‘แม่น้องเมย’ ผู้หญิงที่เส้นผมกลายเป็นสีขาว และพยายามปลูกดอกไม้เป็นกำลังใจให้ตัวเองทุกวัน กับการต่อสู้ 9 ปี หลังลูกชายถูกรุ่นพี่ รร.เตรียมทหาร สั่งธำรงวินัยจนเสียชีวิต
ย้อนไปก่อนหน้านั้น 'แหม่ม' สุกัลยา ตัญกาญจน์ คือนักแข่งรถหญิงที่ดำเนินชีวิตตามปกติสุขของตัวเอง เธอและสามีส่งลูกชายคนเล็กเข้าเรียนที่โรงเรียนเตรียมทหารโดยหวังให้เขาได้รับราชการตามความฝัน จนกระทั่งเธอได้เสียลูกชายไปในสถาบันแห่งนั้น เธอก็ต้องอุทิศแทบทั้งชีวิตของตนเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับลูก
เธอเปิดหน้าสู้อย่างกล้าหาญตลอดมา และทุกวันนี้ เธอยังคงบอกเล่าเรื่องราวความทรงจำเกี่ยวกับลูก และอัปเดตข้อมูลของคดีที่ยังไม่ได้รับความยุติธรรมผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัว สิ่งที่หลายคนน่าจะได้เห็นคือสีผมของเธอที่เปลี่ยนไปที่สะท้อนถึงการต่อสู้ผ่านความยากลำบากนานัปการทั้งในและนอกระบบ รวมถึงภาพของเธอกับดอกไม้ที่เธอปลูก เพื่อให้ผ่านแต่ละวันไปได้ และเพื่อนำดอกไม้ไปมอบให้กับลูกชายเป็นครั้งคราว
และเรื่องราวของ ‘น้องเมย’ ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ ลูกชายของเธอ นักเรียนเตรียมทหารที่ถูกรุ่นพี่สั่งธำรงวินัยจนเสียชีวิต ยังคงเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางทางโซเชียลมีเดีย นั่นเพราะแม้เวลาจะผ่านไปกว่า 9 ปี ความยุติธรรมยังไม่บังเกิด และคุณแม่รวมถึงครอบครัวของน้องเมยก็ยังยืนหยัดสู้อยู่จนถึงเวลานี้
ย้อนไปเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2560 น้องเมยได้เข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 และหลังจากเข้าเรียนได้เพียง 3 เดือน ครอบครัวก็ได้รับแจ้งว่าน้องเมยต้องเข้าโรงพยาบาลเนื่องจากถูกรุ่นพี่สั่ง ‘ธำรงวินัย’ ด้วยการให้ปักหัวลงพื้นห้องน้ำกลางดึกเนื่องจากใช้บันไดที่ห้ามใช้ และหลังจากผ่านไปเพียงหนึ่งสัปดาห์ เขาก็ถูกสั่งซ่อมอีกครั้งทั้งที่ยังไม่ทุเลาจากการธำรงวินัยครั้งก่อน
ถัดมาในเดือนตุลาคมปีเดียวกัน น้องเมยถูกรุ่นพี่สั่งธำรงวินัยตอนกลางดึกอีกครั้ง ทั้งให้ออกกำลังในห้องซาวน่าและพุ่งหลังจนฟุบและมีอาการหอบ หากแต่สองวันถัดมา รุ่นพี่ก็ยังคงสั่งลงโทษเขาอีก ส่งผลให้ในวันที่ 17 ตุลาคม 2560 เขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลและทางครอบครัวได้รับแจ้งว่าน้องเมยเสียชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน
อย่างไรก็ตาม ครอบครัวได้รับร่างของน้องเมยกลับมาและพบความผิดปกติเช่นรอยช้ำหลายจุด อีกทั้งผลการชันสูตรก็ปรากฏว่ามีอวัยวะภายในบางส่วนหายไป สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ครอบครัวของน้อยเมย ทั้งพ่อ แม่ และพี่สาว ต่างเดินหน้าเรียกร้องความยุติธรรม เพื่อหาความจริงเกี่ยวกับการเสียชีวิตของลูกชายและให้มีการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด
การต่อสู้เกิดขึ้นอย่างยาวนาน จนกระทั่งในวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 ศาลทหารชั้นฎีกาตัดสินว่าจำเลยมีความผิดฐานทำร้ายร่างกาย โดยสั่งจำคุกรุ่นพี่เป็นเวลา 4 เดือน 16 วัน ปรับ 15,000 บาท แต่ให้รอลงอาญา 2 ปี ซึ่งหมายถึง จำเลยไม่ต้องถูกจำคุกแต่อย่างใด เนื่องจากศาลเห็นว่าการลงโทษจำเลยไปนั้นไม่เป็นประโยชน์ การให้จำเลยปรับปรุงตัวและรับราชการเพื่อรับใช้ชาติต่อจะเป็นประโยชน์มากกว่า โดยมีข้อมูลที่ระบุว่าปัจจุบันจำเลยได้เข้ารับราชการเป็นตำรวจ
สิ่งที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่ปี 2560 ส่งผลกระทบต่อจิตใจของครอบครัวอย่างมหาศาล และล่าสุดนี้ในวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 คุณแม่ของน้องเมยจึงได้เข้าร้องต่อกรรมาธิการกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎร (กมธ.) โดยเธอกล่าวว่าสิ่งที่ยังติดใจคือสาเหตุการตายของลูก และอวัยวะที่ได้รับมาซึ่งตรวจหาสารพันธุกรรมไม่ได้
“เราพยายามหาความจริงทุกวิถีทาง ในการอยากจะรู้ว่าลูกเราตายด้วยเหตุใด แต่มันเหมือนกับว่าเรายิ่งพยายาม มันยิ่งไปไม่ได้ มันยิ่งตัน ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดีแล้ว” คุณแม่น้องเมยกล่าว
และที่น่าสะเทือนใจไม่แพ้ความสูญเสียก็คือ แม้เรื่องราวของน้องเมยจะถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง ออกสื่อทั้งเล็กและใหญ่หลายต่อหลายครั้ง ประชาชนมากมายต่างส่งเสียงสนับสนุนครอบครัวตัญกาญจน์ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็ฉายให้เห็นถึงระบบโครงสร้าง ‘อำนาจ’ ที่ใหญ่เกินกว่าประชาชนจะสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ หรือแม้แต่กระแสสังคมที่รุนแรงก็ไม่สามารถแตะถึงตัวผู้กระทำผิดได้ และกระทั่งประชาชนครอบครัวหนึ่งได้พยายามอย่างสุดชีวิตมาเกือบหนึ่งทศวรรษ เส้นผมของแม่คนหนึ่งเปลี่ยนเป็นสีขาว ก็ยังไม่สามารถเรียกร้องความยุติธรรมได้ ซึ่งเป็นระบบเดียวกันนี้เอง ที่บ่มเพาะการใช้อำนาจที่กดขี่ให้หลายชีวิตต้องสูญเสียไป และน้องเมยก็เป็นเพียงหนึ่งในนั้น
อ้างอิง
https://www.thaipbs.or.th/news/content/354494
https://www.facebook.com/reel/853629384237511
บทความต้นฉบับได้ที่ : ‘แม่น้องเมย’ ผู้หญิงที่เส้นผมกลายเป็นสีขาว และพยายามปลูกดอกไม้เป็นกำลังใจให้ตัวเองทุกวัน กับการต่อสู้ 9 ปี หลังลูกชายถูกรุ่นพี่ รร.เตรียมทหาร สั่งธำรงวินัยจนเสียชีวิต
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com