โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สงขลา ปลานิลตายยกกระชัง! เกษตรกรสงขลาสะอื้น สูญนับแสนเพราะวิกฤตน้ำแล้ง

77kaoded

อัพเดต 27 ก.ย 2568 เวลา 07.22 น. • เผยแพร่ 27 ก.ย 2568 เวลา 00.22 น. • 77Kaoded

สงขลา-สะเดา วิกฤตน้ำแล้ง ส่งผลกระทบกลุ่มเกษตรกรกลุ่มเลี้ยงปลาในกระชังบ้านม่วงก็องน้ำตาตก ปลานิลที่เลี้ยงไว้ขาดออกซิเจนตายยกกระชัง หลังจากที่น้ำในลำคลองอู่ตะเภาลดลงอย่างหนัก สูญนับแสนบาทต่อกระชัง

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่บ้านม่วงก็อง หมู่ที่ 7 ต.พังลา อ.สะเดา จ.สงขลา หลังจากทราบว่ากลุ่มเกษตรกรกลุ่มเลี้ยงปลาในกระชังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ปลาตายยกกระชังจากสาเหตุหลักคือน้ำในลำคลองอู่ตะเภาซึ่งเป็นพื้นที่เลี้ยงปลามีปริมาณน้ำลดลงเข้าสู่ภาวะวิกฤต จนบางช่วงแห้งขอด

ชาวบ้านได้พาผู้สื่อข่าวไปดูที่กระชังโดยใช้เรือพาย จากการสังเกตพบว่าน้ำในลำคลองมีปริมาณน้อย บางช่วงตื้นเขินจนคนพายเรือต้องลงมาผลักเรือให้ผ่าน เนื่องจากพื้นเรือติดกับดินโคลน ในส่วนที่เป็นที่ตั้งของกระชังพบว่ามีระดับน้ำค่อนข้างน้อยไม่ถึงครึ่งของความสูงกระชัง บางกระชังน้ำตื้นเขินจนเห็นกระชังวางอยู่บนพื้นดิน

ในส่วนของปลาที่ตายซึ่งบางกระชังตายเกลี้ยง ลอยเป็นแพส่งกลิ่นเน่าฟุ้งไปทั่วบริเวณ พบเป็นปลานิลขนาดประมาณ 1 กิโลกรัม / ตัว ซึ่งเจ้าของกระชังบอกว่าเพียงกระชังเดียวก็เสียหายนับแสนบาท ทั้งนี้ปลานิลขนาดนี้ต้องเลี้ยงอีกประมาณ 5 เดือน จึงจะโตสามารถจับขายได้เพราะจะมีน้ำหนักตัวละประมาณ 1.5 กิโลกรัม ซึ่งเป็นขนาดที่ตลาดต้องการ

ในส่วนที่หลายคนตั้งข้อสงสัยว่าหากปลาตายใหม่ๆน่าจะนำมาขายหรือประกอบอาหารได้ ดีกว่าปล่อยให้เน่า คำตอบคือคนเลี้ยงปลาจะไม่เห็นเพราะหากปลาตายใหม่ๆปลาจะจมน้ำ เมื่อลอยขึ้นสู่ผิวน้ำนั่นแสดงว่าปลาเน่าแล้ว และหากจับปลาเป็นไปขายก็จะเป็นปลาที่ยังไม่ได้ขนาด หรือเล็กเกินไปก็ขายไม่ได้อีก

นายชำนาญ ชุมประยูร ประธานกลุ่มผู้เลี้ยงปลาฯ เปิดเผยว่า ในขณะนี้มีผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำแล้งออกซิเจนในน้ำมีน้อย จนปลาในกระชังของสมาชิกตายประมาณ 3-4 ราย โดยได้รับความเสียหายรายละเป็นแสนบาท ในขณะที่ทางกรมประมงฯ คลองหอยโข่ง ได้ลงพื้นที่ในเบื้องต้น พร้อมนำตัวอย่างน้ำไปตรวจสอบว่ามีอะไรเจือปนในน้ำบ้าง

ในส่วนของความช่วยเหลืออื่นๆยังไม่มี เพียงแต่ตนเองได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ของเขื่อนห้วยคูเพื่อให้ช่วยปล่อยน้ำมาแก้วิกฤตในครั้งนี้ ซึ่งปลาได้เริ่มตายมาวันนี้นับเป็นวันที่ 3 สำหรับระดับน้ำในลำคลองเดือนนี้น้อยกว่าในทุกๆปีที่ผ่านมา ซึ่งเข้าใจว่าเป็นเรื่องของธรรมชาติ

ในการรับมือในอนาคตอยากให้ทางหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องได้ช่วยเหลือ ขุดสันดอนที่ผุดอยู่กลางลำคลองซึ่งมีความยาวประมาณ 500 เมตร เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการเลี้ยงปลา และเป็นการเพิ่มปริมาณในการกักเก็บน้ำให้เพิ่มมากขึ้น

ทางด้านนายปพน รักษ์ศรี หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 1 โครงการชลประทานสงขลาบอกกับผู้สื่อข่าวว่า ทางเขื่อนห้วยคูได้เร่งปล่อยน้ำเพื่อไปบรรเทาความเดือดร้อนให้กับกลุ่มผู้เลี้ยงปลา คาดว่าน้ำที่ปล่อยจะไปถึงจุดหมายภายในคืนนี้ ( 26 ก.ย. ) ซึ่งทางเขื่อนได้ปล่อยน้ำจากเดิม 6 หมื่นลูกบาศก์เมตรต่อวัน เป็น 1 แสน 2 หมื่นลูกบาศก์เมตรต่อวัน ซึ่งได้เริ่มปล่อยน้ำมา 2 วันแล้ว ซึ่งจะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนได้มากแค่ไหน คงต้องติดตามดูอีกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...