นักเรียนเอเชียเรียนต่ออเมริกาดิ่งต่ำสุด หลังจากนโยบายเข้มงวดเรื่องวีซ่าของโดนัลด์ทรัมป์ โดยเฉพาะนักเรียนจากจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกง
ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ระบุว่า จำนวนผู้เดินทางเข้าสหรัฐฯ ด้วยวีซ่านักเรียนในเดือนสิงหาคม 2568 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียนจากภูมิภาคเอเชียที่ลดลงเกือบ 24% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่การระบาดของโควิด-19
การชะลอตัวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางมาตรการควบคุมเข้มของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ว่าจะเป็นการล่าช้าในการออกวีซ่า การจำกัดการเดินทางจากหลายประเทศในเอเชีย ไปจนถึงการตรวจสอบผู้ขอวีซ่าอย่างละเอียด โดยเฉพาะจากจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกง
นักเรียนต่างชาติหลายคนที่เคยเดินทางกลับประเทศช่วงปิดเทอม เลือกที่จะพำนักอยู่ในสหรัฐฯ ต่อเนื่อง เพราะเกรงว่าจะไม่สามารถเดินทางกลับเข้าได้ แม้จะถือวีซ่าที่ถูกต้องตามกฎหมายก็ตาม
เอเชียยังคงเป็นภูมิภาคหลักของนักเรียนต่างชาติ โดยคิดเป็น 60% ของผู้ถือวีซ่านักเรียนทั้งหมดในเดือนสิงหาคม หรือราว 191,000 คน โดยจีนและอินเดียยังครองอันดับสูงสุด แต่ยอดลดลงอย่างมาก โดยจีนลดลง 12.4% และอินเดียลดลงถึง 44.5% ขณะที่ฮ่องกงลดลง 7.7%
ยอดนักเรียนต่างชาติทั้งหมดที่เดินทางเข้าสหรัฐฯ ในเดือนสิงหาคมอยู่ที่ประมาณ 313,000 คน ลดลง 19.1% จากปีก่อน โดยแอฟริกาเป็นภูมิภาคที่ลดลงมากที่สุดเกือบหนึ่งในสาม ขณะที่ยุโรปตะวันตกลดลงเพียงเล็กน้อยที่ 0.7%
นักวิชาการด้านการศึกษาต่างแสดงความกังวลว่า แนวโน้มการลดลงของนักเรียนต่างชาติอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ และลดทอนขีดความสามารถในการแข่งขันในสาขา STEM (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์) ซึ่งพึ่งพานักเรียนต่างชาติเป็นจำนวนมาก
#TheStructure
#TheStructureNews
#เรียนต่ออเมริกา #STEMeducation #ทรัมป์