โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ลิซา คุก” ผู้ว่าการเฟด เตรียมฟ้องคดี หลังทรัมป์สั่งปลดพ้นตำแหน่ง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 27 ส.ค. 2568 เวลา 10.06 น. • เผยแพร่ 27 ส.ค. 2568 เวลา 03.06 น.

เกิดศึกกฎหมายครั้งประวัติศาสตร์ หลังทรัมป์ประกาศปลด ลิซา คุก ฐานพฤติกรรมเกี่ยวกับการจำนองบ้าน ขณะที่เฟดย้ำสมาชิกมีวาระ 14 ปีและไม่อาจถูกปลดได้ง่าย ความพยายามดังกล่าวเพิ่มแรงกังวลต่อความเป็นอิสระของเฟด

วันที่ 27 สิงหาคม 2568 เวลา 05.01 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ทนายความของลิซา คุก (Lisa Cook) ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) เปิดเผยว่า ลิซา คุก เตรียมยื่นฟ้องเพื่อป้องกันไม่ให้โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ปลดเธอออกจากตำแหน่ง นับเป็นจุดเริ่มต้นของศึกทางกฎหมายที่จะยืดเยื้อเกี่ยวกับความพยายามของทำเนียบขาวในการเข้ามากำหนดทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐ

แอบบี โลเวลล์ (Abbe Lowell) ทนายความชื่อดังในกรุงวอชิงตันของ ลิซา คุก ระบุในแถลงการณ์ว่า “ความพยายามของเขาที่จะปลดเธอโดยอ้างเพียงจดหมายแนะนำ ปราศจากข้อเท็จจริงหรือฐานทางกฎหมายใด ๆ เราจะยื่นฟ้องเพื่อท้าทายการกระทำที่ผิดกฎหมายนี้”

ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นหนึ่งวันหลังจากที่ทรัมป์ประกาศว่าเขาจะปลดลิซา คุก ซึ่งเป็นผู้หญิงผิวสีคนแรกที่นั่งในคณะผู้ว่าการเฟด โดยกล่าวหาว่าเธอมีพฤติกรรมหลอกลวงและอาจเข้าข่ายอาชญากรรมเกี่ยวกับการจำนองบ้านที่ทำไว้เมื่อปี 2564 ความพยายามดังกล่าวนับเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ 111 ปีของเฟด ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระทางนโยบายการเงิน และสะท้อนถึงแนวทางของทรัมป์ที่มักจะทำลายบรรทัดฐานและบีบให้ฝ่ายตรงข้ามต้องต่อสู้ในศาล

กรณีนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเคลื่อนไหวอื่น ๆ ของทรัมป์ในการรวบอำนาจรัฐภายใต้การควบคุมของทำเนียบขาว ตั้งแต่กลับเข้ามาดำรงตำแหน่งในเดือนมกราคม เขาได้ผลักดันให้เจ้าหน้าที่รัฐหลายแสนคนลาออก ยุบหน่วยงานบางแห่ง และระงับการใช้จ่ายหลายพันล้านดอลลาร์ที่สภาคองเกรสอนุมัติไว้

“เราต้องการคนที่โปร่งใส 100% และดูเหมือนว่าเธอไม่ใช่แบบนั้น …คนเก่ง ๆ” หลายรายในใจที่จะมารับตำแหน่งแทนคุก แต่ก็ย้ำว่าจะปฏิบัติตามคำตัดสินของศาลหากเธอยังคงอยู่ในตำแหน่ง

ตลอดการดำรงตำแหน่งครั้งแรกในทำเนียบขาว ทรัมป์กดดันให้เฟดลดดอกเบี้ย และได้เร่งรัดมากขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยเรียกร้องให้ลดอัตราดอกเบี้ยหลายเปอร์เซ็นต์ และขู่ว่าจะปลดเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด แม้ในภายหลังจะถอยกลับไปก็ตาม การจากตำแหน่งของคุกจะทำให้ทรัมป์สามารถแต่งตั้งคนของตนเองเข้าไปครองเสียงข้างมากในบอร์ดผู้ว่าการทั้ง 7 คน ซึ่งรวมถึง 2 ตำแหน่งที่ดำรงอยู่แล้ว

และการเสนอชื่อสตีเฟน มิแรน นักเศรษฐศาสตร์ทำเนียบขาว สำหรับตำแหน่งชั่วคราวที่กำลังจะหมดอายุในเดือนมกราคม ทั้งนี้วอลล์สตรีทเจอร์นัล รายงานว่า เดวิด มัลพาส อดีตประธานธนาคารโลกและพันธมิตรใกล้ชิดของทรัมป์ ก็อยู่ในข่ายผู้ถูกพิจารณาด้วย

เฟดออกแถลงการณ์ย้ำว่า ลิซา คุก และคณะกรรมการผู้ว่าการคนอื่น ๆ มีวาระ 14 ปี และไม่สามารถถูกถอดออกได้ง่าย เพื่อคงไว้ซึ่งการตัดสินใจเชิงนโยบายที่อิงข้อมูลเศรษฐกิจและผลประโยชน์ระยะยาวของประชาชนอเมริกัน แม้ทรัมป์กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่าคำสั่งปลดมีผลทันที แต่เฟดยังคงถือว่าสถานะของคุกไม่เปลี่ยนแปลง และเธอยังสามารถเข้าร่วมการประชุมกำหนดนโยบายดอกเบี้ยครั้งถัดไปในวันที่ 16–17 กันยายน เว้นแต่จะมีคำสั่งศาลออกมาก่อนหน้านั้น

ความพยายามดังกล่าวทำให้นักลงทุนกังวลเรื่องความเป็นอิสระของเฟด ส่งผลให้ตลาดการเงินผันผวนในวันอังคาร ดัชนีหุ้นสหรัฐปิดบวกเล็กน้อย ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์อ่อนลง และเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับชันขึ้น

ทรัมป์ระบุในจดหมายถึงคุกว่าเขามีเหตุผลเพียงพอที่จะปลดเธอ เนื่องจากเธอระบุว่าบ้านในรัฐมิชิแกนและจอร์เจียเป็นที่อยู่อาศัยหลัก พร้อมกันในเอกสารกู้จำนอง ก่อนเข้ารับตำแหน่งในเฟดเมื่อปี 2565 ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ทรัมป์ได้ปลดผู้หญิงผิวสีที่ดำรงตำแหน่งระดับสูงในรัฐบาลหลายคนแล้ว เช่น ผู้อำนวยการหอสมุดรัฐสภา และประธานคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์แห่งชาติ

วิลเลียม พัลท์ ผู้อำนวยการสำนักงานกำกับดูแลการเงินด้านที่อยู่อาศัย (FHFA) ซึ่งเป็นผู้ได้รับการแต่งตั้งโดยทรัมป์ เป็นคนแรกที่ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการจำนองของคุกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และส่งเรื่องต่อไปยังแพเมลา บอนดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเพื่อสอบสวน แต่บอนดียังไม่ได้แสดงท่าทีว่าจะดำเนินคดีหรือไม่ โดยคุกทำสัญญาจำนองทั้งสองฉบับในช่วงที่ยังเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย

ตามกฎหมายธนาคารกลางสหรัฐปี 1913 กำหนดว่าวาระของผู้ว่าการกินเวลาถึง 14 ปี และสามารถถูกถอดออกได้ด้วยเหตุผลอันสมควร แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีการทดสอบข้อกฎหมายนี้มาก่อน โดยทั่วไปประธานาธิบดีมักหลีกเลี่ยงไม่แทรกแซงเฟดเพื่อรักษาความเชื่อมั่นของตลาด

ปีเตอร์ คอนติ-บราวน์ นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์เฟดจากวอร์ตัน สกูล แห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ระบุว่า การทำธุรกรรมจำนองดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่คุกจะได้รับการแต่งตั้งและได้รับการยืนยันจากวุฒิสภาแล้ว “แนวคิดที่ว่าจะย้อนกลับไปอ้างเรื่องในอดีตเพื่อปลดออกจากตำแหน่งปัจจุบัน ถือว่าขัดกับแนวคิดของการถอดถอนด้วยเหตุผลอันสมควร”

งานวิจัยทางวิชาการชี้ว่า การดำเนินนโยบายการเงินอย่างอิสระจากการเมืองช่วยให้ควบคุมเงินเฟ้อและเศรษฐกิจได้มีเสถียรภาพมากกว่า ทิม ดอย นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก SGH Macro Advisors กล่าวว่า“เฟดในสมัยทรัมป์รอบแรกยังรอดพ้นจากผลกระทบได้ แต่ครั้งนี้ดูเหมือนจะไม่โชคดีเช่นนั้น”

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...