โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ม็อบโคนมนัดชุมนุมหน้าทำเนียบฯพรุ่งนี้ ยื่น 4 ข้อถึงนายกฯ แก้วิกฤตอุตสาหกรรมโคนม

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 13 ก.ค.69 ชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย จำกัด เตรียมชุมนุมใหญ่หน้าทำเนียบรัฐบาลในวันพรุ่งนี้ (14 ก.ค.) คาดมีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมจากทั่วประเทศเข้าร่วมประมาณ 1,500 คน เพื่อยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาวิกฤตอุตสาหกรรมโคนม พร้อมเสนอ 4 ข้อเรียกร้อง หลังเกษตรกรประสบปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด สหกรณ์ขาดสภาพคล่อง และอ.ส.ค. ยังค้างชำระค่าน้ำนมดิบ

นายณัฐวุฒิ ประทีปะวณิช รองประธานกรรมการชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นผลสืบเนื่องจากการเปิดเสรีการค้านมและผลิตภัณฑ์นมภายใต้ข้อตกลงองค์การการค้าโลก (WTO) และความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-ออสเตรเลีย และไทย-นิวซีแลนด์ ซึ่งเปิดให้นำเข้านมผงขาดมันเนยโดยปลอดภาษี ส่งผลให้ผู้ประกอบการหลายแห่งลดการรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรไทย

โดยปัจจุบันน้ำนมดิบของเกษตรกรจำนวนมากไม่มีตลาดรองรับ บางส่วนต้องจำหน่ายในราคาต่ำกว่าต้นทุน ขณะที่บางแห่งต้องนำไปผลิตเป็นนมกล่องยูเอชที แปรรูปเป็นปุ๋ยนมโค หรือถึงขั้นต้องเททิ้ง เนื่องจากไม่มีผู้รับซื้อ ส่งผลให้สหกรณ์โคนมหลายแห่งประสบปัญหาสภาพคล่อง ไม่สามารถชำระค่าน้ำนมดิบให้สมาชิก รวมถึงค่าอาหารสัตว์ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน เงินเดือนพนักงาน และภาระหนี้สินกับสถาบันการเงิน

สำหรับข้อเรียกร้องที่จะยื่นต่อนายกรัฐมนตรี มี 4 ข้อ ได้แก่

1. ชะลอการพิจารณานำเข้านมผงขาดมันเนย ประจำปี 2569 งวดที่ 2 ภายใต้ข้อตกลง WTO และ FTA ไทย-ออสเตรเลีย และไทย-นิวซีแลนด์ จนกว่าน้ำนมดิบของเกษตรกรไทยภายใต้บันทึกข้อตกลงการรับซื้อน้ำนมดิบ (MOU) ปี 2568/69 ปริมาณ 211 ตันต่อวัน จะสามารถจำหน่ายได้ทั้งหมด พร้อมเร่งดำเนินการซื้อขายน้ำนมดิบตาม MOU ปี 2569/70 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคมนี้ และรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรได้ทั้งหมดในราคารับซื้อเดียวกัน

2. ขยายโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ในปีการศึกษา 2570 ให้ครอบคลุมนักเรียนตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 พร้อมเพิ่มวันดื่มนมจาก 260 วัน เป็น 365 วัน เพื่อเพิ่มการบริโภคนมภายในประเทศและช่วยดูดซับผลผลิตน้ำนมดิบของเกษตรกร

3. เร่งแก้ไขปัญหาผู้ประกอบการค้างชำระค่าน้ำนมดิบแก่เกษตรกร โดยเฉพาะองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) และผู้ประกอบการเอกชนที่ยังค้างชำระเงิน เพื่อบรรเทาปัญหาสภาพคล่องของเกษตรกรและสหกรณ์โคนม

4. ปรับปรุงการแสดงฉลากผลิตภัณฑ์นม ให้แยกข้อมูลอย่างชัดเจนระหว่าง "นมโคสด (Fresh Milk)" ซึ่งผลิตจากน้ำนมดิบทั้งหมด กับ “นมโค” ซึ่งอาจมีการนำนมผงจากต่างประเทศมาละลายน้ำคืนรูปผสม เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โปร่งใส และสามารถตัดสินใจเลือกซื้อได้อย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ กลุ่มผู้เลี้ยงโคนมยังกังวลต่อการเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา หลังสหรัฐฯ ขอให้ไทยเปิดตลาดนำเข้านมผงเพิ่มขึ้น โดยเห็นว่าหากไทยยอมเปิดตลาดเพิ่มเติม จะยิ่งเพิ่มปริมาณนมผงนำเข้าที่แข่งขันกับน้ำนมดิบภายในประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการหันไปใช้นมผงนำเข้าแทนน้ำนมดิบจากเกษตรกรไทยมากขึ้น ซ้ำเติมปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด กดดันราคาน้ำนมดิบ และอาจทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมจำนวนมากต้องเลิกอาชีพ ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของอุตสาหกรรมโคนมไทยในระยะยาว

ทั่งนี้กลุ่มผู้ชุมนุมมุ่งหวังให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับหนังสือด้วยตนเอง พร้อมเชิญผู้แทนจาก 3 กระทรวงได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมรับหนังสือและหารือแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน เนื่องจากแต่ละหน่วยงานมีบทบาทสำคัญแตกต่างกัน โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับผิดชอบการพัฒนาอาชีพและระบบการผลิตของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม กระทรวงพาณิชย์ดูแลด้านการตลาดและการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ส่วนกระทรวงสาธารณสุขกำกับดูแลการแสดงฉลากและมาตรฐานผลิตภัณฑ์นม ซึ่งล้วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้เลี้ยงโคนม

นายณัฐวุฒิบอกอีกว่าการชุมนุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ก่อนที่สถานการณ์จะรุนแรงจนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมจำนวนมากไม่สามารถประกอบอาชีพต่อไปได้ พร้อมยืนยันว่าการชุมนุมจะเป็นไปอย่างสงบและอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...