“ไตรภูมิพระร่วง” วรรณกรรมพุทธศาสนาของพระยาลิไท นิพนธ์ขึ้นปีใดกันแน่?
“ไตรภูมิพระร่วง” วรรณกรรมพุทธศาสนาของพระยาลิไท นิพนธ์ขึ้นปีใดกันแน่ ?
“พระยาลิไท”หรือพระมหาธรรมราชาที่ 1 กษัตริย์ราชวงศ์พระร่วง (ศรีอินทราทิตย์) ลำดับที่ 5 แห่งกรุงสุโขทัย ทรงเป็นนักปราชญ์ นักปกครอง และยังทรงแตกฉานในพระพุทธศาสนา
สิ่งสำคัญที่ทำให้พระยาลิไทมีชื่อเสียงโด่งดังข้ามกาลเวลา เห็นจะเป็นการที่ทรงนิพนธ์“ไตรภูมิกถา” หรือไตรภูมิพระร่วง วรรณกรรมพุทธศาสนาเล่มแรกในภาษาไทย กลายมาเป็นตำราทางพุทธศาสนาที่ทรงอิทธิพลอย่างยิ่งต่อสังคมไทยควบคู่กับคัมภีร์ไตรภูมิฉบับอื่น ๆ
พระยาลิไททรงนิพนธ์ไตรภูมิกถาขึ้นเมื่อไร พ.ศ. อะไร ? ไม่มีตัวเลขระบุชัด แต่สามารถคำนวณได้ด้วยการวินิจฉัยหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เริ่มจากจารึกสุโขทัยหลักที่ 4 (จารึกวัดป่ามะม่วง) ด้านที่ 1 บรรทัดที่ 1-9 จะมีข้อความว่า
“มหาศักราช ๑๒๖๙ ศกกุน พระบาทกมรเดงอัญฦๅไทยราช เป็นพระราชนัดดาของพระบาทกมรเดงอัญศรีรามราช เสด็จนำพลพยุหเสนาทั้งหลายออกจากเมืองศรีสัชนาไลยมารีบตบแต่งพลโยธา… นอกพระวิไสย ณ วันศุกร์ ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๗ เมื่อเสด็จถึงมีพระบัณฑูรให้พลเสนาทั้งหลายล้อมประตู (เอา) ขวานประหารศัตรูทั้งหลาย บัดนั้นจึงเสด็จพระราชดำเนินเข้าเสวยราชย์ไอศวรรยาธิปัตยในเมืองสุโขทัยแทนพระบิดา”
แปลว่าพระองค์เสวยราชสมบัติกรุงสุโขทัยแทนพระราชบิดาเมื่อปีกุน มหาศักราช 1296 หรือก็คือ พ.ศ. 1890
จารึกหลักเดียวกันนี้ ด้านที่ 2 บรรทัดที่ 10-11 ยังมีข้อความว่า “เสวยราชสมบัติในเมืองศรีสัชนาไลยสุโขทัยได้ ๒๒ ปี ลุมหาศักราช ๑๒๘๓ ศก ฉลู…”กล่าวคือ นับแต่พระยาลิไทครองเมืองศรีสัชนาไลยถึงมหาศักราช 1283 หรือ พ.ศ. 1904 เป็นเวลา 22 ปี
ตรงนี้ควรจะหมายถึงการเป็น “มหาอุปราช” ไม่ใช่การเสวยราชย์เป็น “กษัตริย์” แทนพระราชบิดา นั่นเพราะ 1904 ลบ 1890 เท่ากับ 14 ไม่ใช่ 22 ตามที่จารึกบอก ความหมายก็คือ พระองค์ได้เป็นอุปราชเมื่อมหาศักราช 1261 หรือ พ.ศ. 1882 นั่นเอง
เมื่อเอามาเทียบกับข้อมูลในไตรภูมิกถา ซึ่งระบุปีที่แต่งเอาไว้ในบานแพนกและท้ายเรื่องว่า “แลเจ้าพระญาเลไทย ได้เสวยราชสมบัติในเมืองสัชนาลัยอยู่ได้ 6 เข้า จึงได้สร้างไตรภูมิกถานี้ เมื่อได้กินเมืองศรีสัชนาลัยอยู่ได้ ๖ เข้าจิงใส่”
เท่ากับว่า หลังพระยาลิไทครองเมืองศรีสัชนาลัยได้ 6 ปี จึงแต่งไตรภูมิกถา นั่นคือปีระกา มหาศักราช 1267 หรือ พ.ศ. 1888 อันเป็นระยะเวลาที่พระองค์ดำรงพระเกียรติยศเป็นมหาอุปราชอยู่
พระยาลิไทนับเป็นบูรพกษัตริย์อีกพระองค์หนึ่งที่มีพระปรีชาสามารถ บำเพ็ญพระราชจริยวัตรอันก่อประโยชน์แก่ทั้งฝ่ายอาณาจักรและพุทธจักร ดังที่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงกล่าวสรุปถึงพระองค์ไว้ว่า
“ควรเข้าใจได้ว่าพระเจ้าขุนรามคำแหงทรงบำเพ็ญจักรวรรดิวัตรแผ่พระราชอาณาจักร และพระราชอำนาจด้วยการรบพุ่งปราบปรามราชศัตรูฉันใด พระมหาธรรมราชาลิไทยก็ทรงบำเพ็ญในทางที่จะเป็นธรรมราชา คือปกครองพระราชอาณาจักรหมายด้วยธรรมานุภาพเป็นสำคัญฉันนั้น”
นี่คงเป็นเหตุผลที่ทำให้คัมภีร์ไตรภูมิฉบับพระยาลิไท แผ่ธรรมานุภาพครอบงำโลกทัศน์พุทธแบบไทย ๆ ตั้งแต่อดีตจวบถึงปัจจุบัน
อ่านเพิ่มเติม :
- “ไตรภูมิพระร่วง” วรรณกรรมของพระยาลิไท กษัตริย์องค์ที่ 5 แห่งสุโขทัย
- 9 กษัตริย์สุโขทัยแห่งราชวงศ์พระร่วง มีพระองค์ใดบ้าง?
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
กองวรรณคดีและประวัติศาสตร์, กรมศิลปากร.ไตรภูมิกาถา หรือ ไตรภูมิพระร่วง พระราชนิพนธ์พระมหาธรรมราชาที่ ๑ พญาลิไทย ฉบับตรวจสอบชำระใหม่.(2526). พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร.
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 2 ตุลาคม 2568
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ไตรภูมิพระร่วง” วรรณกรรมพุทธศาสนาของพระยาลิไท นิพนธ์ขึ้นปีใดกันแน่?
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com