห่งมีข้อจำกัดด้านงบประมาณการบำรุงรักษา

อีกทั้งขั้นตอนกฎหมายเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินราชพัสดุ ทำให้บางพื้นที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มประสิทธิภาพ ที่ผ่านมากรมการท่องเที่ยวได้แก้ไขโดยจัดทำเอ็มโอยูกับหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อกำหนดผู้รับผิดชอบ ส่วนการให้ อพท. เข้าไปบริหารจัดการพื้นที่ต้องเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย ได้รับความเห็นชอบจาก ครม. มีแผนยุทธศาสตร์รองรับ ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาและใช้ประโยชน์พื้นที่ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

พ.ท.สินธพ กล่าวว่า หน่วยงานที่มาชี้แจงได้หารือว่า แหล่งท่องเที่ยวที่ถูกทิ้งร้างจำเป็นต้องตรวจสอบสถานะของพื้นที่ก่อนว่า อยู่ในพื้นที่ป่าและได้รับอนุญาตให้ใช้ประโยชน์อย่างถูกต้องหรือไม่ แบ่งเป็น 2 กรณีคือ การได้รับอนุญาตให้ใช้ประโยชน์และมีสิ่งปลูกสร้าง หน่วยงานเจ้าของทรัพย์สินต้องเป็นผู้บริหารจัดการดูแล บำรุงรักษา หากไม่ประสงค์ดำเนินการต่อ สามารถโอนทรัพย์สินให้หน่วยงานเจ้าของพื้นที่ตามระเบียบกรมธนารักษ์

ส่วนกรณีไม่ได้รับอนุญาตหรือมีการบุกรุกพื้นที่ ต้องดำเนินคดี รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างให้แล้วเสร็จ จึงสามารถพัฒนาพื้นที่ต่อไปได้ ส่วนแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นโบราณสถาน และแหล่งมรดกทางศิลปวัฒนธรรมอยู่ภายใต้ภารกิจกรมศิลปากรในการดูแล ปัจจุบันมีโบราณสถานในฐานข้อมูล 8,500 แห่ง จึงต้องบริหารจัดการตามความเหมาะสม เนื่องจากโบราณสถานมีเป็นจำนวนมาก การดูแลโดยกรมศิลปากรหน่วยงานเดียวอาจไม่ทั่วถึง ต้องอาศัยความร่วมมือจากเครือข่ายในพื้นที่ ได้แก่ อาสาสมัครดูแลมรดกทางศิลปวัฒนธรรม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฝ่ายปกครอง เป็นต้น

พ.ท.สินธพ กล่าวว่า ที่ประชุม กมธ.มีข้อสังเกตว่า ปัญหาสำคัญไม่ได้เกิดจากการขาดงบประมาณอย่างเดียว แต่เกิดจากข้อจำกัดด้านโครงสร้างการบริหารจัดการ ความไม่ชัดเจนของหน่วยงานผู้รับผิดชอบ และการก่อสร้างโครงการ แต่ไม่มีแผนการบริหารจัดการหลังการส่งมอบ รวมถึงข้อจำกัดทางกฎหมายในพื้นที่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน เช่น ป่าไม้ อุทยานแห่งชาติ โบราณสถาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่งผลให้บางพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวไม่สามารถพัฒนาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จำเป็นต้องร่วมมือกันอย่างบูรณาการ ให้ชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการสร้างงาน สร้างรายได้ ทั้งในชุมชนและระดับชาติ โดย กมธ.มอบหมายให้มีการประสานงานดำเนินการเรื่องดังกล่าวให้เกิดความชัดเจนต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...