โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

รู้จัก แมงกะพรุนพิษ 9 ชนิด ในทะเลไทย สถิติบาดเจ็บรุนแรงและเสียชีวิต

Amarin TV

เผยแพร่ 14 ส.ค. 2568 เวลา 08.13 น.
ในช่วงฤดูฝนเป็นช่วงที่น้ำทะเลมีการเปลี่ยนแปลง จึงมีโอกาสพบสัตว์ทะเลมีพิษได้มากขึ้นด้วย โดยเฉพาะ

ในช่วงฤดูฝนเป็นช่วงที่น้ำทะเลมีการเปลี่ยนแปลง จึงมีโอกาสพบสัตว์ทะเลมีพิษได้มากขึ้นด้วย โดยเฉพาะ "แมงกะพรุนพิษ" ที่แพร่กระจายในน่านน้ำไทยทั้งฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน

การไปเที่ยวทะเลช่วงหน้าฝนสามารถสนุกได้ แต่ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและคนรอบข้าง จากการสำรวจและรวบรวมข้อมูลของ สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ด้วยการวางอวนลอยกุ้งสามชั้น ลากอวนลอยผิวน้ำ ลากอวนทับตลิ่ง และเดินสำรวจบริเวณชายหาด ตามแต่ลักษณะของพื้นที่ ปีละ 2 – 10 ครั้ง

รวมถึงจากการรับแจ้งเหตุและรับตัวอย่างแมงกะพรุนจากเครือข่ายชาวประมงและผู้ประกอบการในพื้นที่ ระหว่างปีงบประมาณ 2553 – 2566 พบแมงกะพรุนพิษจำนวน 9 ชนิด แพร่กระจายในน่านน้ำไทยทั้งฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน โดยพื้นที่อ่าวไทยตอนใน พบแมงกะพรุนจำนวนน้อยชนิดกว่า เมื่อเทียบกับพื้นที่ชายฝั่งที่ติดต่อกับทะเลเปิด เช่น อ่าวไทยฝั่งตะวันออก อ่าวไทยตอนกลาง อ่าวไทยตอนล่าง หรือทะเลอันดามัน

ซึ่ง"แมงกะพรุนพิษ"9 ชนิด จำแนกตาม "ลักษณะความเป็นพิษ"ได้ 5 กลุ่ม ดังนี้

1. แมงกะพรุนกล่อง วงศ์ Chirodropidae จำนวน 3 ชนิด

มีพิษรุนแรงต่อระบบประสาท กล้ามเนื้อหัวใจ และการไหลเวียนของเลือดในปอด สามารถทำให้เสียชีวิตได้ พบแพร่กระจายในพื้นที่อ่าวไทยฝั่งตะวันออก อ่าวไทยตอนกลาง-ตอนล่าง และทะเลอันดามัน โดยในช่วงลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ พบมากบริเวณพื้นที่จังหวัดตราด ส่วนในช่วงลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ พบมากบริเวณพื้นที่เกาะสมุย และเกาะพงัน

2. แมงกะพรุนกล่อง : วงศ์ Carukiidae จำนวน 2 ชนิด

มีพิษทำให้บริเวณที่สัมผัสมีอาการปวดอย่างรุนแรง และอาจทำให้จมน้ำได้ พบแพร่กระจายในเกือบทุกพื้นที่จังหวัดชายฝั่งทะเล และพบได้ตลอดทั้งปีในพื้นที่อ่าวไทยตอนกลาง-ตอนล่าง และทะเลอันดามัน

3. แมงกะพรุนกล่อง : วงศ์ Chiropsalmidae จำนวน 1 ชนิด

มีพิษทำให้บริเวณที่สัมผัสมีอาการ ปวดแสบปวดร้อนและเป็นผื่นแดง พบแพร่กระจายเกือบตลอดทั้งปี ในพื้นที่อ่าวไทยตอนกลาง-ตอนล่าง และทะเลอันดามัน

4. แมงกะพรุนหัวขวด : วงศ์ Physaliidae จำนวน 1 ชนิด

มีพิษทำให้บริเวณที่สัมผัสมีอาการ ปวดแสบปวดร้อน แน่นหน้าอก หายใจลำบาก พบแพร่กระจายฝั่งอ่าวไทยช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน และฝั่งทะเลอันดามันช่วงเดือนมิถุนายนถึงพฤศจิกายน

5. แมงกะพรุนไฟ : วงศ์ Pelagiidae จำนวน 2 ชนิด

มีพิษทำให้บริเวณที่สัมผัสมีอาการ ปวดแสบปวดร้อน พบแพร่กระจายตลอดทั้งปี ทั้งฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน

ภาพ : https://km.dmcr.go.th

แมงกะพรุนกล่อง (Box Jellyfish)

การสังเกตลักษณะทั่วไป : ลำตัวใส รูปร่างเป็นกล่องสี่เหลี่ยม มีหนวดยื่นจากแต่ละมุมของร่ม หนวดอาจมีการแตกแขนง พบได้ทั้งทางฝั่งทะเลอันดามันและฝั่งอ่าวไทย

อาการเมื่อได้รับพิษ : ความรุนแรงขึ้นอยู่กับชนิดของแมงกะพรุนกล่องและปริมาณพิษที่ได้รับ อาการเมื่อได้รับพิษ มีดังนี้ รอยแผลเป็นเส้นๆ ไขว้กันไปมาเป็นรอยไหม้อาจมีรอยนูนขีดขวาง มักปวดมากบริเวณที่สัมผัสอาจหมดสติ ตัวเขียว และหัวใจหยุดเต้น

หรือรอยแผลเป็นเส้น นูนแดง หรืออาจมีอาการต่อไปนี้ ภายใน 5–40 นาที ได้แก่ ปวดบริเวณแผล เจ็บหน้าอกปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ คลื่นไส้ อาเจียน แน่นหน้าอก เหงื่อแตก

วิธีปฐมพยาบาล : ก่อนผู้ช่วยเหลือต้องแน่ใจว่าตัวเองปลอดภัยจากแมงกะพรุน

1. นำผู้บาดเจ็บขึ้นจากน้ำหรือไปยังบริเวณที่ปลอดภัย แล้วเรียกให้คนช่วยหรือเรียกรถพยาบาลและควรอยู่กับผู้บาดเจ็บเพราะอาจหมดสติได้ในไม่กี่นาที

2. ให้ผู้บาดเจ็บอยู่นิ่งๆ เพื่อลดการยิงพิษจากแมงกะพรุน

3. ห้ามขัดถูบริเวณที่ถูกแมงกะพรุน

4. ราดบริเวณที่ถูแมงกะพรุนด้วยน้ำส้มสายชูทันทีให้ทั่วถึงอย่างต่อเนื่อง นานอย่างน้อย 30 วินาที (ห้ามราดด้วยน้ำจืด)

5. สังเกตอาการอย่างน้อย 45 นาที ว่ามีอาการต่อไปนี้อย่างน้อย 1 ข้อหรือไม่ ถ้ามีรีบนำส่งโรงพยาบาล

  • ปวดมากบริเวณบาดแผลหลังลำตัวหรือศีรษะ
  • กระสับกระส่ายหรือสับสน
  • เหงื่อออกมากขนลุกคลื่นไส้หรืออำเจียน
  • ใจสั่นเจ็บหน้าอกหรือแน่นหน้าอก
  • หายใจลำบากหายใจเร็วหรือหอบเหนื่อย
  • หน้าซีดหรือปลายมือปลายเท้าเขียว

ในกรณีถ้าผู้บาดเจ็บหมดสติ ไม่หายใจ หรือไม่มีชีพจร การช่วยฟื้นคืนชีพเบื้องต้น ดังนี้

  • ทำการปั๊มหัวใจโดยกดหน้าอกบริเวณเหนือลิ้นปี่เล็กน้อย
  • เปิดทางเดินหายใจโดยการเชยคางขึ้น
  • ในระหว่างนั้นราดบริเวณที่ถูแมงกะพรุนด้วยน้ำส้มสายชูทันทีให้ทั่วถึงอย่างต่อเนื่อง นานอย่างน้อย 30 วินาที (ห้ามราดด้วยน้ำจืด)
  • ช่วยฟื้นคืนชีพต่อ จนกว่ารถพยาบาลจะมาถึงหรืออาการดีขึ้น

แมงกะพรุนหัวขวด

การสังเกตลักษณะทั่วไป : มีรูปร่างสีฟ้า หรือ สีม่วง มีหนวดยาว ส่วนบนที่อยู่เหนือน้ำจะโป่งพองคล้ายหมวกของทหารเรือชาวโปรตุเกส

ในยุคศตวรรษที่ 18 เรือรบของโปรตุเกสในยุคล่าอาณานิคมถูกกระแสน้ำพัดมาเกยตื้นทางฝั่งทะเลอันดามัน ช่วงลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม และฝั่งทะเลอ่าวไทยช่วงลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน

อาการเมื่อได้รับพิษ : อาจพบแผลเป็นรอยนูนแดง ลักษณะที่เด่นถ้าพบคือ แผลจะเรียงตัวเหมือนเมล็ดถั่ว เป็นรอยนูนรูปไข่แยกเรียงกัน และมีรอยแดงล้อมรอบ ในรายที่รุนแรงพบเกิดตุ่มนูนแดงขึ้นได้แต่โดยทั่วไปจะค่อยๆ บรรเทาลงภายใน 24 ชั่วโมง

มีอาการเจ็บปวดอย่างทันทีพร้อมกับการเกิดรอยแดง จากนั้นไม่นานจะเกิดตุ่มนูนแดงกระจัดกระจายความเจ็บปวดจะทวีความรุนแรงขึ้นมาก ซึ่งจะดูอาการมากกว่ารอยแผลที่ปรากฏอาการปวดบริเวณที่โดนจะลดลงภายใน 2 ชั่วโมง

อาจพบว่ามีอาการ ปวดลามไปยัง แขน ขา หรือ ลำตัว ที่โดนพิษ การขยับแขนขาหรือลำตัวที่โดนพิษอาจเพิ่มความเจ็บปวดได้

ในรายที่รุนแรงอาจพบมี ปวดศัรษะ คลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง ใจเต้นผิดปกติ หรือหมดสติ ในรายที่เสียชีวิตพบมีหายใจลำบากและหัวใจล้มเหลว

วิธีปฐมพยาบาล :

  • ใช้น้ำส้มสายชู ราดลงไปบนบริเวณที่สัมผัสต่อเนื่องอย่างน้อย 30 วินาที (ห้ามราดด้วยน้ำจืด)
  • ล้างเมือกด้วยน้ำทะเล (หลีกเลี่ยงการขัดถูหรือขยี้หนวด)
  • หากมีอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ใจเต้นผิดปกติหายใจลำบาก หรือหมดสติควรรีบส่งโรงพยาบาล

แมงกะพรุนไฟ หรือตำแยทะเล (Sea nettles)

การสังเกตลักษณะทั่วไป : รูปร่างคล้ายร่ม ลำตัวประกอบด้วยวุ้นเป็นส่วนใหญ่ ล่องลอยไปตามกระแสน้ำและแรงคลื่นลม หนวดบริเวณขอบร่มมีเข็มพิษ

อาการเมื่อได้รับพิษ : บริเวณที่สัมผัสเป็นผื่นหรือปื้นแดง ปวดแสบปวดร้อน

วิธีปฐมพยาบาล :

  • ใช้น้ำส้มสายชู ราดลงไปบนบริเวณที่สัมผัสต่อเนื่องอย่างน้อย 30 วินาที (ห้ามราดด้วยน้ำจืด)
  • ล้างเมือกด้วยน้ำทะเล (หลีกเลี่ยงการขัดถูหรือขยี้หนวด)
  • หากอาการไม่ดีขึ้นควรรีบส่งโรงพยาบาล

สถิติการบาดเจ็บรุนแรงและเสียชีวิตจากแมงกะพรุน

สถิติการบาดเจ็บรุนแรงและเสียชีวิตจากแมงกะพรุนกล่องของกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระหว่างปีงบประมาณ 2542 – 2565พบผู้ป่วยเสียชีวิตจำนวน 10 รายบาดเจ็บรุนแรงจำนวน 36 ราย ในพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดตราด จังหวัดระยอง จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดชุมพร จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดภูเก็ต จังหวัดกระบี่ และจังหวัดสตูล

ในปีงบประมาณ 2566 พบรายงานผู้บาดเจ็บรุนแรงถึงขั้น หมดสติจากการสัมผัสแมงกะพรุนกล่อง จำนวน 2 ราย ช่วงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2565 ในพื้นที่เกาะสมุย-เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี และพบผู้บาดเจ็บจากแมงกะพรุนไฟจำนวนมาก ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ช่วงเดือนมกราคมและพฤษภาคม พ.ศ. 2566

ภาพ : istockphoto

ข้อมูลอ้างอิงจาก :
คลังความรู้ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...