โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

โอกาสทองน้ำมะพร้าวไทยในเยอรมนี DITP ชี้ ตลาดน้ำมะพร้าวในเยอรมนี มีศักยภาพสูง แนะใช้จุดขายเรื่องเทรนด์สุขภาพและออร์แกนิก

The Structure

อัพเดต 07 ก.ย 2568 เวลา 01.19 น. • เผยแพร่ 07 ก.ย 2568 เวลา 09.00 น. • The Structure

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ได้เผยแพร่รายงานเรื่อง “น้ำมะพร้าว: เครื่องดื่มดาวรุ่งในเยอรมนี” ชี้ให้เห็นถึงโอกาสของผู้ประกอบการธุรกิจน้ำมะพร้าวไทยในยุโรป โดยมีสาระสำคัญดังนี้

ตลาดน้ำมะพร้าวในยุโรปยังคงร้อนแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเยอรมนีซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเทศบุกเบิกการบริโภคน้ำมะพร้าวในภูมิภาคนี้ ข้อมูลล่าสุดระบุว่า เยอรมนีมีการบริโภคน้ำมะพร้าวรวมกว่า 5 ล้านลิตรในปี 2567 และยังคงมีแนวโน้มเติบโต แม้อัตราการขยายตัวจะชะลอลงจากช่วง 5 ปีก่อนหน้า

[การเติบโตและโครงสร้างตลาด]

รายงานระบุว่า ตลาดน้ำมะพร้าวในยุโรปเติบโตเฉลี่ย 15–20% ต่อปี ในช่วงครึ่งทศวรรษที่ผ่านมา และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องในอัตราราว 10% ต่อปี ในอีก 5 ปีข้างหน้า เยอรมนีเป็นตลาดหลัก โดยมีการนำเข้าจากศรีลังกามากที่สุดถึง 70% (ส่วนใหญ่เป็นออร์แกนิก) ตามด้วยไทย 20% และฟิลิปปินส์ 3%

น่าสังเกตว่า เยอรมนีมีการนำเข้าน้ำมะพร้าวทั้งทางตรงและผ่านเนเธอร์แลนด์ โดยปี 2567 มีการนำเข้าตรง 3 ล้านลิตร และอีก 2 ล้านลิตรผ่านระบบกระจายสินค้าของเนเธอร์แลนด์

[ปัจจัยขับเคลื่อนความนิยม]

– กระแสสุขภาพและฟิตเนส – น้ำมะพร้าวถูกมองว่าเป็น “เครื่องดื่มไอโซโทนิกธรรมชาติ” ให้พลังงานต่ำเพียง 18 กิโลแคลอรีต่อ 100 มิลลิลิตร และอุดมด้วยโพแทสเซียม เหมาะสำหรับการฟื้นฟูร่างกายหลังออกกำลังกาย

– การลดน้ำตาลในเครื่องดื่ม – ผู้ผลิตน้ำผลไม้รายใหญ่ เช่น Eckes Granini ใช้น้ำมะพร้าวผสมเพื่อลดน้ำตาลจากผลไม้ลง 30% และยกระดับคะแนนโภชนาการ (Nutri-Score)

– เทรนด์ Plant-based – น้ำมะพร้าวถูกนำไปใช้ในเครื่องดื่มทดแทนนม เช่น นมธัญพืช เพื่อเพิ่มรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการโดยไม่ต้องเติมน้ำตาล

[การแข่งขันและโอกาส]

ตลาดเยอรมนีไม่มีผู้เล่นรายใหญ่ครองตลาด ทำให้เปิดโอกาสแก่ผู้ประกอบการรายใหม่ โดยเฉพาะสินค้าที่มีความแตกต่าง เช่น น้ำมะพร้าวออร์แกนิก หรือสินค้าที่มีเรื่องราวและจุดขายเฉพาะตัว อย่างไรก็ตาม การแข่งขันด้านราคายังคงสูง ผู้ประกอบการต้องรักษาสมดุลระหว่างคุณภาพและราคาที่ผู้บริโภคยอมรับได้

เยอรมนียังเป็นตลาดสินค้าออร์แกนิกที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ความต้องการน้ำมะพร้าวออร์แกนิกจึงสูงเป็นพิเศษ การมีใบรับรองมาตรฐานออร์แกนิกยุโรป (EU Organic) จึงเป็นข้อได้เปรียบสำคัญ

[ข้อเสนอแนะสำหรับผู้ผลิตไทย]

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ผู้ผลิตไทยควรใช้จุดแข็งด้านรสชาติและกลิ่นหอมของมะพร้าวน้ำหอมไทย พร้อมพัฒนาเรื่องราวแบรนด์และบรรจุภัณฑ์ที่โดดเด่น เพื่อสร้างความแตกต่างในตลาด ควรทำการตลาดทั้งในเชิง B2C (ขายตรงสู่ผู้บริโภค) และ B2B (เป็นวัตถุดิบให้ผู้ผลิตเครื่องดื่มสุขภาพ)

นอกจากนี้ การสื่อสารคุณค่าด้านสุขภาพ เช่น แคลอรี่ต่ำ น้ำตาลต่ำ และเป็นเครื่องดื่มธรรมชาติ จะช่วยตอบโจทย์กระแสรักสุขภาพที่กำลังมาแรงในยุโรป

สรุป ตลาดน้ำมะพร้าวในเยอรมนียังคงมีศักยภาพสูง แม้การแข่งขันจะรุนแรง แต่ผู้ผลิตที่สามารถนำเสนอสินค้าที่มีคุณภาพ รสชาติเป็นเอกลักษณ์ และสอดคล้องกับเทรนด์สุขภาพและออร์แกนิก จะมีโอกาสสร้างส่วนแบ่งตลาดได้อย่างมั่นคง

#TheStructure

#TheStructureNews

#เยอรมนี #น้ำมะพร้าว #DITP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...