โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สพฐ.เดินหน้าขยาย “นมโรงเรียน” 365 วัน เสริมโภชนาการเด็ก

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 26 ส.ค. 2568 เวลา 17.28 น. • เผยแพร่ 26 ส.ค. 2568 เวลา 10.28 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ศธ. 26 ส.ค. – สพฐ.เดินหน้าขยาย ‘นมโรงเรียน’ 365 วัน เสริมโภชนาการเด็กไทย-หนุนเกษตรกรโคนม พร้อมเน้นย้ำสถานศึกษายังคงเฝ้าระวังพายุ ‘คาจิกิ’ แม้อ่อนกำลังลงแล้ว

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เป็นประธานการประชุมผู้บริหาร สพฐ. ครั้งที่ 31/2568 โดยเน้นย้ำข้อสั่งการตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ และ สพฐ. เพื่อให้ผู้บริหารและบุคลากรดำเนินการขับเคลื่อนอย่างเร่งด่วน และติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานที่ได้สั่งการไปแล้ว โดยมี นางภัทริยาวรรณ พันธุ์น้อย ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. นายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานการศึกษา รวมถึงผู้อำนวยการเขตตรวจราชการ ผู้อำนวยการสำนักต่างๆ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ และผ่านระบบ Zoom meeting

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ กล่าวว่า วันนี้ในที่ประชุมได้หารือหลายประเด็นที่สำคัญ อาทิ การติดตามสถานการณ์พายุ “คาจิกิ” ตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา โดย ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) มีความห่วงใยนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา และสถานศึกษา ในหลายพื้นที่ของประเทศที่อาจได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือตอนบน ซึ่งตอนนี้เราได้ติดตามกันอย่างใกล้ชิด โดยได้เน้นย้ำผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ให้ช่วยกันเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนย้ายสิ่งของที่อาจน้ำท่วมและเสียหายขึ้นที่สูง ดูแลอุปกรณ์-ระบบไฟฟ้าภายในโรงเรียน รวมถึงระบบความปลอดภัยต่างๆ และประสานกับหน่วยงานข้างเคียง อาทิ หน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.)จังหวัด หรือฝ่ายปกครองในพื้นที่ อีกสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ คือ หากเกิดเหตุจำเป็น เช่น ถนนขาด น้ำท่วม โรงเรียนได้รับความเสียหาย ไม่สามารถจัดการเรียนการสอนได้ ผู้บริหารโรงเรียนสามารถสั่งปิดโรงเรียนได้ทันที โดยเน้นเรื่องความปลอดภัยของนักเรียนและครูเป็นสำคัญ จากนั้นให้ประสานกับทางสำนักงานเขตพื้นที่ฯ ปภ. ฝ่ายพลเรือนหรือหน่วยทหารเข้าไปดูแลให้การช่วยเหลือโดยเร็วต่อไป

“อีกเรื่องที่สำคัญ คือ การแก้ปัญหาภาวะทุพโภชนาการของเด็กปฐมวัยและเด็กวัยเรียน ซึ่งจากการจัดทำข้อมูลสุขภาพนักเรียน พบว่า นักเรียนที่มีภาวะส่วนสูงต่ำกว่าเกณฑ์ (เตี้ย) ปี 2567 มีจำนวน 543,253 คน และปี 2568 มีจำนวน 403,987 คน เท่ากับลดลง 139,266 คน คิดเป็นร้อยละ 25.63 แสดงให้เห็นว่าส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการส่งเสริมให้นักเรียนได้รับอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ที่มีคุณภาพอย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง ดังนั้น หากเพิ่มระยะเวลาในการจัดอาหารเสริม (นม) โรงเรียน จากเดิม 260 วัน เป็น 365 วัน จะช่วยเสริมสร้างสุขภาพและแก้ปัญหาภาวะทุพโภชนาการในเด็กนักเรียน ให้เจริญเติบโต สูงดีสมส่วนได้ สพฐ. จึงมีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การเพิ่มระยะเวลาในการจัดอาหารเสริม (นม) โรงเรียน จากเดิม 260 วัน เป็น 365 วัน และ รมว.ศธ. ได้ลงนามหนังสือดังกล่าวถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568 จากนั้นเมื่อ รมว.เกษตร ลงนามเห็นชอบ เราจะทำเรื่องเข้าเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป ซึ่งเรื่องนี้จะได้ประโยชน์ 2 ฝ่าย คือให้เด็กได้ดื่มนมทุกวัน เพื่อทำให้ภาวะทางโภชนาการของเด็กดีขึ้น โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในวัยกำลังเติบโต หากได้กินนมทุกวันสุขภาพก็จะดีขึ้น แข็งแรงสมวัย เรียนรู้ได้อย่างเต็มที่ และยังได้ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่เลี้ยงโคนมในประเทศด้วย” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว. -416-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...