โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“เงินออมครัวเรือนจีน” ทุบสถิติ 160 ล้านล้านหยวน เข้าตลาดหุ้น แทนฝากธนาคารดอกเบี้ยต่ำ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 25 ส.ค. 2568 เวลา 13.43 น. • เผยแพร่ 25 ส.ค. 2568 เวลา 06.43 น.

"เงินออมครัวเรือนจีน" ทุบสถิติ 160 ล้านล้านหยวน เข้าตลาดหุ้น แทนฝากธนาคารดอกเบี้ยต่ำ หนุนดัชนี CSI 300 พุ่งขึ้นกว่า 22% สะท้อนบทบาทนักลงทุนรายย่อยที่ขับเคลื่อนถึง 90% ของการซื้อขายรายวัน

วันที่ 25 สิงหาคม 2568 เวลา 12.52 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ตลาดหุ้นจีนกำลังทะยานสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายปี ขณะที่ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีน-สหรัฐอ่อนแรงลงชั่วคราว โดยแรงหนุนหลักมาจากครัวเรือนจีนทั่วไปที่มีเงินออมสูงเป็นประวัติการณ์และความกลัวพลาดโอกาส (FOMO)

ดัชนีอ้างอิง CSI 300 ของจีนพุ่งขึ้นเกือบ 22% จากระดับต่ำสุดเมื่อวันที่ 7 เม.ย. หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศ “ภาษีตอบโต้” (reciprocal tariffs) เมื่อวันที่ 2 เม.ย. โดยเมื่อวันศุกร์ ดัชนีปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ค. 2565

ตามข้อมูล HSBC ครัวเรือนจีนมีเงินออมรวมกันมากกว่า 160 ล้านล้านหยวน หรือราว 22 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ คิดเป็นกว่าหนึ่งในสามของมูลค่าตลาดหุ้นสหรัฐทั้งหมด

Herald van der Linde หัวหน้านักกลยุทธ์หุ้นเอเชียจาก HSBC ระบุว่า ครัวเรือนจีนที่ก่อนหน้านี้สะสมเงินสดก้อนใหญ่ท่ามกลางเศรษฐกิจชะลอตัว เริ่มนำเงินออมส่วนเกินออกมาลงทุนในตลาดหุ้น

HSBC ระบุว่านักลงทุนรายย่อยจีนเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาดในประเทศ โดยคิดเป็น 90% ของการซื้อขายรายวัน ซึ่งแตกต่างจากตลาดใหญ่ ๆ อย่างสหรัฐที่นักลงทุนรายย่อยมีสัดส่วนเพียง 20-25% ของการซื้อขายทั้งหมด

สัญญาซื้อขายล่วงหน้า CSI 300 ที่สะท้อนการเปิดสถานะใหม่เพิ่มขึ้นแตะ 26,380 ในเดือน ก.ค. เทียบกับการลดลง 48,192 ในเดือน เม.ย.

Van der Linde กล่าวกับ CNBC ว่า “การนำเงินออมส่วนเกินของจีนเข้าสู่ตลาดหุ้นนี่เองคือแรงขับเคลื่อนหลัก และมีแนวโน้มจะดำเนินต่อไปอีกนาน …ความต้องการจากต่างชาติยังเงียบ แต่แรงขับเคลื่อนที่แท้จริงตอนนี้คือครัวเรือนจีน”

Goldman Sachs ระบุว่าเงินฝากประจำที่ครบกำลังทยอยเปลี่ยนไปสู่หุ้น เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยเงินฝากปรับลดลง โดยอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก 1 ปีของธนาคารจีนร่วงลงต่ำกว่า 1% เป็นครั้งแรกเมื่อเดือน พ.ค.

บัญชีมาร์จินไฟแนนซ์เพื่อซื้อหุ้นด้วยเงินกู้เพิ่มขึ้นจากราว 1.8 ล้านล้านหยวนในเดือน พ.ค.-มิ.ย. 2025 เป็น 2.03 ล้านล้านหยวน ในเดือนส.ค. ขณะที่การออกกองทุนรวมใหม่ในจีนเพิ่มขึ้น 132% เมื่อเทียบรายปี ตามข้อมูลของ HSBC

ทำไมจีนออมเงินสูง?

จีนมีอัตราการออมสูงจากหลายปัจจัย ทั้งระบบสวัสดิการสังคมที่ยังไม่ครอบคลุม ทำให้ประชาชนออมเผื่อเหตุฉุกเฉิน, โครงสร้างประชากรสูงวัย, และค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัย-การแพทย์ที่สูงและไม่แน่นอน ข้อมูลธนาคารโลก (World Bank) ระบุว่าอัตราการออมขั้นต้นของจีนสูงกว่า 43% ของ GDP

เมื่อรวมกับการที่การถือครองหุ้นในครัวเรือนจีนยังอยู่ในระดับต่ำ โอกาสที่นักลงทุนรายย่อยจะเข้ามาหนุนตลาดต่อจึงยังคงมีอยู่ รายงานของ Global X ETFs (พ.ย. 2024) ชี้ว่าหุ้นคิดเป็นเพียง 5% ของสินทรัพย์ครัวเรือนจีน ขณะที่อสังหาฯ 60% และเงินฝาก 25% ซึ่งต่ำกว่าครัวเรือนในสหรัฐ 25% และยุโรป 12%

ความเชื่อมั่นจากการสงบศึกการค้า

การผ่อนคลายความตึงเครียดด้านนโยบายและสงครามการค้าเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเชื่อมั่น นักลงทุน โดยจีน–สหรัฐตกลงพักรบภาษี 90 วันในเดือนพ.ค. และขยายออกไปอีก 90 วันเมื่อต้นเดือนนี้

Eugene Hsiao นักวิเคราะห์หุ้นจาก Macquarie ระบุว่า การลดความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ช่วยดึงเงินกลับเข้าตลาดหุ้นจีน เพราะทำให้ risk premium ลดลง แม้สินค้ากลยุทธ์ เช่น เซมิคอนดักเตอร์ อาจยังเผชิญมาตรการภาษีหรือควบคุมการค้า แต่สหรัฐได้ขยายเวลาพักรบไปจนถึง พ.ย. ทำให้สถานการณ์ไม่รุนแรงอย่างที่ตลาดกังวล

Van der Linde จาก HSBC อธิบายว่า “ถ้าฉันรู้สึกว่าปีนี้ดีกว่าปีที่แล้ว ทั้งเศรษฐกิจและตลาดหุ้นก็โอเค ทำไมฉันจะไม่เอาเงินบางส่วนกลับมาลงทุนล่ะ?”

หมุนเงินจากพันธบัตร-เงินฝากสู่หุ้น

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าความเชื่อมั่นที่ดีขึ้นทำให้นักลงทุนหมุนเงินออกจากพันธบัตรรัฐบาลจีนที่ให้ผลตอบแทนต่ำ เข้าสู่หุ้นแทน อัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีของจีนปรับขึ้น 0.06๔ หลังข้อตกลงพักรบภาษีขยายเมื่อ 11 ส.ค.

Morgan Stanley ชี้ว่าการไหลออกจากพันธบัตรและเงินฝากคือแรงหนุนสำคัญของตลาดหุ้นในประเทศ พร้อมกับสภาพคล่องที่มากขึ้นและความหวังนโยบายผ่อนคลายเพิ่มเติม โดยประเมินว่า ดัชนี CSI 300 จะขึ้นแตะ 4,700 จุดในระยะสั้น หรือเพิ่มขึ้นอีก 6% จากปัจจุบัน

ปัจจัย FOMO และการเปรียบเทียบตลาด

แรง FOMO ยังมีบทบาทสำคัญ นักลงทุนแห่เข้าตลาดหุ้น A-share บนแผ่นดินใหญ่หลังเห็นตลาดหุ้นฮ่องกงพุ่งแรงกว่า ตั้งแต่ต้นปี ดัชนี Hang Seng บวก 28% ขณะที่ CSI 300 ขึ้นเพียง 12%

ความล่าช้าของตลาด A-share ทำให้นักลงทุนบางส่วนมองว่าอาจเป็นเป้าหมายต่อไปที่จะฟื้นตัวและถูก re-rating

Wenjie Ding นักกลยุทธ์การลงทุนจาก China Asset Management กล่าวว่า “ตลาด A-share มีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อได้ เพราะที่ผ่านมาอ่อนกว่าหุ้นฮ่องกง”

ความเสี่ยงฟองสบู่

อย่างไรก็ดีความร้อนแรงของนักลงทุนรายย่อยจีนตัดกับความสนใจจากต่างชาติที่ยังซบเซา โดยกองทุน Hedge fund ใหญ่ของสหรัฐอย่าง Bridgewater Associates เพิ่งลดการถือหุ้นจีน ADR ในไตรมาส 2

ในระยะสั้น แรง FOMO อาจดึงสถาบันต่างชาติกลับเข้าจีน หากตลาดหุ้นจีนปรับตัวดีกว่าดัชนีโลก จนกองทุนที่ underweight จีนต้องเพิ่มสัดส่วน แต่โดยพื้นฐานแล้ว หุ้นจีนยังขับเคลื่อนโดยเม็ดเงินภายในประเทศมากกว่า

Chaoping Zhu นักกลยุทธ์ตลาดโลกจาก J.P. Morgan Asset Management ระบุว่า การปรับขึ้นรอบนี้มีแนวโน้มยืดไปถึงปี 2026 แม้อาจมีการปรับฐานระหว่างทาง โดยรัฐบาลจีนยังเดินหน้ามาตรการ “ต่อต้านการแข่งขันเกินเหตุ” (anti-involution) เพื่อหยุดสงครามราคาที่บั่นทอนกำไรในหลายอุตสาหกรรม เช่น เหล็กและพลังงานแสงอาทิตย์

แต่ Nomura เตือนถึงการกู้ยืมเกินตัวและความเสี่ยงฟองสบู่ที่อาจเกิดขึ้น เนื่องจากตลาดหุ้นยังคงทะยานแม้เศรษฐกิจจีนมีสัญญาณอ่อนแรงในครึ่งหลังของปี

อ้างอิง : www.cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจจีน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...