โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สรุปผลการประชุมสุดยอดทรัมป์-ปูติน สิ่งที่ได้มาและสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น

The Better

อัพเดต 17 ส.ค. 2568 เวลา 03.36 น. • เผยแพร่ 17 ส.ค. 2568 เวลา 03.18 น. • THE BETTER

ต่อไปนี้คือผลลัพธ์จากการประชุมสุดยอดเกี่ยวกับยูเครนระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา และประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย โดยอ้างอิงจากแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ ผลคือ

ไม่มีการหยุดยิง
ผู้นำยูเครนและยุโรปได้เรียกร้องให้ทรัมป์ผลักดันการหยุดยิงทันที แต่การประชุมสุดยอดครั้งนี้ไม่ได้ข้อสรุปเรื่องการหยุดยิง

ทรัมป์กล่าวว่าทุกคนต่างมุ่งมั่นที่จะยุติ "สงครามอันโหดร้าย… โดยการบรรลุข้อตกลงสันติภาพโดยตรง ซึ่งจะยุติสงคราม ไม่ใช่ข้อตกลงหยุดยิงเพียงข้อตกลงเดียว ซึ่งบ่อยครั้งมักจะไม่เป็นผล"

ท่าทีนี้ดูเหมือนจะเป็นชัยชนะของปูติน ซึ่งกองทัพของเขามีความก้าวหน้าในการรุดคืบเข้าไปในยูเครนตะวันออกเมื่อเร็วๆ นี้ และปูตินยังได้เรียกร้องให้มีข้อตกลงสันติภาพเพื่อแก้ไขสิ่งที่เขากล่าวว่าเป็น "ต้นตอ" ของความขัดแย้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโอกาสในการเป็นสมาชิกนาโตของยูเครน ซึ่งรัสเซียถือว่าจะเป็นภัยคุกคามต่อตน

ยูเครนระบุว่า กองกำลังรัสเซียได้ยิงโดรน 85 ลำและขีปนาวุธ 1 ลูกโจมตียูเครนในช่วงคืนวันศุกร์ถึงวันเสาร์ รวมถึงระหว่างการประชุม ขณะที่รัสเซียอ้างว่าได้ยึดหมู่บ้านเพิ่มอีก 2 แห่งในยูเครนทางตะวันออก

ไม่มี "ผลกระทบร้ายแรง"
ก่อนการประชุมสุดยอด ทรัมป์ขู่ว่าจะ "เกิดผลกระทบร้ายแรง" หากปูตินไม่สามารถตกลงหยุดยิงได้

ลินด์ซีย์ เกรแฮม วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกัน กล่าวว่า ทรัมป์อาจกำหนดภาษีสูงถึง 500% กับประเทศใดๆ ที่ให้ความช่วยเหลือรัสเซียในการทำสงคราม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่เรียกว่า "มาตรการคว่ำบาตรรอง"

แต่เมื่อสำนักข่าว Fox News ถามถึงเรื่องนี้หลังการเจรจา ทรัมป์กล่าวว่า "เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ ผมคิดว่าผมไม่จำเป็นต้องคิดถึงเรื่องนั้นอีกต่อไปแล้ว"

ขณะเดียวกัน ผู้นำยุโรปกล่าวว่าจะยังคงกดดันรัสเซียต่อไป รวมถึงการคว่ำบาตรเพิ่มเติม จนกว่าจะ "มีสันติภาพที่ยุติธรรมและยั่งยืน"

ไม่พูดถึงเรื่องการยึดดินแดน
ความกังวลที่ใหญ่ที่สุดของยูเครนก่อนการประชุมสุดยอดที่อะแลสกา คือ สหรัฐฯ จะผลักดันให้ยูเครนยอมสละดินแดนที่รัสเซียยึดครองอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งคิดเป็นประมาณ 20% ของดินแดนทั้งหมด ไม่รวมไครเมีย ซึ่งถูกรัสเซียผนวกเข้าในปี 2014

ปูตินและทรัมป์ไม่ได้กล่าวถึงประเด็นนี้นับตั้งแต่การประชุม แม้ว่าทรัมป์อาจจะนึกถึงประเด็นเรื่องดินแดนอยู่ในใจเมื่อเขากล่าวว่ายังมี "ปัญหาน้อยมาก" ที่ยังต้องจัดการ

การรับประกันความปลอดภัย
คำประกาศฉบับสุดท้ายของทรัมป์-ปูตินไม่ได้กล่าวถึงการรับประกันว่าจะมีข้อตกลงสันติภาพใดๆ ในอนาคต

แต่ทรัมป์บอกกับประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกีของยูเครนและผู้นำยุโรปว่าอาจมีการค้ำประกันแบบนาโต้สำหรับเคียฟ นายกรัฐมนตรีจอร์เจีย เมโลนีของอิตาลีและแหล่งข่าวทางการทูตกล่าว แต่ไม่ได้ระบุว่ายูเครนเป็นสมาชิกนาโต้จริง

ฝรั่งเศส อังกฤษ และประเทศอื่นๆ ระบุว่าพวกเขาสามารถส่งกำลังทหารมาค้ำประกันข้อตกลงสันติภาพในยูเครนได้ แต่ไม่ใช่การส่งทหารไปช่วยรบที่แนวหน้า

การประชุมสามฝ่ายที่อาจเกิดขึ้น
ทรัมป์กล่าวว่าเขาจะพบกับเซเลนสกีที่วอชิงตันในวันจันทร์ และกล่าวว่าการเจรจาสามฝ่ายระหว่างตัวเขา ปูติน และเซเลนสกีอาจมีกำหนดในภายหลัง

ก่อนหน้านี้เขาเคยกล่าวไว้ว่าข้อตกลงยุติสงครามขึ้นอยู่กับเซเลนสกีเพียงฝ่ายเดียว

Agence France-Presse

Photo - ภาพเด่น - ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ทักทายประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซียบนลานจอดเครื่องบิน หลังจากเดินทางมาถึงฐานทัพร่วมเอลเมนดอร์ฟ-ริชาร์ดสัน ในเมืองแองเคอเรจ รัฐอลาสกา เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2568 ตามเวลาสหรัฐฯ ปูตินเดินทางมารัฐอลาสกาตามคำเชิญของทรัมป์ ซึ่งถือเป็นการเยือนประเทศตะวันตกครั้งแรกของเขา นับตั้งแต่ที่เขาสั่งการรุกรานยูเครนในปี 2565 ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปหลายหมื่นคน (Photo by ANDREW CABALLERO-REYNOLDS / AFP)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...