โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘โตไม่ทันกัน’ หนึ่งในสาเหตุการเลิกรา เพราะเมื่อโตขึ้น ความรักไม่ใช่แค่เรื่องสวยงาม หรือการคบไปวันๆ แต่บางคนอาจให้คุณค่ากับการวางแผนอนาคต และการมีจุดหมายร่วมกัน เพื่อให้ความสัมพันธ์ไปกันรอด

Mirror Thailand

อัพเดต 16 ก.ย 2568 เวลา 08.24 น. • เผยแพร่ 16 ก.ย 2568 เวลา 08.24 น.
ภาพไฮไลต์

ช่วงนี้หลายคนอาจเคยได้ยินวลีเกี่ยวกับความรักที่ว่า “เราไม่ได้มีเวลามากพอจะสอนใครให้โตเป็นผู้ใหญ่” ผ่านหูกันมาบ้าง หากพิจารณาข้อความนี้ให้ลึกซึ้งมากขึ้น จริงๆ แล้ว นั่นอาจไม่ใช่แค่กล่าวโทษว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งบกพร่องในความสัมพันธ์ แต่ยังเกี่ยวเนื่องกับ ‘การวางแผนอนาคตร่วมกัน’ ที่ทั้งสองฝ่ายอาจมองภาพชีวิตต่อจากนี้ไม่เหมือนกัน ไม่ว่าจะด้วยเป้าหมาย ความฝัน หรือทัศนคติในการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันออกไป สังเกตได้จากข่าวการเลิกราของนักแสดงและผู้มีชื่อเสียงต่างๆ ที่ส่วนหนึ่งมักให้เหตุผลว่าเป้าหมายไม่ตรงกันทำให้ความสัมพันธ์ไม่สามารถไปต่อได้

โดยเฉพาะคู่รักที่เริ่มต้นความสัมพันธ์ตั้งแต่วัยรุ่นวัยเรียน หรือคนที่คบหากันเป็นระยะเวลานาน อาจพบเจอกับปัญหา ‘โตไม่ทันกัน’ เพราะคนเราย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ประสบการณ์ และสังคมที่พบเจอ สิ่งต่างๆ รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นคณะที่เรียน งานที่ทำ หนังสือที่อ่าน สื่อที่เสพ กลุ่มเพื่อน ครอบครัว หรือแม้แต่งานอดิเรก ล้วนหล่อหลอมและขัดเกลาตัวตนเราในทุกๆ วัน

เมื่อเวลาเปลี่ยนไปและเติบโตขึ้น จึงเป็นไปได้ที่เราอาจจะไม่ใช่คนคนนั้นที่เคยรักเขา หรือเขาเองก็อาจไม่ใช่คนคนนั้นที่เราเคยรัก ณ ช่วงเวลาหนึ่งอีกแล้ว รวมถึงคนที่เคยใช่ก็อาจไม่ได้ใช่ตลอดไปด้วย ความเชื่อเรื่อง ‘อาถรรพ์ 7 ปี’ ที่กล่าวกันว่ามักจะเป็นจุดท้าทายที่สุดในความสัมพันธ์ จึงไม่ใช่แค่ความเชื่อ แต่สามารถเกิดขึ้นจากการคบหาดูใจกันมานาน ทว่าคุณค่าที่แต่ละคนเลือกให้กับเส้นทางชีวิตของตัวเองกลับแตกต่างกัน คนหนึ่งอาจให้คุณค่ากับการใช้ชีวิตเก็บเกี่ยวประสบการณ์เพื่อความสำเร็จ ส่วนอีกคนอาจเริ่มมองหาความมั่นคง และอยากสร้างครอบครัว ซึ่งทั้งหมดสามารถนำมาสู่ปัญหาของการ ‘โตไม่ทันกัน’ ได้

เช่นเดียวกับที่เป้าหมายในชีวิต และความต้องการในความสัมพันธ์แปรผันตามช่วงวัยที่เปลี่ยนไป เช่น เมื่อก่อนเราอาจจะต้องการแค่คนรักที่นิสัยดี มีเสน่ห์ เก่ง หรือรับผิดชอบชีวิตของตัวเองได้ แต่เมื่อโตขึ้น เราอาจจะต้องการคนรักที่สามารถซัพพอร์ตความฝันของเรา ให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงในชีวิต หรือมองเห็นอนาคตร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการแต่งงาน การสร้างครอบครัว การเก็บออมเงินหรือทำธุรกิจด้วยกัน

ดังนั้น การคบหากันจึงไม่ใช่เรื่องง่ายดายเหมือนช่วงวัยเด็กที่เราอาจให้ ‘ความรู้สึก’ เป็นเรื่องสำคัญที่สุด และอยู่เหนือทุกอย่าง เพราะเป็นความจริงที่ว่า ความรักเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำให้ความสัมพันธ์นั้นไปรอดได้ และความสัมพันธ์ที่ดีก็อาจจะต้องช่วยส่งเสริมชีวิตของเราไปในทิศทางที่ดีขึ้น หรือเติมเต็มความสุขในแบบที่เราต้องการ

เมื่อความสัมพันธ์เริ่มจืดจางและเหินห่าง เพราะทิศทางชีวิตที่ต่างกัน จึงเป็นไปได้ที่จะนำไปสู่การแยกย้ายกันไปเติบโตในเส้นทางของตัวเอง หรือที่เรียกว่า ‘Grow Apart’ จากข้อมูลบนเว็บไซต์ flourish สถิติ 80% ของคู่รักให้เหตุผลว่า ‘Grow Apart’ การที่คนเราค่อยๆ ห่างกันไป หรือเติบโตไปคนละเส้นทาง เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้คู่รักยุติความสัมพันธ์ โดย ‘Dr.Pat Love’ นักเขียน นักพูด และนักบำบัดชื่อดังด้านความสัมพันธ์ กล่าวว่า “เมื่อคุณบอกว่าคุณกับเขา ‘เริ่มห่างกัน’ นั่นหมายถึงว่า ‘ฉันเหนื่อยกับความทุกข์แล้ว ฉันไม่รักเธอแล้ว และฉันอยากสร้างชีวิตใหม่โดยไม่มีเธอ’

บางส่วนอาจมองว่าปัญหาโตไม่ทันกัน เกิดจาก ‘การไม่โตเป็นผู้ใหญ่มากพอ’ และเป็นความผิดของคนคนนั้น แต่จริงๆ แล้ว ในกรณีที่ยังไม่ได้มีพันธะทางกฎหมายหรือทางการเงินร่วมกัน ไม่ได้อาศัยอยู่ด้วยกัน หรือมีหน้าที่ของการพ่อแม่ที่ต้องรับผิดชอบ ‘คนที่โตไม่ทัน’ ก็อาจไม่ใช่คนผิดซะทีเดียว เนื่องจากการมีเป้าหมายชีวิตที่เล็กกว่า หรือการให้ความสำคัญกับปัจจุบันมากกว่าอนาคตก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ทุกคนสามารถเลือกได้ เพียงแค่ต้องยอมรับให้ได้ว่า มุมมองความคิดของเราและคู่ไม่เหมือนกันอีกต่อไป

ขณะที่การรู้สึกว่า ‘คนรักของเราโตไม่ทัน’ หรือไม่พอใจในสิ่งที่เป็นอยู่ก็ไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอะไรเช่นเดียวกัน เพราะแต่ละคนยึดถือคุณค่าและมีความต้องการที่แตกต่างกัน โดยบางคนอาจจะมองว่านิสัยเหล่านี้คือหนึ่งใน ‘ความไม่พร้อม’ ในการมีความสัมพันธ์ หรือมาจากความคิดที่ว่าเมื่อโตขึ้น ความรักไม่ใช่แค่เรื่องราวที่สวยงาม หรือการคบไปวันๆ แต่ต้องมีอนาคตและจุดหมายร่วมกัน

อย่างไรก็ตาม ‘การโตไม่ทันกัน’ อาจไม่ได้นำไปสู่จุดจบของความสัมพันธ์เสมอไป หากทั้งสองฝ่ายสื่อสารกันอย่างมีประสิทธิภาพ บอกกล่าวความต้องการของตนเองอย่างชัดเจน โดยไม่ตำหนิหรือทำลายความรู้สึกของอีกฝ่าย เพราะหากเป้าหมายในจัดการปัญหาคือ ‘การเติบโตไปด้วยกัน’ ทั้งคู่จึงจำเป็นต้องอยู่ทีมเดียวกัน ไม่ใช่การเอาชนะว่าใคร ‘โต’ กว่า ดีกว่าหรือแย่กว่าใคร

วิธีการแก้ไขปัญหานี้จึงไม่ใช่การต้องประสบความสำเร็จในชีวิต หรือกลายเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ แต่คือการพูดคุยถึงจุดหมายในชีวิต และวางแผนอนาคตร่วมกัน เพื่อให้ทั้งคู่ต่างเข้าใจความต้องการของกันและกัน ว่าอีกฝ่ายให้ความสำคัญกับเรื่องอะไรบ้างในการใช้ชีวิต เช่น ปรับจูนกันว่าแต่ละคนมีภาพอนาคตเหมือนกันไหม รวมถึงหาจุดกึ่งกลางระหว่างกันอย่างสมดุล จุดไหนบ้างที่สามารถปรับตัวได้ จุดไหนบ้างที่อยากให้คนรักเข้าใจเหตุผลของเรา เพราะจริงๆ แล้วบางคนอาจหวังดีอยากผลักดันให้คนรักพัฒนาตัวเองเพื่ออนาคตที่ดี หรือเพื่อให้พ่อแม่ยอมรับ ขณะที่บางคนอยากให้แฟนมีความรับผิดชอบในการใช้ชีวิตมากขึ้น เพราะมองว่าถึงช่วงวัยที่ต้องเริ่มจริงจังกับการสร้างครอบครัว ส่วนบางคนอาจไม่ต้องการแบกรับความกดดันมากเกินไป เพราะเคยถูกคาดหวังจากพ่อแม่ ฯลฯ ที่สุดแล้วการเลือกใช้ชีวิตของแต่ละคนนั้นไม่มีถูกผิด แต่เมื่อคนสองคนตัดสินใจล่มหัวจมท้ายไปด้วยกันแล้ว การสื่อสารกันอย่างเข้าใจและไม่ตัดสิน คือสิ่งสำคัญที่ทำให้ความสัมพันธ์สามารถไปต่อได้อย่างราบรื่น

อ้างอิง

https://www.flourishtogether.com/catalog/wakeupinanewmarriage.html

บทความต้นฉบับได้ที่ : ‘โตไม่ทันกัน’ หนึ่งในสาเหตุการเลิกรา เพราะเมื่อโตขึ้น ความรักไม่ใช่แค่เรื่องสวยงาม หรือการคบไปวันๆ แต่บางคนอาจให้คุณค่ากับการวางแผนอนาคต และการมีจุดหมายร่วมกัน เพื่อให้ความสัมพันธ์ไปกันรอด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...