เปิดหลักฐาน! “กํานันลี-ผู้ว่าฯบันเตียเมียนเจย” เรียกประชุมพระกัมพูชา เตรียมก่อม็อบสู้กองกําลังไทย
ข่าวเวิร์คพอยท์ 23
อัพเดต 22 ก.ย 2568 เวลา 07.27 น. • เผยแพร่ 22 ก.ย 2568 เวลา 07.27 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์(22 ก.ย.68) นางดารา เรียน หญิงสาวชาวกัมพูชาสัญชาติไทย ที่มามีครอบครัวในประเทศไทย เปิดเผยเรื่องนี้กับทีมข่าว ว่าขณะนี้ทั้งตัวกํานันลี และนายอุม เรียไตร ผู้ว่าฯ บันเตียเมียนเจย กำลังเกณฑ์ชาวบ้านกัมพูชา ส่วนใหญ่เป็น กลุ่มเปราะบางที่ไม่มีงานทํา หลังกลับเข้าไปที่กัมพูชา เดิมกลุ่มนี้ตนจําหน้าคาดตาได้หมด
ส่วนใหญ่เข้ามารับจ้างตัดอ้อย ตัดไม้ยูคาลิปตัส แต่ตอนนี้ไม่มีงาน ได้รับค่าจ้างจากกำนันลี และผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นเงินไทยประมาณสองร้อยบาท และมีการนำของมาแจกจ่าย ก็ทําให้ ชาวบ้านมารวมตัวกันเพราะได้สิ่งนี้ ซึ่งจะสังเกตได้ว่าแทบไม่มีชาวกัมพูชาที่มีฐานะมาร่วมประท้วงกับกลุ่มนี้เลย
นอกจากนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตีย เมียนเจย ยังได้มีการประชุมพูดคุยกับพระภิกษุสงฆ์กัมพูชาในการวางแผนที่จะไปร่วมชุมนุม ในพื้นที่บ้านหนองจาน หนองหญ้าแก้วอีกด้วย ซึ่งจํานวนพระสงฆ์ในพื้นที่บันเตเมียเจยนั้นมีจํานวนมาก คาดว่ามีการมารวมตัวกันของพระสงฆ์มากกว่ายี่สิบคน
ส่วนปมเหตุที่กํานันลี และ ผู้ว่าราชการจังหวัดบัลเตียเมียนเจย ต้องออกมา ปลุกระดมชาวบ้าน เหตุผลสําคัญก็คือพื้นที่บริเวณบ้านหนองจานและหนองหญ้าแก้วจุดที่มีปัญหากันนั้น ได้มีการนําไปแบ่งขาย ให้กับนายหน้าและชาวบ้านบางส่วนแล้ว
ทั้งที่เป็นอธิปไตยของไทย แต่ได้ใช้ความเป็นทหารที่อยู่มานาน สร้างความน่าเชื่อถือ และพื้นที่บริเวณดังกล่าวมีแผนที่จะพัฒนาเป็นเมืองใหม่ ต่อยอดจากปอยเปต กํานัลลี และผู้ว่าราชการจังหวัด จึงยอมไม่ได้
ส่วนตัวแล้วอยากฝากเตือนประชาชนที่ออกมาร่วมชุมนุมในครั้งนี้ว่า สุดท้ายแล้วหากมีการเปิดด่านไทยกับกัมพูชาดีกัน สุดท้ายก็ต้องกลับมาทํางานรับจ้างที่ประเทศไทย อย่าลืมว่าทุกคนเขาจําหน้า พวกคุณได้หมดแล้ว ถ้ายังไม่หยุด เชื่อว่าอาจจะเข้ามาทำงานในไทยต่อไม่ได้ และถ้าเกิดเข้ามาก็มีโอกาสที่จะไม่มีใครจ้างงานเพราะเหตุการณ์การชุมนุมและการปะทะกันที่เกิดขึ้น เพียงเพราะเชื่อคนขี้โกงอย่างกำนันลี และค่าจ้างเพียงสองร้อยบาท
นางดารายังบอกอีกว่า เชื่อว่าสถานการณ์ต่อไป กองกําลังบูรพา จะสามารถยึดคืนพื้นที่อธิปไตยไทยได้ทั้งหมด อย่างแน่นอน เพราะในฝั่งกัมพูชา คนที่มาร่วมด้วยกับกำนันลี และผู้ว่าราชการจังหวัด มีประมาณห้าร้อยคน ซึ่งเทียบกับคนไทยไม่ได้เลย ที่สำคัญหลักฐานต่างๆค่อนข้างชัดเจนว่าเป็นพื้นที่อธิปไตยไทย ไม่มีทางที่กัมพูชาจะชนะในศึกนี้