โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘ครปอ.’ เตือนรัฐบาลอย่าหาทำ เปิดขายเหล้าถึงตี 4 ทั่วไทย

เดลินิวส์

อัพเดต 23 ต.ค. 2568 เวลา 14.43 น. • เผยแพร่ 23 ต.ค. 2568 เวลา 06.26 น. • เดลินิวส์
‘ครปอ.’ เตือนรัฐบาลอย่าหาทำ เปิดขายเหล้าถึงตี 4 ทั่วไทย แนะดูผลประเมิน 5 พื้นที่นำร่องขายยันหว่างคุ้มค่าหรือไม่ วอนอย่าหูเบาฟังแต่เสียงนายทุนน้ำเมา แนะแก้ พ.ร.บ.สถานบริการ จัดระเบียบใหม่ ให้คนหากินสุจริตมีที่ยืน

เมื่อวันที่ 23 ต.ค. นายชูวิทย์ จันทรส ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ (ครปอ.) กล่าวถึงกรณีมีรายงานข่าวว่ารัฐบาลเตรียมขยายเวลาเปิดปิดผับได้ถึงตี 4 ทุกพื้นที่ และผ่อนคลายข้อห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วงเวลา 14.00-17.00 น. ในเดือน ม.ค. 2569 หวังรายได้จากภาษี 5 แสนล้านบาท ว่า จากข่าวนี้จำเป็นต้องตรวจสอบที่มาที่ไป เพราะก่อนหน้านี้หลายครั้ง เคยมีความพยายามให้ข่าวจากฝั่งธุรกิจน้ำเมาว่า สามารถขายเหล้าได้ 24 ชั่วโมง จนมีสื่อบางรายและสื่อสังคมออนไลน์พากันเผยแพร่ ทั้งที่ไม่เป็นความจริง แต่กลายเป็นข่าวที่สร้างความสับสนให้ผู้คนในสังคม ส่วนข่าวนี้ก็เช่นเดียวกันต้องตรวจสอบกับรัฐบาลว่ามีนโยบายที่จะสร้างคนเมาเกลื่อนถนนแบบนี้หรือไม่ หรือเป็นเพียงข่าวปล่อยของฝั่งธุรกิจที่หวังผลประโยชน์ตัวเอง ที่ผ่านมาก็อ้างเป็นแผ่นเสียงตกร่องถึงตัวเลขรายได้ที่จะเพิ่ม 5 แสนล้านมาโดยตลอด

“ผมเข้าใจว่านายอนุทิน ซึ่งเคยเป็นรมว.สาธารณสุขมาก่อน เข้าใจในมิติสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชนพอสมควร ประกอบกับนายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งดูแลงานด้านสุขภาพ ก็ได้ให้นโยบายที่ชัดเจนว่า พร้อมที่จะแก้ไขหากกฎหมายใดที่เป็นอุปสรรคกับสุขภาพอันดีของประชาชน โดยเฉพาะปัญหายาเสพติด อุบัติเหตุ ซึ่งจากข่าวที่อ้างว่ารัฐบาลนี้เตรียมจะยกเลิกเวลาห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วงบ่าย ให้ขายได้ถึงตี 4 และยกเลิกโซนนิ่งนั้น เป็นสิ่งที่สวนทางกันอย่างสิ้นเชิงกับนโยบายสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน” นายชูวิทย์ กล่าว

นายชูวิทย์ กล่าวว่า เวลานี้สิ่งที่รัฐบาลควรทำคือการทบทวนประเมินผลว่า ใน 5 พื้นที่นำร่องที่ให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานบริการจนถึงตี 4 คือ กรุงเทพมหานคร, จ.ภูเก็ต, จ.ชลบุรี, จ.เชียงใหม่ และ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ประสบความสำเร็จอย่างที่อ้างกันหรือไม่ ทั้งมิติการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ ความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับความปลอดภัย อุบัติเหตุ ความรุนแรงและความสูญเสีย จึงอยากให้รัฐบาลเลิกหูเบาฟังแต่เสียงผู้ประกอบการ ธุรกิจน้ำเมาขาประจำ ควรชั่งน้ำหนักให้รอบด้าน

ส่วนการยกเลิกเวลาห้ามขายช่วงบ่ายนั้นก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรทำหรือจำเป็นเร่งด่วนในเวลานี้ เพราะยิ่งปล่อยให้กินดื่มมากก็ยิ่งผลิตคนเมาบนท้องถนนมาก ช่วงเวลาดังกล่าวควรเป็นช่วงเวลาความปลอดภัยของผู้คน ทั้งคนทำงาน เด็กนักเรียน ปัจจุบันมูลค่าความสูญเสียโดยรวมจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็สูงกว่าภาษีที่เราจัดเก็บได้อยู่แล้ว เป็นภาระในทางสาธารณสุขมหาศาล อุบัติเหตุก็ไม่ได้ลดลงอย่างที่ควรจะเป็น

ส่วนตัวเลขรายได้ภาษีที่อ้างว่าจะเพิ่มขึ้นกว่า 5 แสนล้านนั้นก็เป็นตัวเลขที่เลื่อนลอยเอามากๆ ไม่มีที่มาที่ไป เพราะปัจจุบันค่าการตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อปีก็อยู่ที่ประมาณ 5 แสนล้านอยู่แล้ว ตัวเลขที่อ้างว่าจะได้เพิ่มจากข้อเสนอนี้ จึงเป็นตัวเลขที่ปั้นแต่งและเพ้อฝัน อย่างไรก็ตามวันที่ 24 ต.ค.เวลา 10.00 น. เครือข่าย ชุมชน และเหยื่อเมาแล้วขับ กว่า 100 คน จะไปยื่นคัดค้านต่อนายอนุทิน ที่ประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล

ด้านนายธีระ วัชรปราณี ผอ.เครือข่ายองค์กรงดเหล้า กล่าวว่า ต้องยอมรับความจริงว่า พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.2509 และการกำหนดโซนนิ่งในปัจจุบันนั้นล้าหลังไปแล้ว ตนเห็นด้วยว่าควรมีการแก้ไข ทั้งนี้เพื่อจัดระเบียบใหม่กับสถานบริการที่มีเกือบ 1,800 ราย และจัดการสถานประกอบการที่คล้ายสถานบริการที่คาดว่ามีมากกว่า 200,000 ราย ให้เข้าระบบ และควรขยายความรับผิดชอบต่อสังคมของผู้ประกอบการให้มากขึ้น ปิดช่องการรับส่วย ฝ่าฝืนมีโทษหนัก ดังนั้นควรแก้ไขระดับ พ.ร.บ. ให้ทันสมัยดีกว่า จัดระเบียบใหม่ให้คุ้มครองสุจริตชนและเพิ่มรายได้เข้ารัฐ

นายธีระ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับใหม่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 8 พ.ย.นี้ รัฐบาล กระทรวงสาธารณสุข ต้องเร่งออกกฎหมายลูกให้ทันเพราะภายใต้กฎหมายฉบับนี้มีความเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมพอสมควร และต้องมีการออกหลักเกณฑ์ วิธีการ ข้อกำหนดต่างๆ ออกมาให้ชัดเจน และเร่งประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจของผู้ประกอบการ เพราะมีบางมาตรการที่ผ่อนปรนก็จริง แต่ก็มีหลายมาตราที่เพิ่มโทษหนักขึ้น เช่น ห้ามขายให้คนเมา ขายให้เด็ก เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี และเพิ่มความรับผิดทางแพ่งของผู้ขายด้วยหากการขายนั้นเชื่อมโยงกับอุบัติเหตุหรือความเสียหายที่เป็นเหตุเกี่ยวเนื่องโดยตรง เป็นต้น.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...