โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เปิดหนังสือ สกพอ. เตือนราคาที่ต้องจ่าย หากไฮสปีด 3 สนามบินล่ม

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง–สุวรรณภูมิ–อู่ตะเภา) หรือ ไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน โครงการเรือธงของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มูลค่ากว่า 2.2 แสนล้านบาท กำลังเดินมาถึงทางแยกสำคัญ เมื่อบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด หรือ กลุ่มซีพี มีหนังสือแจ้งใช้สิทธิให้สัญญาร่วมลงทุนมีผลสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

ทว่าก่อนหน้านั้นราว 2 เดือน สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ได้ทำหนังสือด่วนที่สุด ถึงผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เตือนถึงผลกระทบที่จะตามมาหากสัญญาสิ้นสุดลง พร้อมประเมินความเสียหายไว้เป็นรายข้อ ตั้งแต่ภาระค่าใช้จ่ายหลักพันล้านบาท ไปจนถึงรายได้รัฐจากโครงการสนามบินอู่ตะเภาที่อาจหายไปในระดับล้านล้านบาท

หนังสือฉบับดังกล่าว ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เรื่อง "ขอเสนอแนวทางประกอบการพิจารณาการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน" ลงนามโดยนายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ระบุว่า ตามที่ได้ปรากฏข้อมูลผ่านสื่อมวลชนและการเปิดเผยต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการพิจารณาแนวทางตามสัญญาร่วมลงทุน รวมถึงประเด็นเกี่ยวกับการใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา นั้น

สกพอ. เข้าใจดีว่าการพิจารณาดำเนินโครงการต่อไป หรือการใช้สิทธิตามสัญญาประการใดเป็นสิทธิและดุลพินิจของคู่สัญญา (การรถไฟแห่งประเทศไทย และบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด) ภายใต้กรอบของสัญญาร่วมลงทุนและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

หนังสือด่วนที่สุด ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เรื่อง

อย่างไรก็ตาม กระบวนการในการใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาและการกลับสู่ฐานะเดิมหลังการเลิกสัญญาจะต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมีผลกระทบต่อภาพรวมเกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกอีกหลายประการ โดยจะส่งผลให้คู่สัญญาต้องกลับสู่สถานะก่อนทำสัญญาและมีแนวโน้มที่จะมีการนำคดีขึ้นสู่ศาล เพื่อเรียกร้องความเสียหายที่แต่ละฝ่ายได้รับก่อนการเลิกสัญญา

รวมถึงส่งผลให้การพัฒนาโครงการฯ มีความล่าช้าออกไปกว่าเดิมอีก ซึ่งอาจส่งผลกระทบทั้งในส่วนที่สามารถประเมินเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ และผลกระทบในมิติอื่นที่ไม่อาจประเมินเป็นตัวเงินได้ ตัวอย่างเช่น

1. ภาระค่าใช้จ่ายและข้อพิพาทภายหลังการเลิกสัญญา

อาจเกิดข้อพิพาทและการเรียกร้องค่าเสียหายระหว่างคู่สัญญา โดยมีภาระค่าใช้จ่ายตามที่ สกพอ. รับทราบที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน Airport Rail Link ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 ประมาณ 1,501.17 ล้านบาท และค่าปรับปรุงระบบ Airport Rail Link และงาน Early Work ของโครงการ HSR ประมาณ 4,538 ล้านบาท

2. ผลกระทบต่อการลงทุนภาครัฐ

ภาครัฐได้ดำเนินการเวนคืนและรื้อย้ายสาธารณูปโภคเพื่อรองรับโครงการแล้ว โดยใช้งบประมาณไปแล้วประมาณ 10,180 ล้านบาท และค่าสิทธิโฆษณาและการเช่าพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่ รฟท. ยกเลิกไป ซึ่งอาจส่งผลต่อความคุ้มค่าในการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ

3. ผลกระทบต่อโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน

การยุติโครงการอาจส่งผลต่อแผนการเชื่อมโยงระบบโครงข่ายคมนาคมทางราง โดยภาครัฐอาจต้องลงทุนระบบงานเพิ่มเติมในช่วงบางซื่อ–ดอนเมือง คิดเป็นวงเงินประมาณ 22,000 ล้านบาท และอาจใช้ระยะเวลาดำเนินการเพิ่มเติมประมาณ 2–3 ปี

4. ผลกระทบต่อโครงการสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก (UTP)

อาจส่งผลกระทบต่อการพัฒนาโครงการสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก (UTP) เงินลงทุนโครงการประมาณ 218,788 ล้านบาท ดังนี้

  • เงื่อนไขภาครัฐของโครงการ UTP ไม่ครบถ้วน ซึ่งเอกชนคู่สัญญาโครงการสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก (UTA) อาจยกเลิกสัญญาและเรียกร้องค่าเสียหาย
  • รัฐไม่ได้รับรายได้ของรัฐตามสัญญาร่วมลงทุนของ UTP ประมาณ 1.3 ล้านล้านบาท

5. ระยะเวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการดำเนินโครงการใหม่

หากมีการยุติสัญญา อาจต้องใช้ระยะเวลาในการกำหนดแนวทางดำเนินโครงการใหม่ โดยค่าก่อสร้างจะเพิ่มอย่างน้อยร้อยละ 10–15 เนื่องจากสภาวะความผันผวนเชิงลบของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน

กรณีรัฐดำเนินการเองอาจใช้เวลาประมาณ 7–8 ปี โดยเฉพาะกรณีคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนรายใหม่อาจใช้เวลาประมาณ 7–8 ปี ตามขั้นตอน ดังนี้

  • ดำเนินกระบวนการยุติสัญญาและดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ประมาณ 1 ปี
  • จัดจ้างที่ปรึกษาเพื่อทบทวนผลการศึกษาโครงการ (FS) และจัดทำ/ทบทวนแบบรายละเอียด เอกสารประกวดราคา (RFP) การสำรวจความสนใจของภาคเอกชน (Market Sounding) การประกาศเชิญชวน คัดเลือกเอกชนร่วมลงทุน และลงนามสัญญา ประมาณ 1–2 ปี
  • ดำเนินการก่อสร้างโครงการและทดสอบระบบ ประมาณ 5 ปี

6. ผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการลงทุน

อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศต่อการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และต่อการดำเนินโครงการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ในภาพรวมที่ไม่อาจประเมินมูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจเป็นตัวเลขที่แน่นอนได้

อย่างไรก็ตาม สกพอ. ในฐานะหน่วยงานผู้ริเริ่มโครงการและผลักดันให้เกิดสัญญาร่วมลงทุน ขอเสนอแนวทางเลือกในการแก้ไขปัญหาเพิ่มเติมเพื่อให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ใช้ประกอบการพิจารณาแนวทางดำเนินโครงการต่อไป โดยมุ่งแก้ไขข้อจำกัดด้านความสามารถในการจัดหาแหล่งเงินทุนของโครงการ ดังนี้

1. อนุญาตให้บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ดำเนินการเพิ่มทุน เพื่อเปิดโอกาสในการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถระดมทุนจากกองทุนร่วมลงทุนภาคเอกชน (Private Fund) หรือกองทุนร่วมลงทุนในกิจการเกิดใหม่ (Venture Capital) เป็นทางเลือกเพิ่มเติมนอกเหนือจากการกู้ยืมเงิน ทั้งนี้ อาจกำหนดเงื่อนไขให้กองทุนที่จะเข้าลงทุนในหุ้นเพิ่มทุนดังกล่าว ต้องมีผู้จัดการกองทุนซึ่งมีสัญชาติไทย

2. ปรับลดขอบเขตงานโครงสร้างพื้นฐานบางส่วน เช่น งานก่อสร้างช่วงพญาไท-ดอนเมือง โดยให้ รฟท. เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างในส่วนของเส้นทางที่มีความทับซ้อนกับโครงการอื่นของ รฟท. เพื่อป้องกันมิให้ความล่าช้าของโครงการนี้ส่งผลกระทบต่อโครงการอื่น

ทั้งนี้ ให้นำมูลค่างานก่อสร้างที่ปรับลดดังกล่าว ซึ่งประเมินร่วมกันแล้วหักออกจากวงเงินค่าร่วมลงทุนภาครัฐ (Public Investment Cost : PIC) ที่ รฟท. ต้องชำระให้แก่บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด เมื่อเริ่มเปิดให้บริการเดินรถ โดยบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ยังคงรับผิดชอบการเดินรถในช่วงดอนเมืองถึงท่าอากาศยานอู่ตะเภาเช่นเดิม

สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้ คือ ตัวเลขความเสียหายที่ สกพอ. เคยประเมินไว้ในหนังสือ 7 พฤษภาคม 2569 จะกลายเป็นภาระของฝ่ายใด ทั้งค่าใช้จ่าย ARL ค่างาน Early Work และงบเวนคืนที่จ่ายไปแล้ว

รวมถึงคำถามว่าการให้สัญญาสิ้นสุดตามข้อ 6.2 ซึ่งเป็นกลไก "เงื่อนไขบังคับก่อนไม่สำเร็จ" จะนำไปสู่ข้อพิพาทเรียกค่าเสียหายระหว่างคู่สัญญาหรือไม่ และผลกระทบลูกโซ่ต่อโครงการสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกจะรุนแรงเพียงใด.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...