โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คปภ.ออกแนวทางพิจารณาสินไหมทดแทนเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา

การเงินธนาคาร

อัพเดต 06 ส.ค. 2568 เวลา 20.40 น. • เผยแพร่ 06 ส.ค. 2568 เวลา 13.40 น.

คปภ. ออกแนวทางพิจารณาค่าสินไหมทดแทน เหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา เบื้องต้นเหตุการณ์ยังไม่เข้าข่ายสงคราม

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเสียหายทั้งชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินนั้น สำนักงาน คปภ. จึงได้ออกแนวทางเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยเร่งให้บริษัทประกันภัยสำรวจความเสียหายและพิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทนโดยเร็ว

โดยสำนักงาน คปภ. ชี้แจงว่า ในเบื้องต้นเหตุการณ์ดังกล่าวยังไม่เข้าข่าย "สงคราม (war)" ตามข้อยกเว้นของกรมธรรม์ประกันภัย ดังนั้นบริษัทประกันภัยจึงมีหน้าที่ต้องพิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัย ซึ่งหากมีข้อยกเว้นอื่นเพิ่มเติม กรณีที่บริษัทประกันภัยเห็นว่าเข้าข้อยกเว้นอื่นที่ไม่คุ้มครองตามกรมธรรม์ฯ จะต้องพิจารณาเป็นรายกรณีไป โดยทาง คปภ. พร้อมเป็นตัวกลางในการเจรจาเพื่อให้บริษัทฯ พิจารณาจ่าย "ค่าสินไหมทดแทนกรุณา" เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนตามความเหมาะสม

ขณะเดียวกัน สำนักงาน คปภ. จะร่วมหารือกับสมาคมประกันชีวิตไทยและสมาคมประกันวินาศภัยไทย รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อติดตามสถานการณ์และกำหนดมาตรการช่วยเหลือด้านการประกันภัยให้ทันท่วงที พร้อมยืนยันว่าระบบประกันภัยจะเป็นกลไกสำคัญในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยคปภ.จะประสานให้บริษัทประกันภัยเร่งดำเนินการพิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทนอย่างรวดเร็ว รอบคอบ และเป็นธรรม เพื่อให้ผู้เอาประกันภัยได้รับสิทธิประโยชน์อย่างเต็มที่

“โดยประชาชนสามารถมั่นใจได้ว่า สำนักงาน คปภ. จะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลด้วยความเป็นกลางและเคร่งครัด เพื่อปกป้องผลประโยชน์สูงสุดของผู้เอาประกันภัยเป็นสำคัญ”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ แวดวงประกันภัย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...